รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระบบทางเลือกเพื่อส่งเสริมสุขภาพสตรีวัยกลางคนในระยะที่หนึ่งของโครงการวิจัยที่ได้รับทุนการสนับสนุนจากสถาบันระบบสาธารณสุข
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบสุขภาพแบบพื้นบ้านและระบบสุขภาพแบบประชาชนในชุมชนเมืองและชนบทจังหวัดสงขลา ผู้ให้ข้อมูลเป็นสตรีวัยกลางคน อายุ 49-59 ปี ที่อยู่ในเขตเมืองที่นับถือศาสนาพุทธ 17 ราย เป็นไทยมุสลิมจำนวน 15 ราย ในเขตชนบทเป็นไทยพุทธจำนวน 15 ราย ไทยมุสลิม 15 ราย รวม 62 ราย เป็นผู้ให้บริการหมอพื้นบ้านและสตรีที่กลุ่มสตรีวัยกลางคนอ้างถึงจำนวน 4 ราย การเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เจาะลึกและการสังเกตแบบมีส่วนร่วม การบันทึกภาคสนาม ระหว่างมิถุนายน-ธันวาคม พ.ศ. 2542 วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
การส่งเสริมสุขภาพสตรีวัยกลางคน มี 3 แนวทาง ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพที่จัดขึ้นโดยภาครัฐและเอกชนที่เป็นระบบสุขภาพแผนใหม่ แผนเดิมหรือพื้นบ้าน และตามแบบประชาชนการส่งเสริมสุขภาพแบบประชาชน เป็นรูปแบบที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ตามสถานการณ์ของชีวิต และชุมชน สำหรับกลุ่มสตรีมุสลิมทั้งเขตเมืองและชนบทมีความเชื่อและปฏิบัติตามหลักศาสนาที่เป็นการส่งเสริมสุขภาพด้วยวิธีการดูแลตนเอง ซึ่งมีการปฏิบัติที่เหมือนกันมีความแตกต่างในรายละเอียด 1) การรับประทานอาหาร เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับวัย ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายและพยายามลดหรืองดสิ่งที่จะให้โทษ รวมทั้งการรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมฮอร์โนน 2) การทำงาน การออกกำลังกายให้เหงื่อออก 3) การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 4) การรู้จักสังเกตความผิดปกติของตนเอง 5) การทำใจให้สบาย 6) การเข้าหรือรวมกลุ่ม มีเพื่อนพูดคุย ปรึกษา ได้พบคนแปลกๆ ใหม่ๆ ได้ความรู้เพิ่มเติม 7) การตรวจสุขภาพเมื่ออายุมากกว่า 40 ปี
กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชน ทั้งในเขตเมืองและชนบท มีกิจกรรมที่ทำให้สตรีได้เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ กลุ่มแอโรบิก กลุ่มมวยไทยเก็ก กลุ่มสมาธิเพื่อสุขภาพ กลุ่มโยคะเพื่อสุขภาพ กลุ่มเดิน-วิ่ง การจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เรื่องวัยทองของหน่วยงานโรงพยาบาลหรือสาธารณสุข ส่วนไทยมุสลิมบางครั้งไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ จึงได้ส่งเสริมสุขภาพตามแนวทางปฏิบัติกิจทางศาสนา เช่น การทำละหมาด เพราะทุกครั้งที่ทำละหมาด ต้องทำร่างกายและจิตใจให้สะอาด และได้ออกกำลังกายด้วย