วิทยานิพนธ์ศึกษาฉบับนี้เป็นการศึกษาเรื่องบทบาทของผู้หญิงในบ้านนาลึก บ้านคู ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลาของประเทศไทย โดยใช้แนวทางการศึกษาชาติพันธ์ที่เขียนถึงผู้หญิงเป็นหลัก ที่ให้ความสำคัญกับการบันทึก เรื่องราวซึ่งเป็นประวัติชีวิตของผู้หญิงคนทรงในพิธีโนราโรงครูผ่านการบอกเล่าของตัวผู้หญิงและบุคคลใกล้ชิด เป็นการย้อนเวลาที่มีการเข้าทรงของแม่เฒ่าโรงพิธีในฐานะที่เป็นคนทรงของสายตระกูล
พิธีกรรม “โนราโรงครู” ในสังคมชนบทภาคใต้ของประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมชาวบ้านในอดีตที่สะท้อนถึงความสำคัญของความเป็นเครือญาติ และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วได้มีบทบาทในฐานะผู้ประกอบพิธีกรรมด้านจิตวิญญาณ
วิทยานิพนธ์นี้มีจุดเริ่มต้นจากข้อสังเกตของผู้วิจัย ที่เห็นว่างานเขียนที่บันทึกเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงชนบทภาคใต้ของสังคมไทยมีอยู่ไม่มากนัก โดยเฉพาะเรื่องราวผู้หญิงชาวบ้านในฐานะผู้นำในความเชื่อและพิธีกรรมในชุมชน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในสภาพความเป็นจริง ผู้หญิงมักถูกกีดกันออกไปจากพื้นที่ของศาสนาแบบทางการซึ่งตั้งอยู่บนฐานของอุดมการณ์เรื่องเพศแบบายเป็นใหญ่ อย่างไรก็ตามเรื่องราวในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้แสดงให้เห็นว่าในสภาพการณ์ดังกล่าว ผู้หญิงไม่ได้ตกอยู่ในฐานะที่เป็นรองแต่เพียงอย่างเดียว แต่ผู้หญิงได้สร้างอำนาจต้านทานให้กับตัวเองภายใต้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ ผ่านการก่อรูปสร้างตัวตนของผู้หญิงในฐานะคนทรงของสายตระกูลในพิธีโนราโรงครู ซึ่งเป็นตัวตนที่ทำให้ผู้หญิงมีอภิสิทธิ์และอำนาจที่แตกต่างจากวิถีชีวิตประจำวันที่ตึงเครียด และแม้ว่าอภิสิทธิ์และอำนาจดังกล่าวจะเป็นเพียงสภาวะชั่วคราว ก็ได้เผยให้เห็นการมีอยู่ของตัวตนของผู้หญิงคนทรงในฐานะของผู้กระทำทางสังคม และมีบทบาทเป็นศูนย์กลางสำคัญในสังคมชนบทที่ยังผูกพันอยู่กับพิธีกรรมการนับถือผี
การศึกษาแนวเพศสภาพในการค้นหาบทบาทของผู้หญิงในพิธีกรรมโนราโรงครูซึ่งเป็นพิธีกรรมทางความเชื่ออย่างหนึ่งของภาคใต้โดยทั่วไป โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ในบริเวณภาคใต้ตอนบน ผู้เขียนได้นำเอาความรู้ด้านมานุษยวิทยาและความรู้ด้านสตรีศึกษา รวมไปถึงแนวคิดทฤษฎีทางสตรีนิยมมาเป็นส่วนสำคัญในการวิเคราะห์ ทำให้เห็นมิติที่หลากหลายต่อการมองคนทรง และการใช้ผู้หญิงเป็นศูนย์กลางของการศึกษา การใช้บทบาทของคนทรงเพื่อต่อต้าน ต่อรองกับอำนาจ และค้นหาว่าคนทรงก่อรูปสร้างตัวตนขึ้นมาได้อย่างไร มีความสำคัญต่อตนเอง ครอบครัวและชุมชนอย่างไรการศึกษาทั้งสองเรื่องแสดงให้เห็นว่าบทบาทของผู้หญิงที่ เคยมีความสำคัญในอดีตนั้นได้รับการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย และความเชื่อหรือศาสนาใหม่ที่เข้ามา