วัตถุประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้ คือ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมทางเพศของสตรีวัยหมดระดู 2) เพื่อศึกษาปัญหาทางเพศในสตรีวัยหมดระดู 3) เพื่อศึกษาความต้องการสนับสนุนเพื่อลดปัญหาทางเพศในครอบครัว ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เจาะลึกเป็นหลัก ร่วมกับการสังเกตโดยมีผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ จำนวน 15 ราย เป็นสตรีวัยหมดระดูที่มารับการรักษาที่คลินิกวัยทองโรงพยาบาลปัตตานี การวิเคราะห์ใช้การตรวจสอบความเชื่อมั่น (reliability) ด้วยเทคนิคสามเส้าจากผู้ให้ข้อมูลและนำข้อมูลวิเคราะห์ตามหลักตรรกะ เทียบเคียงตามแนวคิดทฤษฎีควบคู่บริบท (context) จากนี้ยังอาศัยสถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) ในการวิเคราะห์เพื่อให้มีความแจ่มชัดในเชิงรูปธรรม ผลการศึกษาที่สำคัญพบว่า
สตรีวัยทองส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ อายุระหว่าง 51-55 มีอาชีพลูกจ้างประจำ ค้าขาย และแม่บ้านเป็นส่วนใหญ่ อาชีพของสามีมีความหลากหลายกันไป สตรีส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับชั้นประถมและรายได้เฉลี่ยของครอบครัว 12,000 บาท/เดือน
สตรีส่วนใหญ่แต่งงานเป็นครั้งแรกกับสามีคนปัจจุบัน เหตุผลของการแต่งงานคือ ชอบพอกันเองและพ่อแม่จัดหาให้ มีอายุเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก 23 ปี อาการสำคัญที่มารับบริการที่คลินิกวัยทอง มักพบแพทย์ด้วยปัญหาด้านสุขภาพก่อน เช่น มีประจำเดือนที่ผิดปกติ
สตรีส่วนใหญ่มีการดูแลสุขภาพของตนเองเป็นอย่างดี ในเรื่องพฤติกรรทางเพศ พบว่ามีความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ลดลง และเงื่อนไขที่ทำให้มีความต้องทางเพศพบว่าเกิดจากการดูภายยนต์ การดูวิดีโอ และการเล้าโลมของสามี ความเชื่อ ค่านิยม ครึ่งต่อครึ่งคิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติและคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย
พฤติกรรมเมื่อมีการตอบสนองความต้องการทางเพศ พบว่า หนึ่งในสามจะเบี่ยงเบนความสนใจเมื่อตัวเองมีความต้องการทางเพศ การจัดการเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ไม่ได้มีการสร้างบรรยากาศเป็นพิเศษ มีการทำความสะอาดร่างกายทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
ความต้องการสนับสนุน พบว่า ต้องให้มีการประชาสัมพันธ์ให้คลินิกวัยทองเป็นที่รู้จักว่าคลินิกวัยทองเป็นอย่างไร มีอาการอย่างไรที่ต้องเข้าคลินิกวัยทอง อยากให้ผู้ให้คำปรึกษามีความเป็นกันเอง และกล้าที่จะซักถามผู้รับบริการในเรื่องเพศก่อน และอยากให้สามีเข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยหมดระดู
ผู้วิจัยได้เสนอแนะแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสาเหตุที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนางานในคลินิกวัยทองและเป็นการส่งเสริมสุขภาพของสตรีวัยหมดระดูอย่างเหมาะสมต่อไป