Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the health-check domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/riie/www/wp-includes/functions.php on line 6131
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีมุสลิม ศึกษาเฉพาะกรณีในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดปัตตานี en – Center of Excellence on Women and Social Security

Knowledge Management of Women in the South

Title
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีมุสลิม  ศึกษาเฉพาะกรณีในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดปัตตานี
Abstract
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีมุสลิม ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมบทบาทสตรีทางด้านการเมือง ตลอดจนเพื่อทราบปัญหาและอุปสรรคของการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีมุสลิม  วิธีการศึกษาเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เจาะลึก ผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ 15 ราย และการสังเกต  ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ควบคู่กับบริบทโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย และค่าร้อยละ
 
ผลการศึกษาพบว่า  1) พฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีมุสลิม มีพื้นฐานมาจากแรงผลักดันของครอบครัว ทั้งความคิดและการแสดงกิจกรรมทางการเมือง รวมไปถึงสภาพทางสังคมที่แวดล้อม ความพร้อมส่วนบุคคลและความสนใจการเมือง  2) สตรีมุสลิมส่วนใหญ่ร้อยละ 80  เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีกิจกรรมที่แสดงบทบาท คือ การติดตามข่าวสารทางการเมืองอยู่เสมอ การเดินขบวนต่อต้านรัฐบาล หรือเรียกร้องต่างๆ การเข้าร่วมสัมมนาทางการเมือง และการเป็นสมาชิกของกลุ่มการเมือง  3) ปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีมุสลิม ประกอบด้วย ปัจจัยภายในครอบครัว ได้แก่ การสนับสนุนจองคนในครอบครัวและเครือญาติ การปลูกฝังทางความคิด เป็นต้น ปัจจัยทางสังคม ได้แก่ การรับรู้บทบาทที่ต่างกันระหว่างชายและหญิง ตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลามทำให้สตรีต้องทำหน้าที่ตนเอง คือ การเป็นผู้อบรมสั่งสอน การดูแลบุตรมากกว่าที่จะทำหน้าที่ในทางการเมืองการปกครอง ปัจจัยทางเศรษฐกิจ คือที่คนมีฐานะดี ย่อมมีความพร้อมทางการเมืองมากกว่าคนจน ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ความสนใจของแต่ละ บุคคล ระดับการศึกษาที่คนมีการศึกษาทางการเมืองมากกว่าคนที่มีการศึกษาต่ำ ความต้องการเกียรติ ศักดิ์ศรี และการยอมรับจากสังคม  4) ปัญหาอุปสรรคที่ขัดขวางการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีมุสลิม คือ การตีความหลักการคำสอนของศาสนาที่ไม่ชัดเจน และเป็นการตีความที่กำหนดให้สตรีต้องปฏิบัติกิจกรรมภายในบ้าน ซึ่งขัดขวางต่อบทบาททางการเมืองส่วนใหญ่ต้องออกไปทำกิจกรรมในที่สาธารณะปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาเชิงชู้สาวและวัฒนธรรมการแต่งกายของสตรีมุสลิมที่ต้องมิดชิดทำให้ขาดความคล่องตัวในกิจการทางการเมือง
 
ข้อเสนอแนะ คือ ควรมีการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการให้ความรู้ด้านการเมืองให้กว้างขวางโดยเฉพาะโรงเรียน และองค์กรเกี่ยวข้องกับสตรีให้หลากหลายวิธีการ ทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์และการจัดสัมมนาต่างๆ เพื่อการรับรู้และปลูกฝังจิตสำนึกทางการเมืองแก่ประชาชน  2) ส่งเสริมให้มีแบบอย่างที่ดีทางการเมืองของสตรีให้มากขึ้น 3) องค์กรต่างๆ ของสตรีมุสลิม ควรสร้างความเข้มแข็งขององค์กรและแสดงจุดยืนทางการเมืองของสตรีมุสลิมให้เด่นชัด อีกทั้งเป็นตัวแทนในการศึกษาหลักคำสอนศาสนาอิสลามให้มีการตีความบทบาททางการเมืองของสตรีมุสลิมให้ชัดเจนและยึดถือเป็นแนวทางเดียวกัน
Author
นพปฎล วิเศษสุวรรณภูมิ
Year
2544
Subject Group
ด้านบทบาท สถานภาพ และการมีส่วนร่วม
  • การมีส่วนร่วมทางการเมือง
Type
งานวิจัย
Organization
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์