Author: wichukorn.dn

  • ม.วลัยลักษณ์ จัดเวทีประชุมวิชาการระดับชาติ “สหวิทยาการสุขภาพ” ครั้งที่ ๑

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ ร่วมกับ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์และสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “สหวิชาการสุขภาพ” ครั้งที่ ๑ ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุม 4 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    โอกาสนี้ ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วาริท เจาะจิตต์ คณบดีสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ กล่าวรายงาน

    ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด กล่าวว่า การประชุมวิชาการระดับชาติ “สหวิชาการสุขภาพ” ครั้งที่ ๑ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการด้านสุขภาพ จากคณาจารย์ นักวิจัย บุคคลากรทางสุขภาพและนักศึกษาในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตลอดจนนักวิจัยโดยทั่วไป เพื่อสร้างความร่วมมือในการขยายเครือข่ายทางวิทยาการสุขภาพระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับหน่วยงานภายนอก รวมทั้งเพื่อผลักดัน ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัยและสำนักวิชา ตลอดจนการพัฒนานักวิจัยให้กับสังคมไทย อันจะขับเคลื่อนงานวิจัยให้ตอบสนองต่อการพัฒนาของประเทศ

    การประชุมวิชาการระดับชาติ “สหวิชาการสุขภาพ” ครั้งที่ ๑ ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางสุขภาพของท้องถิ่น ในศตวรรษที่ 21″ โดยนายแพทย์ มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “พิษวิทยาโลหะหนัก แนวทางการป้องกันดูแลสุขภาพ Heavy metal toxicity : Prevention and Intervention” โดย ศาสตราจารย์ ดร. สร้อยสังวาล สาตะรักษ์ จาก Queensland University ประเทศออสเตรเลีย การนำเสนอผลงานวิชาการตามกลุ่มย่อย(Session) และการจัดแสดงนิทรรศการโปสเตอร์ผลงานวิจัยด้านต่างๆ

    ประมวลภาพ

     

    วันที่ส่งข่าว 08/07/2559

     

    ภาพข่าวโดย ส่วนประชาสัมพันธ์
  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรเครื่องยิงลูกเทนนิส

    เครื่องยิงลูกเทนนิส

    คำขอเลขที่ 1603001032 ยื่นคำขอเมื่อ 7 มิถุนายน 2559

    ประดิษฐ์โดย: อาจารย์ลัคนา พิมพ์จันทร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ และ นายสุเทพ เหนือคลอง นายช่างเทคนิค ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ผู้ถือสิทธิ: มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ข้อมูลผลงาน: การประดิษฐ์ชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับ

    ในปัจจุบันการฝึกปฏิบัติทักษะกีฬาเทนนิสเป็นการเพิ่มการเรียนรู้ พัฒนาและมีประสบการณ์การเล่นเทนนิสเพิ่มขึ้น แต่การเรียนรู้ด้วยตนเองไม่สามารถพัฒนาทักษะเทนนิสได้ดีเท่ากับการมีอุปกรณ์ที่คอยส่งลูกเทนนิส ที่สามารถส่งลูกเองโดยระบบควบคุมอัตโนมัติ ทำให้ฝึกทักษะได้แม้อยู่คนเดียว การสั่งซื้อและนำเข้าอุปกรณ์กีฬาที่ยังไม่สามารถผลิตในคุณภาพที่ดีและจำหน่ายในราคาถูกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าเครื่องยิงลูกเทนนิสจากต่างประเทศทำให้รัฐบาลไทยสูญเสียรายได้ให้กับนานาประเทศค่อนข้างสูง โดยมีราคาตั้งแต่ 78,000 บาท ถึงราคา 342,000 (บริษัทฟุตบอลไทย มหาชนจำกัด)

    ดังนั้น ทีมนักวิจัยจึงคิดประดิษฐ์และการสร้างเครื่องยิงลูกเทนนิส “วลัยลักษณ์โมเดล” ที่มีราคาถูก รวมทั้งมีประสิทธิภาพการใช้งานได้คล้ายกับเครื่องยิงที่สั่งซื้อในราคาสูงจากต่างประเทศอุปกรณ์เครื่องยิงลูกเทนนิสซึ่งสามารถจ่ายไฟได้นานเกินกว่า 12 ชั่วโมง ทั้งนี้เป็นการทำให้เคลื่อนย้ายเครื่องยิงลูกเทนนิสไปได้สะดวกทุกสนาม ทุกสถานที่ โดยไม่ต้องเสียบสายไฟ การยิงลูกเทนนิส สามารถควบคุมและสั่งงานด้วยระบบรีโมท ไกลในระยะทาง 30 เมตร สามารถบังคับให้ส่งลูกเทนนิสอยู่บริเวณเดียวกันหรือตกใกล้จุดเดิม หรือ สั่งให้ส่งลูกเทนนิสด้านซ้ายและด้านขวาของสนาม ปรับมุมก้มเงยได้  และสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วของลูกเทนนิสได้ ทำให้สะดวกต่อผู้ที่ไปฝึกซ้อมหรือเล่นเทนนิสคนเดียวอย่างยิ่งเพื่อการเรียนการสอนทักษะกีฬาเทนนิส หรือสำหรับฝึกซ้อมและพัฒนาการเล่นกีฬาเทนนิส เหมาะกับนักเรียน นักศึกษาที่สนใจอยากเล่นเทนนิส บุคลากรและนักกีฬาเทนนิส สำหรับใช้ฝึกปฏิบัติทักษะกีฬาเทนนิสเป็นอย่างยิ่ง

    สนใจสอบถามเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการถ่ายทอดเทคโนโลยีติดต่อได้ที่ คุณพรรษกร ฉันทวีโรจน์ โทร. 0-7567-3575 E-mail: lexykusa25@gmail.com

  • สถาบันวิจัยและพัฒนา ม.วลัยลักษณ์ จัดการนำเสนอเอกสารเชิงหลักการ ทุนงบประมาณแผ่นดิน ปีงบประมาณ 2561

    สถาบันวิจัยและพัฒนา  ม.วลัยลักษณ์ จัดการนำเสนอเอกสารเชิงหลักการ ทุนงบประมาณแผ่นดิน ปี 2561 ระหว่างวันที่  27 – 29 มิถุนายน 2559 ณ ห้องประชุม 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย เข้าร่วมการพิจารณาโครงการวิจัยที่เข้ารับการนำเสนอในครั้งนี้

    ประมวลภาพ

  • ประกาศ รายชื่องาน 24: The Best of Both Worlds

    โครงการ นวัตกรรมเพื่อสังคมและชุมชนไทยสู่การตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้คัดเลือกงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ นวัตกรรมบริการวิชาการเพื่อชุมชนสังคม พันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม เข้าโปรแกรม 24: The Best of Both Worlds จากทั้งหมด 41 งานที่แจ้งตอบรับเข้าร่วม ได้แก่

