เนื่องจากปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงมุสลิมไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรม เป็นเพราะไม่มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตรากฎหมาย หรือ การบังคับใช้กฎหมาย และไม่ทราบว่ามีกลไกยุติธรรมตามกฎหมายไทยที่ผู้หญิงมุสลิมสามารถพึ่งพิงได้
จึงมีข้อเสนอแนะว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรจะถือว่าประเด็นต่อไปนี้เป็นภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องผลักดัน 1) สนับสนุนและขับเคลื่อนให้มีการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงมุสลิมได้เข้าไปอยู่ใน โครงสร้างของกระบวนการยุติธรรมอิสลามในทุกระดับ เช่น สามารถเป็นสมาชิก ในคณะกรรมการมัสยิดประจำชุมชน คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด หรือ แม้กระทั่งเป็นดะโต๊ะยุติธรรม ทั้งนี้เพื่อให้ผู้หญิงสามารถบอกเล่าปัญหาของตนเอง ได้อย่างสะดวกใจ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ที่อยู่ในโครงสร้างกระบวนการยุติธรรมเป็น ผู้ชายทั้งหมด ซึ่งไม่ละเอียดอ่อนต่อความทุกข์ที่ผู้หญิงเผชิญจากการถูกกระทำ ความรุนแรงในครอบครัว หรือความรุนแรงทางเพศเพียงพอ และผู้หญิงยังรู้สึกถึง ความไม่ปลอดภัย ไม่สบายใจที่ต้องเล่าเรื่องปัญหาครอบครัว หรือปัญหา ความรุนแรงทางเพศในครอบครัวตนเองให้ผู้นำศาสนาซึ่งเป็นชายฟังว่าตนเอง ได้รับความรุนแรงทางเพศอย่างไร จนทำให้ผู้หญิงหลายคนไม่พึ่งกระบวนการ ยุติธรรมลักษณะนี้ แต่ยอมจ่ายเงินให้ผู้ชายเพื่อแลกกับการหย่า เป็นต้น ดังนั้น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรมีส่วนในการส่งเสริมให้มีการเปิดโอกาสให้มี กรรมการผู้หญิงอยู่ร่วมในกระบวนการยุติธรรมเพื่อรับฟัง ซักถาม ให้การปรึกษา หรือแม้แต่ร่วมอยู่ในกระบวนการไกลเกลี่ยในกรณีที่มีผู้หญิงประสบปัญหา ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาหย่าร้าง คดีข่มขืน ปัญหาการการแบ่งมรดก ฯลฯ 2) สนับสนุนและขับเคลื่อนให้มีการทำประชาพิจารณ์ ร่างพระราชบัญญัติ การใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัว มรดก และการพิจารณาคดี พ.ศ. …. ที่มุ่ง จะประกาศใช้แทนพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามฯ พ.ศ. 2489 และมีเป้าหมายจะประกาศใช้กับมุสลิมในทุกจังหวัด โดยควรเป็นเจ้าภาพหรือ สนับสนุนให้เครือข่ายหญิงมุสลิมจัดเวทีให้ผู้หญิงมุสลิมทุกภาคได้ร่วมแสดง ความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายนี้ เนื่องจากเนื้อหาของร่างกฎหมายนี้เกี่ยวข้องกับ โครงสร้างของกระบวนการยุติธรรมที่จะส่งผลต่อการอำนวยความยุติธรรมให้กับผู้หญิงโดยตรง 3) สนับสนุนและขับเคลื่อนเพื่อเปิดช่องทางหรือให้มีกลไกที่ผู้หญิงมุสลิม สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาได้ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับผู้หญิง หากคำตัดสิน ของศาลที่เป็นไปตามหลักการอิสลามไม่มีสภาพบังคับเนื่องจากในกรณีการหย่าร้าง หรือการแบ่งทรัพย์มรดก กฎหมายอิสลามว่าด้วยเรื่องครอบครัวและมรดก ในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องขาดสภาพบังคับ ตัวอย่างเช่น หลักการอิสลามการแบ่ง ทรัพย์มรดกให้ฝ่ายผู้ชายมากกว่า เนื่องจากหลักการศาสนาบอกว่าผู้ชายต้องเป็น ผู้เลี้ยงดูผู้หญิง เพราะอิสลามให้ความสำคัญกับการดูแลผู้หญิงและเด็กมาก โดยเฉพาะแม่หม้ายและลูกกำพร้า แต่สิ่งเกิดขึ้นจริงคือเมื่อมีการแบ่งทรัพย์มรดก ให้ญาติสามีแลhว หญิงหม้ายและลูกกำพร้าก็ไมjไดhรับการเลี้ยงดูจากญาติสามีที่ได้รับมรดกสามีไป และยังขาดช่องทางที่จะอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ 4) สนับสนุนให้มีการจัดทำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอิสลามที่มีความชัดเจนในการตีความ และที่มีความละเอียดอ่อนต่อสภาพแวดล้อมของผู้หญิง และสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป และเผยแพร่หรือให้ความรู้กับผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีหน้าที่โดยตรงในการพิจารณาคดี โดยเฉพาะเรื่องการแต่งงาน การหย่าร้าง การแบ่งมรดก ความรุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงทางเพศ เนื่องจากปัญหาหลักที่พบขณะนี้คือการตีความหลักการอิสลามยังไม่ตรงกัน 5) สนับสนุนให้ผู้หญิงหาความรู้เรื่องหลักการอิสลามและเข้าเรียน สาขานิติศาสตร์มากขึ้น ปัจจุบันผู้หญิงมุสลิมยังไม่กล้าเข้ามาเรียนรู้เรื่องนี้ เพราะ เข้าใจว่าเป็นพื้นที่ของผู้ชาย 6) สนับสนุนการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบคำพิพากษาในเรื่องเดียวกัน ในประเทศอาเซียนที่นำหลักศาสนาอิสลามมาเป็นกฎหมาย ซึ่งจะช่วยให้เห็น ตัวอย่างที่ดีมากขึ้น (สุชาดา ทวีสิทธิ์ และ พูนสุข ขันธาโรจน์, 2555)