การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองในสภาพการณ์จริง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาในการส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกของสตรี กลุ่มตัวอย่างได้จากการเลือกแบบเจาะจงที่สตรีที่แต่งงานแล้ว อายุระหว่าง 30-59 ปี จำนวน 78 คน โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบทดสอบก่อน และทดสอบหลังโดยมีกลุ่มทดลองซ้ำ 1 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 33 คน และกลุ่มยืนยันผลการทดลอง 45 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ โปรแกรมสุขศึกษา และแบบสอบถาม โปรแกรมสุขศึกษาเป็นชุดฝึกอบรม ซึ่งประกอบด้วย การบรรยายประกอบสไลด์ การใช้ตัวแบบ การอภิปรายกลุ่มตลอดจนใช้วิธีการกระตุ้นเตือน เก็บรวบรวมข้อมูล 3 ครั้ง คือ ก่อนการฝึกอบรม หลังการฝึกอบรมสิ้นสุดทันที และหลังการฝึกอบรม 1 เดือน โดยใช้แบบสอบถาม แล้วนำมาวิเคราะห์ ด้วยสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที ค่าไคว์สแควร์ ค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิเคราะห์ถดถอยพหุคุณ
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังฝึกอบรม สตรีทั้งกลุ่มทดลอง และกลุ่มยืนยันผลการทดลอง มีปัจจัยคุณลักษณะภายในตัวบุคคล ได้แก่ ความรู้เรื่องโรคมะเร็งปากมดลูก การรับรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก ทัศนคติต่อการตรวจมะเร็งปากมดลูก แรงสนับสนุนทางสังคม แรงจูงใจ ความสามารถตนเอง และพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าก่อนการฝึกอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และตัวแปรทำนายที่สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการดูแลตนเองได้แก่ แรงสนับสนุนทางสังคม แรงจูงใจ และความสามารถตนเอง โดยตัวแปรทั้ง 3 ตัว สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกของสตรีได้ร้อยละ 43.8 จากผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมสุขศึกษาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก สามารถนำมาได้อย่างมีประสิทธิผล