    TF1 เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับชุมชนในการกำจัดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ในก๊าซชีวภาพ (มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์)
    TF2 กระบวนการสร้างการเรียนรู้ในการพัฒนานโยบายชุมชนสู่ตำบลสุขภาวะ (มหาวิทยาลัยพะเยา)
    TF3 การสร้างและทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์แบบต้นทุนต่ำเพื่อกำจัดมลพิษที่เกิดจากการอบใบจากสูบยาของสถานประกอบการใน ต.ปากพูน อ.ปากพูน จ.นครศรีธรรมรา(มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์)
    TF4 การสร้างมูลค่าเพิ่มวัสดุเหลือใช้จากผลิตภัณฑ์ชุมชน (มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี)
    TF5 การจัดการความรู้เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน(มหาวิทยาลัยศิลปากร)
    TF6 การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกรักษ์น้ำของเยาวชนคนกลางน้ำ คลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง (มหาวิทยาลัยทักษิณ)
    TF7 การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ลุ่มน้ำคลองป่าพะยอม-ท่าแนะ จังหวัดพัทลุง (มหาวิทยาลัยทักษิณ)
    TF8 การบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต คน ลุ่มน้ำอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาคลองป่าพะยอม-คลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง (มหาวิทยาลัยทักษิณ)
    TF9 การใช้ประโยชน์พืชภูมิปัญญาริมน้ำเพื่อสุขภาพชุมชนลุ่มน้ำคลองท่าแนะ กรณีต้นน้ำ-กลางน้ำ คลองท่าแนะ (มหาวิทยาลัยทักษิณ)
    TF10 การสร้างมูลค่าเพิ่มของเห็ดตับเต่าโดยการยืดอายุการเก็บรักษาและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ)
    TF11 การยกระดับผลิตภัณฑ์แปรรูปเห็ดตับเต่าเชิงการค้าสู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ)
    TF12 การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์คลองโพธิ์ ของประชน ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ)
    TF13 การพัฒนาการผลิตมันเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ)
    TF14 ความหลากหลายของพันธุ์ข้าวพื้นเมืองเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารสุขภาพของจังหวัดฉะเชิงเทรา (มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์)
    TF15 รูปแบบการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง ส้มโอ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้สำหรับครูในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐมเขต 2 (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม)
    TF16 วัฒนธรรมครอบครัวในการดูแลสุขภาพทารกของชนเผ่าภูไท จังหวัดนครพนม (มหาวิทยาลัยนครพนม)
    TF17 การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรม กรณีศึกษา: กลุ่มผลิตภัณฑ์มีดพร้านาถ่อน จังหวัดนครพนม (มหาวิทยาลัยนครพนม)
    TF18 กระบวนการสืบค้นอัตลักษณ์ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชนพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
    (มหาวิทยาลัยนครพนม)
    TF19 ผลกระทบด้านสุขภาพจากมลพิษทางอากาศต่อชุมชนรอบเขตอุตสาหกรรมสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา)
    TF20 สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สำหรับการอนุรักษ์ข้าวไร่ในอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา กับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา)
    TF21 ความท้าทายของการพัฒนาท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย (มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น)
    TF22 การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมสําหรับชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท ในพื้นที่ตําบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ (มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น)
    TF23 รูปแบบการใช้ชีวิตตามลำพังของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาผู้สูงอายุในจังหวัดศรีสะเกษ (มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ)
    TF24 ข้าวไร่: พืชเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์)

    เจ้าของผลงานทั้ง 24 นี้ จะได้รับการหนุนเสริมให้พัฒนาต้นฉบับ บทความ ส่งวารสารนานาชาติตามฐานข้อมูล ISI ได้ภายใน 24 สัปดาห์ (สัปดาห์ที่ 1 เริ่มต้นวันที่ 4 กรกฎาคม)

  • Walailak J Sci &Tech เลื่อนขึ้นสู่ Quartile 2 ในฐานข้อมูล SCOPUS

    วารสาร Walailak Journal of Science and Technology ได้รับการเลื่อนขึ้นสู่ Quartile 2 (Q2) ของวารสารประเภท Multidisciplinary ในฐานข้อมูล SCOPUS (โดย 2 ปีที่ผ่านมาอยู่ใน Q3) และ ได้รับค่า SJR (SCImago Journal Rank) เท่ากับ 0.199 จากการประกาศ ปีล่าสุด ซึ่งเป็นค่าสูงลำดับที่ 11 ของวารสารไทย (ลดลงจากอันดับที่ 10 และ SJR เท่ากับ 0.207 ในปีที่แล้ว)

    วารสารในฐานข้อมูล Scopus จะมีค่า SJR และได้รับการจัดอันดับในกลุ่มหมวดหมู่ในแต่ละสาขาวิชา ซึ่งแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม ที่เรียกว่า Quartile Score (Q)
    Q1 = top postion (highest 25% of data) เป็นกลุ่มวารสารที่ดีที่สุดในสาขานั้น
    Q2 = middle-high postion (อยู่ระหว่าง top 50% และ top 25%)
    Q3 = middle-low postion (อยู่ระหว่าง top 75% และ top 50%)
    Q4 = bottom position (bottom 25%)

    ปัจจุบันไม่มีวารสารใดจากประเทศไทยที่อยู่ใน Q1 และมีเพียง 5 วารสาร ที่อยู่ใน Q2 (รวมทั้ง Walailak Journal of Science and Technology)

