การวิจัยครั้งนี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทวิโรฒ ภาคใต้
การศึกษาเรื่องวัฒนธรรมการกินของสตรีพื้นเมืองภาคใต้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาวัฒนธรรมการกินอาหารที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์ของสตรีพื้นบ้านภาคใต้ และปัจจัยที่มีผลต่อวัฒนธรรมการกินอาหาร โดยเก็บข้อมูลในพื้นที่ตำบลลำพูน อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรังและ อำเภอชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ใช้วิธีการสังเกต สัมภาษณ์ แล้วจดบันทึก และบันทึกเสียงในแถบบันทึกเสียงอพร้อมทั้งถ่ายภาพ ประกอบข้อมูลบางตอน จากสตรีวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งมีอายุระหว่าง 20-45 ปี แล้วจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ตามขอบเขตด้านเนื้อหา เสนอข้อมูลโดยวิธีพรรณนาวิเคราะห์และมีแผนที่ ตาราง และภาพประกอบในบางตอน สรุปผลการศึกษาได้ดังนี้ วัฒนธรรมกินอาหารสตรีพื้นบ้านภาคใต้ส่วนใหญ่จะกินข้าวเป็นอาหารหลักคือกินข้าววันละ 2-3 มื้อ โดยมีกับข้าวเป็นแกงเผ็ดชนิดต่างๆ เป็นหลัก พร้อมด้วย”ผักเหนาะ” นอกจากนี้ยังมีอาหารประเภท ทอด ต้ม ปิ้ง ย่าง นึ่ง ยำ เป็นกับข้าวประกอบ ซึ่งแต่ละมื้อจะมีอาหารไม่ต่ำกว่า 2-3 ชนิด ส่วนประกอบที่สำคัญของแกงเผ็ดซึ่งเป็นกับข้าวหลักของอาหารแต่ละมื้อนั้นจะเป็นเนื้อสัตว์ต่างๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเนื้อปลามากที่สุด เพราะ เนื้อเป็ด ไก่ วัว ควาย นั้นมีราคาแพง สตรีส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 78.05 จะมีโอกาสซื้อเนื้อหมู ไก่ หรือวัว มากินเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น นอกจากข้าวแล้วสตรีพื้นบ้านภาคใต้นิยมกินขนมจีน ข้าวยำ ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวานและผลไม้ในโอกาสต่างๆ ด้วย สตรีในวัยนี่ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 64.35 กินอาหารเพียงวันละ 2 มื้อ คือมื้อเที่ยงกับมื้อเย็น เพราะประกอบอาชีพทำสวนยางพาราซึ่งจะต้องไปกรีดยางซึ่งจะต้องไปตั้งแต่ประมาณ 1.00 นาฬิกา – 4.00 นาฬิกา จึงทำให้ไม่มีเวลาในการกินอาหารมื้อเช้า จากการกินในลักษณะดังกล่าวมานี้ ได้ก่อให้เกิดวัฒนธรรมการกินที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นคือกินอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายและการกินอาหารไม่ครบสารอาหารหลัก 5 หมู่ ในแต่ละวัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดโรคขาดสารอาหารได้