การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความรู้เรื่องโรคติดต่อ 2) ศึกษาทัศนคติ 3) ศึกษาพฤติกรรม 4) ศึกษาการมีส่วนร่วม ของสตรีในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ และ 5) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ศึกษากับการมีส่วนร่วมของสตรีในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ
การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการสำรวจพรรณนา ทำการศึกษาในสตรีอายุระหว่าง 15-70 ปี ที่อยู่อาศัยในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 400 คน ซึ่งถูกสุ่มตามสัดส่วนประชากร เครื่องมือการวิจัยเป็นแบบทดสอบความรู้ แบบวัดทัศนคติ พฤติกรรม และการมีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ทำการเก็บข้อมูลโดยพนักงานสัมภาษณ์ที่ผ่านการอบรม
ผลการวิจัย พบว่า 1) ประมาณครึ่งหนึ่งของสตรีไทยในเขตอำเภอเมืองมีความรู้เรื่องโรคติดต่อโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางคือโรคไข้เลือดออกและโรคอุจจาระร่วงอยู่ในระดับสูง โรคฉี่หนูอยู่ในระดับต่ำ 2) ประมาณครึ่งหนึ่งของสตรี มีทัศนคติต่อการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อโดยภาพรวมอยู่ในรับปานกลาง คือ โรคไข้เลือดออกและโรคอุจจาระร่วงอยู่ในระดับสูง โรคฉี่หนูอยู่ในระดับปานกลาง 3) สตรีส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อโดยภาพรวมในระดับปานกลางคือในการติดสินใจและการประเมินผลอยู่ในระดับต่ำและในการดำเนินงานอยู่ในระดับต่ำ และในการดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง และ 5) มีความสัมพันธ์ระหว่างสถานภาพสมรส การรับรู้ข้อมูลข่าวสารทางด้านสุขภาพ ความรู้ และพฤติกรรมกับการมีส่วนร่วมของสตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น .05
ข้อค้นพบจากงานวิจัยบ่งบอกถึงความจำเป็นในการเพิ่มพูนความรู้ ทัศนคติและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