Author: wichukorn.dn

  • ทุนวิจัย : การควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ (Deadline : 15/11/2560)

    ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เปิดรับ concept paper เพื่อสนับสนุนทุนวิจัย พ.ศ. 2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้

     ประเภทองค์ความรู้และต้นแบบ ตามกรอบแผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2561 – 2563 ของ สสส. 7 ด้าน ได้แก่

    1. ความรู้ด้านระบาดวิทยาและกรณีศึกษาของสถานการณ์ต่างๆ
    2. ความรู้เพื่อความเข้าใจระบบและสังเคราะห์นโยบาย
    3. ต้นแบบการสร้างเสริมสุขภาพเชิงโปรแกรม / พื้นที่ / องค์กร / นวัตกรรม
    4. ความรู้เพื่อการพัฒนานโยบายใหม่ ๆ ที่สําคัญ
    5. ความรู้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติ
    6. ความรู้เพื่อสนับสนุนการสื่อสารเพื่อปรับเปลี่ยนค่านิยมสังคม และ
    7. การประเมินผลต่างๆ (ทั้งประเมินนโยบาย / กฎหมาย /แผน)

    ทั้งนี้ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ควบคุมการบริโภคยาสูบของประเทศไทยหรือกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก หมดเขตการส่งข้อเสนอ วันที่ 15 พ.ย. 2560

    รายละเอียด
     

    ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมฟังคำชี้แจงจากแหล่งทุนในวันที่ 20 พ.ย. 2560 ณ กรุงเทพมหานคร โดยแจ้งความประสงค์มาที่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยระบบสุขภาพและการแพทย์         

    0-7567-2570 หรือ 097-9355-921 ภายในวันที่ 8 พ.ย. 2560 เพื่อจะได้ทำการประสานงานกับแหล่งทุนและแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป
     
             
  • งานวิจัยเชิงพื้นที่ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “โครงการการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช”

    งานวิจัยเชิงพื้นที่ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “โครงการการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช”

    เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนการทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ในระยะต้นของนักวิจัยที่ได้รับทุนนวัตกรรมเพื่อพัฒนาพื้นที่ (ท้าทายไทย) ภายใต้โครงการการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง นำกิจกรรมโดย ผศ.ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม และ ผศ.ดร.ศราวุธ ปาลิโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการแลกเปลี่ยนการทำงานในในช่วงระยะ 4 เดือนแรกของนักวิจัย ซึ่งในแต่ละโครงการได้นำเสนอประสบการณ์ในการทำงานช่วงแรก โดยเปรียบเทียบกับแผนงานและเป้าหมายของโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ตามแผนร้อยละ 40 ของแต่ละโครงการ โดยมีการทบทวนวรรณกรรม ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ประสานความร่วมมือกับชุมชน เข้าพบหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้อง ปัญหาอุปสรรคสำคัญของนักวิจัยที่ต้องการให้ทางหน่วยจัดการช่วย คือการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลของพื้นที่ในแต่ละพื้นที่ ปัญหาความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งปัญหาด้านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโครงการย่อยต่างๆ ซึ่งทางหน่วยจัดการจะดำเนินการในการประสานงานให้เกิดการพูดคุยระหว่างโครงการย่อยอยู่เสมอ และจะรับคำปรึกษาในลักษณะของคลินิกให้คำปรึกษา ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงสถิติ และด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

  • รายการ บ่ายนี้มีคำตอบ ม.วลัยลักษณ์ สร้างคนดี มีคุณภาพ

    เชิญรับชมรายการ บ่ายนี้มีคำตอบ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และการดำเนินตามภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย และงานวิจัยบริการวิชาการสนองพระราชดำริ โครงการพัฒนาพื้นท่ลุ่มน้ำปากพนัง “ม.วลัยลักษณ์ สร้างคนดี มีคุณภาพ” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมรายการ ซึ่งได้มีการออกอากาศสดไปแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2560 เวลา 13.00 -13.35 น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 9 อสมท.