    สถาบันวิจัยและพัฒนา ขอขอบพระคุณ รศ.ดร. เดวิด เจมส์ ฮาร์ดิง อดีตบรรณาธิการที่ยังคงเป็นที่ปรึกษาและดูแลด้านภาษา, รองบรรณาธิการ 4 ท่าน คือ ผศ.ดร. ปิยะพงศ์ โชติพันธุ์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร, ดร. ปิลันธน์ แสนสุข สำนักวิชาวิทยาศาสตร์, ผศ.ดร. ศราวุธ ปาลิโภชน์ สำนักวิชาแพทยศาสตร์, ผศ. เยาวเรศ ศิริสถิตย์กุล สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ ที่ร่วมรับผิดชอบบทความที่ส่งเข้ามามากกว่า 60 เรื่องต่อเดือนในปัจจุบัน รวมทั้ง ผู้ทรงคุณวุุฒิจากหลากหลายประเทศ ที่ร่วมเป็น Editorial board, Guest Editor, Reviewer แบบจิตอาสา และ นักวิจัยที่เลือกเผยแพร่ผลงานในวารสารและอ้างถึง (cite) บทความในวารสาร

    ————————————————————————————

    28 อันดับค่า SJR วารสารไทย ในฐานข้อมูล SCOPUS (http://www.scimagojr.com/journalrank.php?country=TH&year=2015)

    1) Asian Pacific Journal of Cancer Prevention 0.641 (อันดับปีที่แล้ว 1)
    2) Asian Pacific Journal of Allergy and Immunology 0.560 (อันดับปีที่แล้ว 2)
    3) Phuket Marine Biological Center Research Bulletin 0.536 (อันดับปีที่แล้ว 5)
    4) Southeast Asian Journal of Tropical Medicine and Public Health 0.423 (อันดับปีที่แล้ว 4)
    5) Maejo International Journal of Science and Technology 0.263 (อันดับปีที่แล้ว 12)
    6) Chiang Mai Journal of Science 0.254 (อันดับปีที่แล้ว 13)
    7) Journal of the Medical Association of Thailand 0.245 (อันดับปีที่แล้ว 9)
    8) Geotechnical Engineering 0.240 (อันดับปีที่แล้ว 3)
    9) Engineering Journal 0.227 (อันดับปีที่แล้ว 6)
    10) International Energy Journal 0.212 (อันดับปีที่แล้ว 18)
    11) Walailak Journal of Science and Technology 0.199 (อันดับปีที่แล้ว 10)
    12) ScienceAsia 0.193 (อันดับปีที่แล้ว 14)
    13) EnvironmentAsia 0.190 (อันดับปีที่แล้ว 15)
    14) Thai Journal of Mathematics 0.182 (อันดับปีที่แล้ว 11)
    15) Thai Journal of Veterinary Medicine 0.180 (อันดับปีที่แล้ว 17)
    16) International Journal of Geoinformatics 0.177 (อันดับปีที่แล้ว 7)
    17) Songklanakarin Journal of Science and Technology 0.171 (อันดับปีที่แล้ว 8)
    18) Buffalo Bulletin 0.169 (อันดับปีที่แล้ว 24)
    19) Chiang Mai University Journal of Natural Sciences 0.150 (อันดับปีที่แล้ว 21)
    20) Transactions on Electrical Engineering, Electronics, and Communications 0.147 (อันดับปีที่แล้ว 23)
    21) Kasetsart Journal – Natural Science 0.145 (อันดับปีที่แล้ว 19)
    22) International Agricultural Engineering Journal 0.143 (อันดับปีที่แล้ว 14)
    23) Asian Biomedicine 0.137 (อันดับปีที่แล้ว -)
    24) Asia-Pacific Population Journal 0.122 (อันดับปีที่แล้ว 26)
    25) Thai Journal of Pharmaceutical Sciences 0.112 (อันดับปีที่แล้ว 22)
    26) GA 2012 – 5th Asian Regional Conference on Geosynthetics: Geosynthetics for Sustainable Adaptation to Climate Change 0.108 (อันดับปีที่แล้ว -)
    27) Kasetsart Journal – Social Sciences 0.107 (อันดับปีที่แล้ว 16)
    28) Thai Journal of Agricultural Science 0.103 (อันดับปีที่แล้ว 25)

