Knowledge Management of Women in the South

Title
รายงานสถานการณ์เด็กและสตรีจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2556 โครงการส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายให้กับองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านสิทธิเด็กและผู้หญิงในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย
Abstract
ร่างข้อเสนอนโยบายเชิงรุกในการปกป้องคุ้มครองสิทธิของเด็กและผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบ
      1. สร้างศูนย์ในการบริหารจัดการปัญหาต่างๆของคนในชุมชน เช่น การใช้มัสยิดในชุมชน เป็นศูนย์กลาง โดยมีผู้นำด้านศาสนาและผู้นำท้องถิ่นทำงานร่วมกับคนในชุมชนอย่างมีส่วนร่วม ทั้งกรณีของผู้ที่ได้รับผลกระทบและไม่ได้รับผลกระทบเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งใน การจัดการตนเองของชุมชน
      2. หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานในท้องถิ่นนั้น ๆ ต้องมีการประชุมและ ประสานงานกันเพื่อลดช่องว่างในการปฏิบัติหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนและทำงานร่วมกันอย่างเชื่อมโยง ในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นด้านการเยียวยาและด้านอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ของเด็กและผู้หญิงที่ได้รับ ผลกระทบ
      3. ใช้งบประมาณในการจัดกิจกรรมหรือโครงการ ที่มีประโยชน์และสามารถพัฒนาศักยภาพได้ อย่างถาวร โดยมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถ ช่วยเหลือตนเองได้และไม่ยึดติดกับการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
      4. สร้างองค์ความรู้ กระบวนการ และค่านิยมด้านการประกอบอาชีพให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่สามารถนำไปใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละท้องถิ่นและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
      5. สร้างองค์ความรู้เรื่องสิทธิและกฎหมายเกี่ยวกับการปกป้องและคุ้มครองสตรีและเด็กให้ผู้นำชุมชน (สีเสาหลัก) รวมถึงภรรยาโต๊ะอิหม่าม ภรรยาผู้นำชุมชน กลุ่มอาสาสมัคร ศูนย์ทนาย องค์กรสิทธิมนุษยชน NGO เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิเด็กและสตรีในชุมชน
      6. ใช้การประชาสัมพันธ์เชิงรุกในการทำความเข้าใจเรืองกระบวนการเยียวยา การเข้าสู่ กระบวนการเยียวยา หรือแนะนำช่องทางในการติดต่อหน่วยงานภาครัฐในการขอรับการเยียวยา โดยใช้วิทยุเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์หรือให้ข้อมูลต่าง ๆ เพราะสื่อวิทยุเป็นช่องทางที่รองลงมาจากโทรทัศน์ที่ชาวบ้านใช้รับฟังข่าวสาร และหรือใช้ในงานคุฏบะห์วันศุกร์เพื่อการประชาสัมพันธ์ และควรมีคู่มือสำหรับชาวบ้าน เพื่อรับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือหรือวิยุคุฏบะห์ โดยพยายามเข้าถึงชาวบ้านที่กลุ่มทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐ กลุ่มที่ต่อต้านรัฐ หรือ กลุ่มที่ไม่ฝักฝ่ายใด มิเช่นนั้นหากติดต่อเพียงแค่ผู้ใหญ่บ้าน มักจะติดต่อกับลูกบ้านที่ สนับสนุนหรือเครือญาติเขาเท่านั้น คนที่ไม่สนับสนุนเขาหรือกลุ่มที่ต่อต้านรัฐก็จะไม่มีโอกาส รับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือสิทธิต่างๆ ของเขา โดยให้เด็กและสตรีเป็นส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ สำหรับกลุ่มของตนเองด้วย
      7. เปิดพื้นที่สาธารณะสำหรับผู้หญิงและเด็กให้มากขึ้น ควรมีคลินิกผู้หญิง (ชารีอะห์) เพื่อเปิดพื้นที หรือให้คำปรึกษาในกรณีเรื่องความขัดแย้งในเรื่องศาสนา (เรื่องครอบครัวและมรดก) ที่มีกรรมการที่ปรึกษาเป็นผู้หญิงเพื่อปรึกษาหารือก่อนทีจะมีการพูดคุยกันในระดับกรรมการกลาง ประจำจังหวัด (มัจลิซ) ร่างข้อเสนอนโยบายเชิงรับในการปกป้องคุ้มครองสิทธิของเด็กและผู้หญิงที่ได้รับรับผลกระทบ