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว ส่วนสื่อสารองค์กร
  • ม.วลัยลักษณ์ – กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงนาม MOU พัฒนาวิชาการและการวิจัยด้านชีวเวชศาสตร์

    ม.วลัยลักษณ์ – กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงนาม MOU พัฒนาวิชาการและการวิจัยด้านชีวเวชศาสตร์


    ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือกับ นายแพทย์ ดร.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2560 ณ หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมมือพัฒนาวิชาการ วิจัย บริการวิชาการ และการพัฒนาบุคลากร นักศึกษาของทั้ง 2 สถาบัน โดยหลักสูตรปริญญาเอกชีวเวชศาสตร์มีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตปริญญาเอกร่วมกัน ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.จิตรบรรจง ตั้งปอง รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ และนายแพทย์ สมชาย แสงกิจพร รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย ร่วมเป็นสักขีพยาน

    ความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนานักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาชีวเวชศาสตร์ พัฒนางานวิจัย นวัตกรรมและนักวิจัย โดยการพัฒนาโครงการวิจัยที่มีความสนใจร่วมกัน ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน ประชาชน ภาคเอกชน และประเทศชาติ โดยใช้ศักยภาพด้านบุคลากรและเครื่องมือของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งร่วมกันพัฒนาด้านวิชาการ การเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานของนักศึกษาและบุคลากรของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนพัฒนาการบริการวิชาการ เช่น ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

    ประมวลภาพ


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  • บูรณาการงานบริการวิชาการด้วยวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยี ไชยาโมเดล: โมเดลเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก แก่ 18 อำเภอ จังหวัดสุราษฏร์ธานี

    บูรณาการงานบริการวิชาการด้วยวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยี ไชยาโมเดล: โมเดลเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก แก่ 18 อำเภอ จังหวัดสุราษฏร์ธานี

    หน่วยวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย “การจัดการความรู้เพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม” ภายใต้โครงการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2560 คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

               จากต้นแบบในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก “ไชยาโมเดล: โมเดลเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วย 7 กิจกรรม ได้แก่ 1) ประเมินหมู่บ้านพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคไข้เลือดออก (dengue risk assessment) และสิ่งแวดล้อมชุมชนเพื่อกำหนดพื้นที่เสี่ยงในการเฝ้าระวัง 2) ติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลาย (larval indices surveillence system)  3) โปรแกรมดัชนีลูกน้ำยุงลาย http://lim.wu.ac.th 4) ประเมินและเตรียมความพร้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านเกี่ยวกับความรู้และความเข้าใจดัชนีลูกน้ำยุงลาย 5) การประเมินและกระตุ้นการสร้างสมรรถนะชุมชน (community capacity building) ของหมู่บ้านที่มีความเสี่ยงสูง  6) การพัฒนาทีมทำงานประจำให้เป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่ และ 7) การทำงานเชิงเครือข่ายที่มีกลุ่มคนเข้ามาเกี่ยวข้องทั้ง 4 กลุ่มโดยผ่านเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอ

    ประกอบกับสถานการณ์ปัญหาโรคไข้เลือดออกของจังหวัดสุราษฏร์ธานีซึ่งมีอีก 18 อำเภอที่มีปัญหาโรคไข้เลือดออกที่มีธรรมชาติการระบาดของโรคปีเว้นปี ทั้งนี้ นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ในฐานะผู้ดูแลสุขภาพภาพรวมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ได้เล็งเห็นความสำคัญและทำข้อตกลงให้ความร่วมมือ สนับสนุนการถ่ายทอดฯ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 
    1) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการดำเนินการของ “ไชยาโมเดล” โมเดลการสร้างเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนแก่ แกนนำอำเภออื่นๆ อีก 18 อำเภอ ใน
    จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    2) สนับสนุนและส่งเสริมการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่นำร่อง 3 อำเภอซึ่งมีบริบทแตกต่างกันของอำเภอเมือง อำเภอเวียงสระ และอำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    3) สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการขยายผลการดำเนินการระดับจังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อการดำเนินการของเครือข่ายไปยังจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้

           โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินการมุ่งเน้นบุคลากรแกนนำหน่วยงานและผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล รพ./รพ.สต. แบ่งเป็น 4 กลุ่มเป้าหมาย ประมาณ 3,380 คน คือ
    กลุ่มที่ 1 กลุ่มแกนนำวิทยากรพื้นที่ ของการดำเนินการจากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่สนใจจำนวน 10 คนซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบที่เป็นตัวแทนจาก 4 กลุ่มคน  จะได้รับการพัฒนาทักษะในการดำเนินการในการถ่ายทอดฯ และการประสานพื้นที่อำเภออื่นๆ
    กลุ่มที่ 2 กลุ่มแกนนำระดับโซน เป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก จาก รพช.  สสอ. เทศบาล และ รพ.สต. ของทั้งจังหวัด กำหนดจากอำเภอต่างๆในแต่ละโซนๆ ละ 60 คนรวม 4 โซน จำนวน 240 คน ได้รับการชี้แจงแนวคิดทั้ง 5 กิจกรรมของระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลาย  ที่มีการใช้โปรแกรม http://lim.wu.ac.th  กิจกรรมการให้ความรู้และความเข้าใจดัชนีลูกน้ำยุงลาย การประเมินความหมู่บ้านเสี่ยงต่อการระบาดของโรคไข้เลือดออก ทั้งนี้กลุ่มแกนนำดังกล่าวจะนำความรู้ที่ได้ไปดำเนินการในพื้นที่ของแต่ละอำเภอ  
     กลุ่มที่ 3 กลุ่มแกนนำระดับอำเภอ  เป็นแกนนำตัวแทนของหน่วยงานระดับตำบล และหมู่บ้าน ของแต่ละอำเภอ แก่ ตัวแทน รพ.สต. อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมอำเภอละ 60 คน รวม 19 อำเภอ รวมประมาณ 1,140 คน
     กลุ่มที่ 4  กลุ่มแกนนำของอำเภอนำร่อง  เป็นอำเภอที่มีความพร้อมในการดำเนินการตามอำเภอต้นแบบของ “ไชยาโมเดล” จำนวน 3 อำเภอจะมีการดำเนินในการติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำฯ  การสนับสนุนการดำเนินการจากทีมวิจัยและอำเภอไชยาในการเป็นพี่เลี้ยง และจะมีการติดตามในเดือนที่ 3 และ 6 โดยการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะด้านความรู้ของ อสม. และประเมินสิ่งแวดล้อมของครัวเรือน รวม 2,000 คน  จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่ม แสดงดังตารางที่ 1

    ตารางที่ 1 โซนพื้นที่ แกนนำโซน และแกนนำระดับอำเภอในการถ่ายทอดฯ

    ลำดับ โซนพื้นที่ อำเภอ                  แกนนำโซน แกนนำระดับอำเภอ

    1

    เหนือ อำเภอท่าชนะ

    15

    60

    2

    เหนือ อำเภอท่าฉาง

    15

    60

    3

    เหนือ อำเภอพุนพิน

    15

    60

    4

    เหนือ อำเภอไชยา

    15

    60

    5

    ตะวันออก อำเภอเมือง

    12

    60

    6

    ตะวันออก อำเภอเกาะสมุย

    12

    60

    7

    ตะวันออก อำเภอเกาะพงัน

    12

    60

    8

    ตะวันออก อำเภอดอน

    12

    60

    9

    ตะวันออก อำเภอกาญจนดิษฐ์

    12

    60

    10

    ตะวันตก อำเภอตาขุน

    12

    60

    11

    ตะวันตก อำเภอเคียนซา

    12

    60

    12

    ตะวันตก อำเภอวิภาวดี

    12

    60

    13

    ตะวันตก อำเภอพนม

    12

    60

    14

    ตะวันตก อำเภอคีรีรัฐ

    12

    60

    15

    ใต้ อำเภอชัยบุรี

    12

    60

    16

    ใต้ อำเภอพระแสง

    12

    60

    17

    ใต้ อำเภอบ้านนาสาร

    12

    60

    18

    ใต้ อำเภอบ้านนาเดิม

    12

    60

    19

    ใต้ อำเภอเวียงสระ

    12

    60

    รวม

    4 โซน

    18 อำเภอ

    240

    1,140

                 
                  ทั้งนี้ทั้งนี้ระยะเวลาในการถ่ายทอดฯทั้งหมด 18 อำเภอภายในเวลา 10 เดือน โดยมีการประชุมเปิดโครงการถ่ายทอดฯ ทั้งจังหวัดสุราษฏร์ธานีในวันที่ 28 กันยายน 2560 มีวิทยากรพื้นที่จากอำเภอไชยาจำนวน 10 คน และตัวแทนจากอำเภอต่างๆ ทั้ง 18 อำเภอ โดยมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฏร์ธานีทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน  โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ สาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานไข้เลือดออก รวมจำนวน 50 คน  ดังภาพ

    ผลการดำเนินการทุกอำเภอมีความต้องการและยินดีรับการถ่ายทอดฯ  มีอำเภอนำร่องที่จะดำเนินการเต็มรูปแบบของการดำเนินการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก  คือ อำเภอเวียงสระ  อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอเมืองสุราษฏร์ธานี
    อย่างไรก็ตามการจัดบริการวิชาการร่วมกับการวิจัยถ่ายทอดฯ จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้รับบริการหรือรับการถ่ายทอดฯ มีการพัฒนารูปแบบในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่นั้นๆ
              

    ประมวลภาพ

  • ม. วลัยลักษณ์ ผสานวิทย์-ศิลป์ นำมรดกทางวัฒนธรรมไทย เผยแพร่ในวารสารนานาชาติ ISI

    ในช่วงคริสต์ศตวรรษ ที่ 13-14 คาบสมุทรสยาม (พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยในปัจจุบัน) เป็นศูนย์กลางทางการค้าขายและการเดินทางของกลุ่มคนต่างๆ รวมทั้งพระสงฆ์และพราหมณ์ เพราะเป็นประตูสู่มหาสมุทรทั้งสองด้าน เชื่อมโยงเส้นทางในภูมิภาค ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีการผสมผสานทางด้านสังคมและวัฒนธรรม เกิดร่องรอยมรดกวัฒนธรรมในอดีตมากมาย รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นเครื่องใช้และเครื่องประดับ

    ในปี ค.ศ. 2016 ดร. วัณณสาส์น นุ่นสุข อาจารย์สำนักวิชาศิลปศาสตร์ (ปัจจุบันทำงานที่ SEMEO SPAFA) และ รศ. ดร. ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ที่ขุดค้นพบในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่อื่นๆ ไปวิเคราะห์ด้วย X-Ray ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) โดยได้รับความร่วมมือจาก ดร. จารุ จุติมูสิก นักวิจัยหลังปริญญาเอก และ รศ. ดร. รัตติกร ยิ้มนิรัญ อาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

    ผลการศึกษา ได้รับการพัฒนาเป็นต้นฉบับบทความใน โครงการ 24: The Best of Both Worlds ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่มุ่งนำองค์ความรู้เชิงลึกจากงานวิจัยเชิงพื้นที่และอัตลักษณ์พื้นถิ่นไทยไปตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ บทความ Synchrotron XANES and ED-XRF analyses of fine-paste ware from 13th to 14th century maritime Southeast Asia ได้รับการประเมินจากวารสาร X-Ray Spectrometry (จัดพิมพ์โดย John Wiley & Sons, Inc. และ มีค่า ISI impact factor 1.298) ในวันที่ 30 ธันวาคม 2016 ให้แก้ไขข้อบกพร่องหลายด้าน ส่วนสำคัญคือ การแปลความข้อมูลโดยใช้สถิติ ซึ่งคณะผู้วิจัยได้รับความช่วยเหลือจาก ดร. วนิดา ลิ่มมั่น อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ใช้เวลาแก้ไขแล้วเสร็จใน 4 เดือน จนได้รับการเผยแพร่ใน X-Ray Spectrometry ปีที่ 46 เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2017 หน้า 492-496

    ความสำเร็จนี้ จึงเป็นผลจากการบูรณาการศาสตร์ ที่ใช้ความเชี่ยวชาญ ด้านโบราณคดี ฟิสิกส์วัสดุ และ สถิติ เป็นแนวทางให้นักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาของไทยเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือ พัฒนางานร่วมกันเพื่อเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทย ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ เพิ่มมากขึ้นต่อไป


    • รายละเอียดเพิ่มเติม – http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/xrs.2780/full
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
  • วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ ระบบ ThaiJo2

    วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการใช้งานวารสารออนไลน์ระบบ ThaiJo2 . บรรณาธิการ, ผู้ช่วยบรรณาธิการ และเจ้าหน้าที่วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้แก่ สารอาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์, วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, WMS Journal of Management และ Walailak Journal of Science and Technology (WJST) เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการใช้งานระบบวารสารออนไลน์อิเล็คทรอนิกส์ จากการพัฒนาระบบ ThaiJo เดิม ไปสู่เวอร์ชันใหม่เรียกว่าระบบ ThaiJo2 ซึ่งง่ายต่อการใช้งาน และสะดวกรวดเร็วกว่าระบบเดิมมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบ Plagiarism Checker ที่จะตรวจสอบความซ้ำซ้อนของเนื้อหาบทความจากฐานข้อมูลวารสารที่อยู่ในระบบ ThaiJo เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ณ ห้องคอมพิวเตอร์ สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลงฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับการสนับสนุนและร่วมจัดโดย ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) . การฝึกอบรมครั้งนี้มีบุคลากรมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จำนวน 7 คนจาก 5 วารสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาคุณภาพวารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นเพื่อเข้าสู่ระดับอาเซียน ตามนโยบายก้าวสู่สากลของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ต่อไป