  • รายการ หนึ่งในพระราชดำริ ร่วมประชาสัมพันธ์ ม. วลัยลักษณ์ และความร่วมมือของเครือข่ายวิจัยภาคใต้

    รายการ หนึ่งในพระราชดำริ ตอนวิทยาศาสตร์โบราณคดี ที่ออกอากาศ ทาง ช่อง 9 MCOT HD ได้ร่วมประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผ่าน บทสัมภาษณ์คณาจารย์และนักศึกษา ที่แสดงมุมมองประสานความร่วมมือ ข้ามศาสตร์ และ ข้ามสถาบัน สู่พรมแดนใหม่ทางวิชาการไทย อีกทั้งยังถ่ายทอดความสวยงามของอาคารสถานที่ผ่านรายการอีกด้วย

    ผู้สนใจสามารถรับชมรายการย้อนหลัง ได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=FzrTUQj-Q_I

  • ขอเชิญสมัครเข้าร่วมโปรแกรม 24 เพื่อนำงานวิชาการรับใช้สังคมส่งวารสารนานาชาติใน 24 สัปดาห์

    โครงการ “นวัตกรรมเพื่อสังคมและชุมชนไทยสู่การตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ” ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ขอเชิญนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ นวัตกรรมบริการวิชาการเพื่อชุมชนสังคม พันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม สมัครเข้าร่วมโปรแกรม 24: The Best of Both Worlds เพื่อพัฒนาต้นฉบับ 24 บทความจากทั่วประเทศไทย ให้สามารถส่งวารสารนานาชาติตามฐานข้อมูล ISI ได้ภายใน 24 สัปดาห์

    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด เพิ่มเติมได้จาก Facebook: Walailak Journal และแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโดย ส่งอีเมลล์ระบุชื่อนักวิจัย สถาบันการศึกษา และชื่อผลงาน ไปยัง ดร. ธนิดา เจริญสุข อีเมลล์ thanida.chrs@gmail.com ได้ตั้งแต่วันที่ 1-24 มิถุนายน 2559

    ———————————-
    24 คำถามเกี่ยวกับ 24: The Best of Both Worlds

    คำถาม 1: 24 คืออะไร?
    ตอบ: เป็น “Process” กระบวนการหนุนเสริม ให้งานวิจัยเชิงพื้นที่ งานวิชาการรับใช้สังคม ส่งวารสารนานาชาติพิจารณาได้ใน 24 สัปดาห์

    คำถาม 2: เป็น การอบรมบรรยายเกี่ยวกับวิธีการเขียนบทความวิจัย ใช่ไหม?
    ตอบ: ไม่ใช่ เพราะ การฟังบรรยายเรื่องการเขียน ไม่ได้รับประกันว่าจะเขียนบทความส่งได้

    คำถาม 3: เป็น ค่ายเก็บตัวเขียน paper ใช่ไหม?
    ตอบ: ไม่ใช่ เพราะ การกักตัวคนไว้ 24 ชั่วโมง มีคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่เขียนบทความส่งได้ การกักตัวคนไว้ 24 วัน ผิดกฎหมายและใช้งบประมาณสูง

    คำถาม 4: แล้วจะเกิดอะไรบ้าง ใน 24 สัปดาห์?
    ตอบ: “Process occurs in real time” โดยผู้เข้าร่วมไม่ต้องเดินทางจากภูมิลำเนา สามารถทำควบคู่ไปกับภารกิจและกิจวัตรปกติ
    -เริ่มจากสร้างสัญญาใจ ที่จะฝ่าฟันอุปสรรคสู่เป้าหมายร่วมกัน ที่จะมีส่วนยกระดับงานวิชาการรับใช้สังคมของไทยสู่นานาชาติ
    -ใช้เฟซบุ๊ค ในการแชร์แนวปฏิบัติในการเขียนพัฒนาต้นฉบับ ช่องทางในการตีพิมพ์ รวมทั้ง หลายสิ่งที่ไม่พบเห็นกันมาก่อนแต่ช่วยสร้างพลังและทักษะที่จำเป็นสู่เป้าหมายร่วม
    -ใช้อีเมลล์สื่อสาร ติดตามผลงานรายกรณีเพื่อวิเคราะห์ต้นฉบับ-ผู้เขียน-งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง-วารสาร ตรวจภาษา ตรวจแนะนำต้นฉบับร่างเพื่อการปรับปรุง จนสามารถส่งบทความวารสารพิจารณาได้

