การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิถีชีวิตและบทบาทในการต่อสู้ดิ้นรน เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของ ผู้หญิงในเกาะปันหยี โดยทำการศึกษากระบวนการเปลี่ยนแปลงบทบาทและความสัมพันธ์ในครอบครัวหญิงชายและกระบวนการสร้างพลังอำนาจ (Empowerment) ของผู้หญิงในเกาะปันหยี การดิ้นรนเข้าสู่เมืองเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ภายใต้บริบทของสังคมชายเป็นใหญ่ (Patriarch) แบบมุสลิม และศึกษาการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดลอมด้านสังคมวัฒนธรรม และเศรษฐกิจที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของบทบาท และความสัมพันธ์หญิงชายในเกาะปันหยี โดยเน้นศึกษารูปแบบและบทบาทความสัมพันธ์หญิงชายในช่วง 60 ปีที่ผ่านมาเป็นการศึกษาเชิง คุณภาพ เก็บข้อมูล โดยวิธีการสังเกตและการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ซึ่งผู้ศึกษาได้แบ่งกลุ่ม ตัวอย่างเป็น 2 รุ่น คือรุ่นที่ 1 ปู่ ย่าตา ยาย และรุ่นที่ 2 พ่อแม่
ผลการศึกษาพลวัตบทบาทและความสัมพันธ์หญิงชายในเกาะปันหยีพบว่า วิถีชีวิตของหญิงชายทั้ง 2 รุ่นในเกาะปันหยีได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา อันเกิดจากคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลง 3 รุ่นด้วยกัน คือ คลื่นลูกที่ 1 เกิดจากการเข้ามาของการปกครองท้องถิ่น และการถูกกำหนดให้เป็นหมู่บ้านใน พ.ศ. 2457 คลื่นลูกที่ 2 เป็นการเข้ามาของธุรกิจการท่องเที่ยวและประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใน พ.ศ. 2527 จนมาถึงคลื่นลูกที่ 3 คือการเกิดภัยธรรมชาติสึนามิ ซึ่งผลจากการศึกษาคลื่นทั้ง 3 ลูกพบว่าการเข้ามาของอำนาจการปกครองท้องถิ่นของรัฐและการเข้ามาของธุรกิจการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของผู้หญิงในแง่ของบทบาทและหน้าที่ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบความสัมพันธ์และการสลับบทบาทของหญิงชาย และเมื่อเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจภายหลังการเกิดสึนามิ การสร้างพลังอำนาจในตนเองของผู้หญิงเพื่อกอบกู้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของครอบครัวจึงเกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาบทบาทของผู้หญิงซึ่งนำไปสู่การมีอำนาจการต่อรองและอำนาจการตัดสินใจที่เทียบเท่ากับผู้ชายหรือมากกว่าผู้ชาย และนำไปสู่การยอมรับในบทบาทการเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของผู้หญิงในเกาะปันหยี (ทิวลิป สุดวิไล, 2554)