      1. จัดกิจกรรมในชุมชนที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีและเด็ก ยกตัวอย่างเช่น เวทีเด็ก (ญาลันนัน จูเนียร์) มีการอบรมเด็กในวัยประถม เป็นความคิด ความอ่านของเด็ก มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่ก็คือ เด็ก บอกว่า เคยเห็นพี่ทำในสิงที่ไม่ดีต่างๆ เราก็นำเอาสิ่งทีเด็กเห็นมาแก้ปัญหาในส่วนที่เป็นปัญหา โดย ดึงเอาผู้ปกครองมาเป็นส่วนร่วม โดยให้ครอบครัวให้มีส่วนร่วมเข้ามารับฟัง แก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะปัจจุบันครอบครัวบางครอบครัวตามใจลูกมาก บางครอบครัวไม่ดูแล ใส่ใจลูก ก็ต้องทำให้ครอบครัวต่างเข้าใจกัน ปรับตัวเข้าหากัน และโครงการอิหม่ามมูเดอร์ เป็นการนำเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 18-30 ปี มาเป็นผู้นำเยาวชน โดยการให้ความรู้ในเรื่องกฎหมาย การเมือง สังคม
      2. สนับสนุนองค์ความรู้ กระบวนการ และค่านิยมด้านการประกอบอาชีพแบบต่อยอดตามความสนใจ เดิม หรืออาชีพเดิมที่ทำอยู่แล้ว เพื่อให้สตรีและเด็ก ได้ความรู้เพิ่มเติมและเป็นจริงตามบริบทของแต่ละท้องถิ่นและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
      3. ดูแลสนับสนุนกลุ่มเด็กและสตรีที่อื่นที่อยู่นอกเหนือจากกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มเด็กขาดโอกาสทางการศึกษาและหญิงหม้ายที่ไม่มีอาชีพขาดรายได ้หรือกลุ่มครอบครัวที่แม่ต้องขยับบทบาทมาเป็นผู้นำครอบครัวด้วยปัญหาการหย่าร้าง หรือ การถูกทอดทิ้ง หรือกลุ่มแม่วัยรุ่น โดย ต้องมีความต่อเนื่องในการดูแลคนกลุ่มนี้
      4. เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำชุมชน สี่เสา เพื่อให้ทำงานได้สอดคล้องและประสานกันในการส่ง ต่อกรณี หรือให้ความช่วยเหลือแก่เด็กและสตรีในชุมชน โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคประชา สังคม องค์กรต่างๆ NGO ในพื้นที
      5. ทำฐานข้อมูลเครือข่าย องค์กรต่างๆ กลุ่ม และภาคประชาสังคมในพื้นที่ ว่ากลุ่มใดทำงานเรื่อง ใดบ้าง เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการประชาสัมพันธ์ และเชื่อมโยงความช่วยเหลือได้ทันท่วงที หรือเพื่อ สะดวกในการกระจายกิจกรรม งบประมาณ และความช่วยเหลือต่างๆลงไปยังเด็กและสตรีใน ชุมชน และเพื่อให้เป็นทีพึงแก่กลุ่มเด็กและสตรีที่ต้องการความช่วยเหลือทีหวาดระแวงหรือไม่ ไวว้างใจภาครัฐ
      6. ให้ความรู้แก่สตรีและเด็กในชุมชน เกี่ยวกับสิทธิ และการได้รับการปกป้อง โดยเน้นการให้ความรู้ แก่เด็กและสตรีทีอยู่นอกระบบการศึกษาทั้งสายสามัญและสายศาสนาด้วย (ร้อยละ 80 ทีเหลือทีไม่ เคยเข้าร่วมกิจกรรม) และเด็กต่างด้าว
      7. ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับ สิทธิ และการได้รับการปกป้องของเด็กและสตรี

ในระยะเวลา 10 เดือน ผู้ศึกษาได้ค้นพบประเด็นปัญหาหนึ่งและเป็นปัญหาที่ใหญ่คือ ทั้งประชาชน และรัฐ ทุกภาคส่วนขาดความเข้าใจในประเด็นการปกป้อง หรือ ป้องกัน จึงมองการแก้ปัญหาในเชิง เยียวยา ชดเชย ซึงเป็นปัญหาปลายทาง แต่ก็มองอีกมุมคือการป้องกันในระยะยาวมิให้มีการใช้ความ รุนแรงตอบโต้กัน กล่าวโดยสรุปความท้าทายในการปกป้องเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนใต้จากความขัดแย้งที่ เกิดขึ้นคือการสร้างการตระหนักถึงการปกป้องและป้องกันเหตุ (มูลนิธิผสานวัฒธรรม, กลุ่มด้วยใจ, HAP, 2556)
Author
มูลนิธิผสานวัฒธรรม  กลุ่มด้วยใจ และ HAP.
Year
2556
Subject Group
ด้านผู้หญิงกับความรุนแรง
  • ความรุนแรงทางกฎหมายและความยุติธรรม
Type
รายงานสรุป
Organization
มูลนิธิผสานวัฒธรรม  กลุ่มด้วยใจ และ HAP.