    คำถาม 5: ใครที่ควรจะสมัคร?
    ตอบ: อาจารย์ นักวิจัยที่พิสูจน์ตนเองแล้วว่ามีงานวิชาการที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ แต่ที่ผ่านมาเหตุปัจจัยยังไม่เอื้อให้มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ

    คำถาม 6: The Best of Both Worlds ในชื่อ สื่อถึงอะไร?
    ตอบ: คุณประโยชน์ 2 ด้าน จากงานวิจัยหนึ่งเดียว (ตีพิมพ์ได้-ให้ประโยชน์ชุมชนด้วย)

    ถามและติดตามอ่านคำตอบที่เหลือได้ ที่ Facebook: Walailak Journal

  • อาจารย์สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ได้รับเกียรติเป็นผู้ประเมินให้กับวารสารโบราณคดี ชั้นนำของโลก

    ดร. วัณณสาส์น นุ่นสุข อาจารย์สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ได้รับเชิญเป็นผู้ประเมินพิจารณาบทความ ให้กับวารสาร Antiquity ซึ่งเป็นวารสารวิชาการชั้นนำทางด้านโบราณคดี ที่จัดพิมพ์โดย Cambridge University Press ต่อเนื่องยาวนานสู่ปีที่ 90 และมีค่า journal impact factor ล่าสุด 1.717

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สนับสนุนการวิจัยด้านโบราณคดี ให้เชื่อมโยงกับการเรียนการสอน โดยได้รับทุนวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้ง ทุนการศึกษาวิจัยโบราณคดี ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกษม ลิ่มวงศ์ ที่นายแพทย์ชนินท์ ลิ่มวงศ์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล มอบให้แก่หน่วยวิจัยโบราณคดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อจัดสรรให้นักศึกษาได้ศึกษาวิจัยทางด้านโบราณคดี ปีละ 450,000 บาท โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    ผู้สนใจสามารถติดต่อ สอบถาม และปรึกษาหัวข้อวิจัย ได้จาก ดร. วัณณสาส์น นุ่นสุข (wn35@cornell.edu)

  • ม. วลัยลักษณ์ สนับสนุนงบประมาณให้กับ 26 ศูนย์-หน่วย-กลุ่มวิจัยในปี2559

    จากการประชุม คณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนอุดหนุนและติดตามประเมินผลการวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครั้งที่1/2559 ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา ได้พิจารณางบประมาณสนับสนุน กลุ่มวิจัย-หน่วยวิจัย-ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ จากผลดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ-หน่วยวิจัย-กลุ่มวิจัย เดิมรวม 25 หน่วย และ ผลประเมินข้อเสนอโครงการจัดตั้ง หน่วยวิจัย-กลุ่มวิจัย ใหม่รวม 7 หน่วย

    ผลสืบเนื่องจากการประชุมทำให้ ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ-หน่วยวิจัย-กลุ่มวิจัย ของมหาวิทยาลัยได้รับทุนสนับสนุนพร้อมกัน 26 ทุน ในปี2559 ได้แก่