  • ทุนวิจัย : ประกาศสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เรื่อง การรับข้อเสนอการวิจัยมุ่งเป้า ประจำปีงบประมาณ 2561 รอบที่ 2 (Deadline : 15/11/2560)

    สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ได้รับมอบหมายจาก คอบช. โดย วช. ให้บริหารจัดการทุนวิจัยที่มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2561 จำนวน 7 กลุ่มเรื่อง ดังนี้
    1) กลุ่มเรื่อง ข้าว
    2) กลุ่มเรื่อง ปาล์มน้ำมัน
    3) กลุ่มเรื่อง อาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าและความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค และการค้า
    4) กลุ่มเรื่อง สมุนไพรไทย อาหารเสริมและสปา
    5) กลุ่มเรื่อง พืชสวน/พืชไร่
    6) กลุ่มเรื่อง สัตว์เศรษฐกิจ
    7) กลุ่มเรื่อง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
    โดยได้ประกาศรับข้อเสนอการวิจัย ประจำปีงบประมาณ 2561 ไปแล้วนั้น

    ในการนี้ เพื่อให้การจัดสรรทุนวิจัย ครอบคลุมในทุกประเด็นการวิจัย สวก. จึงเห็นควรประกาศรับข้อเสนอการวิจัย รอบที่ 2 โดยการส่งข้อเสนอการวิจัยผ่านระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (National Research Management System : NRMS) (www.nrms.go.th) ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2560 – 15 พฤศจิกายน 2560  นี้เท่านั้น

    รายละเอียดเพิ่มเติม 

  • ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Web of Science ปี 2017 จำนวน 61 เรื่อง

    ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Web of Science ปี 2017 จำนวน 61 เรื่อง

    ผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Web of Science ปี 2017 จำนวน 61 ชื่อเรื่อง ข้อมูล ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2560

    Citation report for 61 results from Web of Science Core Collection
    Refined by: PUBLICATION YEARS: ( 2017 )

    ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานส่งเสริมการรู้สารสนเทศและการวิจัย โทรศัพท์ 075 673344 อีเมล์ wulibrary@gmail.com

    รายละเอียดเพิ่มเติม

  •  ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) จัดอันดับคุณภาพวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อยู่ในกลุ่มที่ 1

     ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) จัดอันดับคุณภาพวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อยู่ในกลุ่มที่ 1

    เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 ฐานข้อมูล TCI ได้ประกาศผลการประเมินคุณภาพวารสารที่ส่งมาเพื่อปรับกลุ่มฯในฐานข้อมูล TCI พ.ศ.2560 โดยวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เลื่อนเข้าสู่ฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 1 กับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ด้วยนโยบายจากอธิการบดี ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ที่มีส่วนผลักดันให้วารสารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พัฒนาและยกระดับคุณภาพให้สูงขึ้นภายในเวลาอันสั้น รศ.ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล ที่ริเริ่ม “โครงการสร้างบ้านให้วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ส่งผลกระทบด้านคุณภาพให้ทุกวารสารในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตลอดจนกองบรรณาธิการวารสาร ได้แก่ อาจารย์ ดร.เลิศชาย ศิริชัย บรรณาธิการคนแรก อาจารย์ ดร.สิริพร สมบูรณ์บูรณะ บรรณาธิการวารสาร คนปัจจุบัน และผู้จัดการคนแรกของวารสาร คุณยุวธิดา คงศรี  และ คุณโกสินธุ์ ศิริรักษ์ จากนี้วารสารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะพัฒนาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารระดับชาติและนานาชาติต่อไป

    วารสารสังคมศาสตร์ฯ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ผลงานในวารสาร ปีที่ 11 พ.ศ.2561 โดยส่งบทความแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.tci-thaijo.org/index.php/wjss

    อ้างอิงจาก http://www.kmutt.ac.th/…/Evaluation/2560/Announced/News.html