RCWSS ร่วมกับ CFLI จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “Truth-telling/สัมพันธเสวนา: เสริมพลังการสนทนา (Dialogue) เพื่อสันติภาพพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้”
เมื่อวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่าน ศูนย์วิจัยด้านผู้หญิงและความมั่นคงทางสังคม (RCWSS) ร่วมกับ กองทุนแคนาดาเพื่อการริเริ่มในท้องถิ่น (CFLI) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Truth-telling/สัมพันธเสวนา: เสริมพลังการสนทนา (Dialogue) เพื่อสันติภาพพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้” โดยกำหนดการจัดกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ปาร์ค จ.นครศรีธรรมราช
โดยในการอบรมวันแรก มีการเปิดงานอย่างเป็นทางการและทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้เรื่องพื้นที่ปลอดภัยของการพูดและการฟัง ได้รับเกียรติจากวิทยากรนำกระบวนการ คุณฟารีดา จิรพันธ์ นำกิจกรรมสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจผ่านการแสดงออกผ่านกระบวนการละคร และกิจกรรม “การสื่อสารอย่างสันติ: Empower/Empathy” โดยวิทยากร คุณศุภสวัสดิ์ บุรณเวช รวมถึงกิจกรรมสุดท้ายของวัน “กิจกรรมเรื่องที่พูดไม่ได้ ทำอย่างไรจะพูดได้” และนำเสนอผ่านละครสั้น โดยมีวิทยากรพิเศษร่วมนำกิจกรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คอลิด มิดำ สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยวลัย
บรรยากาศในงานวันแรกเป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนาน ได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมอบรมจากหลากหลายกลุ่มสตรีในพื้นที่ต่าง ๆ กิจกรรมที่จัดขึ้นนี้จะนำไปสู่การขยายผลในพื้นที่ของตนในการเชื่อมสัมพันธ์และสนับสนุนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ต่อไป
การอบรมในวันที่ 2 เน้นการเรียนรู้เรื่องผู้หญิง สันติภาพ และความมั่นคง และ มติ UNSCR 1325 ในหัวข้อ “เมื่อผู้หญิงพูด แต่โครงสร้างสังคมยังไม่เปิดรับ” เส้นทางของกรอบแนวคิด Women, Peace and Security (WSP) และ UNSCR-1325 โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.อมพร หมาดเด็น อาจารย์ประจำคณะมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาเป็นวิทยากรบรรยายและแลกเปลี่ยนในประเด็น “ผู้หญิงที่กล้าพูดในพื้นที่ความขัดแย้งทั่วโลก” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความตระหนักในคุณค่าของตัวเองในการให้มี ‘เสียง’ ผู้หญิงในกระบวนการสันติภาพทุกระดับ และกิจกรรม “ห้องแห่งความลับ” (Secret Room) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสะท้อน “Slow Violence: ความรุนแรงที่มองไม่เห็น” โดย คุณญาศศิภาส์ สุกใส นักวิชาการอิสระ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวีลักษณ์ พลราชม อาจารย์ประจำสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป และหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านผู้หญิงและความมั่นคงทางสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ทำให้เกิดบรรยากาศของความไม่ไว้วางใจต่อกันและกันอันเป็นผลมาจากความรุนแรงในพื้นที่ และได้ “เปิดซองแห่งความทรงจำ” ที่ผู้เข้าร่วมอบรมได้เตรียมติดตัวมาด้วย โดยสิ่งสำคัญที่ผู้เข้าร่วมอบรมที่ทำให้บางเรื่อเป็นความลับ หรือเป็นความจริงที่พูดไม่ได้ ก็เพราะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้สะท้อนและมีคนรับฟังเรื่องของเราอย่างตั้งใจ
วันที่สาม ผู้เข้าร่วมอบรม เน้นไปที่การสร้างพลังและเครือข่ายผ่านกิจกรรมนอกสถานที่และการสรุปบทเรียน โดยออกเดินทาง “กินกาแฟ แลหวัน” ที่บ้านแหลมโฮมสเตย์ พร้อมทำผ้ามัดยอมจากเปลือกโกงกาง และฟังประวัติชุมชนบ้านแหลม ซึ่งเป็นชุมชนมุสลิม แต่มีการอยู่ร่วมกันกับคนต่างศาสนาอย่างราบรื่น สะท้อนการอยู่แบบพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ ก่อนเดินทางเข้ามหาวิทยาลัยวิทยาลัยเพื่อชมสวนพฤกษศาสตร์ และ sky walk ได้แวะชมโบราณสถานที่วัดไพศาลสถิต การมีกิจกรรมนอกพื้นที่ครั้งนี้ยิ่งเพิ่มการกระชับความสัมพันธ์ร่วมกันของผู้เข้าร่วมอบม ซึ่งเป็น อสม. จิตอาสา และผู้นำสตรี ที่มาจากหลากหลายพื้นที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อเสร็จกิจกรรมอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมจะต้องไปออกแบบสัมพันธเสวนาในพื้นที่ให้เกิดการพูดคุยและฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างกัน และสร้างความสัมพันธ์ต่อกันที่ดีต่อคนข้ามชาติพันธุ์ เพศ ศาสนา และช่วงวัย ดังสโลแกนของการประชุมในที่นี้ที่ว่า
“สัมพันธเสวนา: เชื้อใจ ไว้ใจ และพูดความจริงแล้วปลอดภัย”