    ทุนกลุ่มวิจัย

    1. กลุ่มวิจัยนวัตกรรมด้านการจัดการและพันธกิจเพื่อสังคม (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาการจัดการ
    2. กลุ่มวิจัยอิสลามศึกษาและการพัฒนาชุมชนมุสลิมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาศิลปศาสตร์
    3. กลุ่มวิจัยการเคลื่อนย้ายของผู้คนในยุคโลกไร้พรมแดน (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาศิลปศาสตร์
    4. กลุ่มวิจัยการดูแลสุขภาวะชุมชน (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
    5. กลุ่มวิจัยโรคเขตร้อนและโรคติดเชื้อปรสิต (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาแพทยศาสตร์
    6. กลุ่มวิจัยเพื่อพยากรณ์ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคในชุมชนและผลกระทบต่อสุขภาพ (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    7. กลุ่มวิจัยพยาธิชีววิทยาของเซลล์และเนื้อเยื่อ (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาแพทยศาสตร์
    8. กลุ่มวิจัยนวัตกรรมการเพาะเลี้ยงปลานิล (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    9. กลุ่มวิจัยการสร้างแบบจำลองทางทฤษฎีและการคำนวณ (ก่อตั้งปี 2557) สำนักวิชาวิทยาศาสตร์

    ทุนหน่วยวิจัย

    10.หน่วยวิจัยทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (หน่วยวิจัยใหม่) สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
    11. หน่วยวิจัยมนุษยพันธุศาสตร์ (หน่วยวิจัยใหม่) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    12. หน่วยวิจัยพิษวิทยาและโรคติดเชื้อ (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    13. หน่วยวิจัยการสาธารณสุขเชิงบูรณาการ (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    14. หน่วยวิจัยปาล์มน้ำมัน (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    15. หน่วยวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องสำอาง (พัฒนาจาก กลุ่มวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องสำอาง ที่ก่อตั้งปี 2557)สำนักวิชาเภสัชศาสตร์
    16. หน่วยวิจัยอาหารเพื่อสุขภาพ (ก่อตั้งปี 2556) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    17. หน่วยวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก (พัฒนาจาก กลุ่มวิจัยการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชน ที่ก่อตั้งปี2556) สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
    18.หน่วยวิจัย การบริโภคและเศรษฐกิจยั่งยืน (พัฒนาจากกลุ่มวิจัยการบริโภคและเศรษฐกิจยั่งยืน ที่ก่อตั้งปี 2554) สำนักวิชาการจัดการ
    19. หน่วยวิจัย นวัตกรรมด้านสารสนเทศ (ก่อตั้งปี 2553) สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์
    20. หน่วยวิจัย ชีวเวชศาสตร์ (ก่อตั้งปี 2554) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    21. หน่วยวิจัย ไม้ผลเขตร้อน (ก่อตั้งปี 2547) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    22. หน่วยวิจัย เทคโนโลยีโมเลกุล (แยกจาก หน่วยวิจัยฟิสิกส์ทดลอง ที่ก่อตั้งปี 2545) สำนักวิชาวิทยาศาสตร์

    ทุนศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ

    1. ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ ด้านกุ้ง (พัฒนาจาก หน่วยวิจัย กุ้ง ที่ก่อตั้งปี 2551) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    2. ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ ด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ (พัฒนาจาก หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ ที่ก่อตั้งปี 2545) สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
    3.ศูนย์ความรู้เฉพาะด้านนิเวศวิทยาพยากรณ์และการจัดการ (พัฒนาจาก หน่วยวิจัยระบบซับซ้อน ที่ก่อตั้งปี 2545) สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
    4. ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ ด้านนวัตกรรมฟิสิกส์ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมเกษตร (แยกจาก หน่วยวิจัยฟิสิกส์ทดลอง ที่ก่อตั้งปี 2545)สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร

    ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ-หน่วยวิจัย-กลุ่มวิจัย เหล่านี้ ต้องผ่านการตรวจสอบหลักฐานค่าใช้จ่ายงบประมาณปีที่ผ่านมา (สำหรับศูนย์/หน่วย/กลุ่มเก่า) และ แก้ไขข้อเสนอการจัดตั้งหน่วยตามผลประเมิน (สำหรับหน่วย/กลุ่มที่ตั้งใหม่) และ สรุปการปรับเปลี่ยนเพิ่ม-ลดสมาชิกสำหรับการดำเนินงานในปี 2559 ก่อนที่สถาบันวิจัยและพัฒนา โดย คุณแก้วใจ สุขสอาด จะประสานการลงนามในสัญญารับทุนต่อไป

