เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของสตรีมุสลิมชายแดนใต้ ในยุคปัจจุบันได้มีการประยุกต์ใช้ โดยยึดแบบพื้นเมือง และมีการผสมผสานประยุกต์กับแบบสมัยใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อให้เข้ากับสภาพสังคมปัจจุบัน แต่การแต่งกายยังคมมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เปลี่ยนแปลง ในยามที่เหตุการณ์บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ ประชาชนต่างดำรงชีวิตด้วยความตื่นตระหนก มีชีวิตอยู่อย่างระมัดระวัง แต่ละคนต่างต้องหาวิธีป้องกันหรือดูแลตนเอง เพื่อให้มีชีวิตรอด ชุมชนยังมีความหวาดระแวงต่อกัน แต่ชีวิตต้องดำเนินไปข้างหน้า การรู้จักแก้ปัญหา รู้จักเอาตัวรอด จึงทำให้จะทำให้ ชีวิตอยู่ในสังคมแห่งนี้ได้ ประชาชนบางกลุ่มที่มีความกดดันและรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทิ้งถิ่นฐานไปอยู่จังหวัดแถบอื่นของประเทศไทย ส่วนประชาชนที่ยังยึดมั่นยังมีความรักและความยึดมั่นต่อแผ่นดินเกิดแห่งนี้ ยังคงมียืนหยัดที่จะอยู่ต่อไปเพื่อรักษาบ้านเกิดโดยร่วมกันจรรโลงประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่ ดังนั้นความภาคภูมิใจในการแต่งกายชุดพื้นเมืองที่เรียกว่า “บานง” และ “กูรง” จึงกอปรด้วยความงามที่แฝงด้วยศิลปวัฒนธรรมและความรับผิดชอบที่ให้ชุมชนและสังคมแห่งนี้ยังคงดำรงสืบทอดวัฒนธรรม และประเพณีอันสวยงามที่เป็นเสน่ห์ของชายแดนใต้ ตลอดไป
ผู้เขียนเป็นอาจารย์สอนประจำสาขาวิชาผ้าและเครื่องแต่งกาย ภาควิชาคหกรรม วิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ตระหนักและมองเห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมในการแต่งกายของสตรีมุสลิมชายแดนใต้เป็นอย่างดี หากทุกคนไม่ช่วยกันอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมทางการแต่งกายเหล่านี้เอาไว้แล้วสิ่งที่ดีงามเหล่านี้จะตกทอดไปสู่รุ่นลูก รุ่นหลายหรือรุ่นต่อไปๆ ได้อย่างไร มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันสนับสนุนและจรรโลงไว้ซึ่งสิ่งสวยงามที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดชายแดนใต้ ที่ได้ยึดปฏิบัติสืบทอดมานานนับหลายปีให้ยังคงอยู่ดับวิถีชีวิตของสตีมุสลิมจังหวัดชายแดนใต้แห่งนี้ตลอดไปอย่างยั่งยืน