    อนึ่ง การจัดตั้งหน่วยวิจัยในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารมหาวิทยาลัยในปี 2545 ที่ส่งเสริมการทำงานวิจัยร่วมกัน ในแบบบูรณาการศาสตร์ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการในประเด็นที่ 1)ตอบสนองความต้องการในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ให้เกิดSocial Engagement และ/หรือ 2) มุ่งสู่มาตรฐานระดับนานาชาติ ให้มีส่วนนำมหาวิทยาลัยสู่ World Ranking โดยอาศัยประโยชน์จากการรวมบริการประสานภารกิจ ภายใต้การดูแลของสถาบันวิจัยและพัฒนา ให้ข้ามพ้นอุปสรรคในการทำงานวิจัยระหว่างสาขา สำนักวิชา และหน่วยงาน จนในปี 2552 มหาวิทยาลัยได้ออกประกาศสนับสนุนกลุ่มวิจัยซึ่งดำเนินการในลักษณะเดียวกับหน่วยวิจัย แต่มีขนาดเล็กกว่า และหน่วยวิจัยความเป็นเลิศ ซึ่งกลายมาเป็น ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ ในปี 2557 สำหรับหน่วยวิจัยที่มี Social impact สร้างความโดดเด่นให้กับมหาวิทยาลัยได้

  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรเทคนิคการเลี้ยงเชื้อสเตรปโตมัยซีทในหลอดทดลองเพื่อลดระยะเวลาในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ

    เทคนิคการเลี้ยงเชื้อสเตรปโตมัยซีทในหลอดทดลองเพื่อลดระยะเวลาในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรเทคนิคการเลี้ยงเชื้อสเตรปโตมัยซีทในหลอดทดลองเพื่อลดระยะเวลาในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ คำขอเลขที่ 1503002065 ยื่นคำขอเมื่อ 30 พ.ย.58

    ประดิษฐ์โดย: รศ.ดร.มณฑล เลิศคณาวนิชกุล และ นายกิจติศักดิ์ ชววิสิฐ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ผู้ถือสิทธิ: มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ข้อมูลผลงาน: สืบเนื่องจากสเตรปโตมัยซีทเป็นแบคทีเรียแกรมบวกรูปท่อนที่มีลักษณะการเจริญเติบโตคล้ายเชื้อรากล่าวคือมีการเจริญเติบโตช้าและต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโตสูง (obligate aerobic bacteria) ซึ่งทำให้การกระตุ้นให้เชื้อผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิในหลอดทดลองเป็นไปได้ช้าต้องใช้เวลายาวนานถึง 30 วันหรือมากกว่านั้นหากบ่มเลี้ยงเชื้อแบบไม่ได้เขย่าโดยการเลี้ยงเชื้อไว้เป็นระยะเวลายาวนานอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ชนิดอื่นในสิ่งแวดล้อม โดยที่เชื้อสเตรปโตมัยซีทในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ (secondary metabolites) ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น สารปฏิชีวนะออกฤทธิ์ต้านสแตฟฟิลโลคอคคัสออเรียสที่ดื้อยาเมธิซิลลิน (methicillin resistant Staphylococcus aureus: MRSA) เป็นต้น

    การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเทคนิคการเลี้ยงเชื้อสเตรปโตมัยซีท (Streptomyces spp.) ในหลอดทดลองเพื่อลดระยะเวลาในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ ด้วยการเลี้ยงเชื้อในขวดที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มปริมาตรการเลี้ยงเชื้อ ซึ่งทำให้สามารถลดระยะเวลาของการบ่มเลี้ยงเชื้อลงได้จาก 12 วัน เหลือเพียง 3-4 วัน ในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ และสามารถเพิ่มปริมาตรของอาหารเลี้ยงเชื้อได้มากกว่าเกณฑ์ปกติ สำหรับการเลี้ยงเชื้อในแต่ละครั้ง

    สนใจสอบถามเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการถ่ายทอดเทคโนโลยีติดต่อได้ที่ คุณพรรษกร ฉันทวีโรจน์ โทร. 0-7567-3575 E-mail: npatsako@wu.ac.th