Author: wichukorn.dn

  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รั้งอันดับ Top Ten Nature Index สถาบันการศึกษาวิจัยของประเทศไทย ต่อเนื่อง

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รั้งอันดับ Top Ten Nature Index สถาบันการศึกษาวิจัยของประเทศไทย ต่อเนื่อง

    จากการจัดอันดับ สถาบันการศึกษาวิจัยของโลก ตาม Nature Index ของเครือ Springer Nature โดยพิจารณาจากการผลิตงานวิจัยที่มีผลกระทบสูง ใน 82 วารสารชั้นนำของโลก ระหว่างเดือนสิงหาคม 2017 ถึง เดือนกรกฎาคม 2018 ผลปรากฎว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อยู่ในอันดับ 9 ของประเทศไทย จากการเผยแพร่ผลงานวิจัยสำคัญเกี่ยวกับปรากฏการณ์ Spin Crossover ในวารสาร Chemical Communication ที่มี รองศาสตราจารย์ ดร. เดวิด เจมส์ ฮาร์ดิง เป็น Corresponding author และเกี่ยวกับ Nash theory of gravity ในวารสาร European Physical Journal C ที่มีรองศาสตราจารย์ ดร. พงษ์พิชิต จันทร์นุ้ย เป็น First author

    อันดับสถาบันการศึกษาวิจัยของประเทศไทยใน Nature Index (2017-2018) ประกอบด้วย

    1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    2 สถาบันวิทยสิริเมธี
    3 มหาวิทยาลัยมหิดล
    4 มหาวิทยาลัยนเรศวร 
    5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
    6 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
    7 มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    8 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช)
    9 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 
    10 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    นับเป็นการติดอันดับ Top Ten Nature Index ของประเทศไทย เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน


  • 14 ธันวาคม 2561 : ประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 8 หัวข้อ การบริหารจัดการเมืองและท้องถิ่นในยุคไทยแลนด์ 4.0

    สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอเชิญเข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 8 หัวข้อ การบริหารจัดการเมืองและท้องถิ่นในยุคไทยแลนด์ 4.0 ในวันที่ 14 ธันวาคม 2561 ณ ห้องประชุม 4 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ผู้สนใจแจ้งความประสงค์ได้ที่ โทร. 2705, 2709-10

  • วช.ลงนามความร่วมมือทางวิชาการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมกับ ม.วลัยลักษณ์และเครือข่าย

    วช.ลงนามความร่วมมือทางวิชาการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมกับ ม.วลัยลักษณ์และเครือข่าย

                      เมื่อวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2561 ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.อภินันท์  สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการฝึกอบรม “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” และโครงการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมสู่ประเทศไทย 4.0 ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร 

     

  • 27-28 มีนาคม 2562 : ประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 11 (Deadline: 15/12/2561)

    27-28 มีนาคม 2562 : ประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 11 (Deadline: 15/12/2561)

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรม กำหนดจัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 11 หัวข้อ “Smart Research and Innovation to Thailand 4.0” ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างงานวิจัยของคณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัย เพื่อผลิตผลงานวิจัยงานสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อสังคม รวมทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีประโยชน์สู่สาธารณะ อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาต่อยอดงานวิจัย ตลอดจนพัฒนางานวิจัยไปสู่สาธารณะ โดยงาน “วลัยลักษณ์วิจัย” ได้กำหนดรูปแบบการจัดงานมีการบรรยายพิเศษของผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิชาการแบบบรรยาย (Oral Presentation) และแบบโปสเตอร์ (Poster Presentation)  ในสาขาและกลุ่มหัวข้อดังนี้

    1. กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
    2. กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    3. กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ
    4. กลุ่มงานวิจัยเชิงพื้นที่
    5. กลุ่มการจัดการ

    ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนส่งบทความในระบบ online ได้ที่ website: https://research.wu.ac.th

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    ติดต่อ คุณลัดดาวัลย์ มนต์แก้ว หรือ คุณโกสินธุ์ ศิริรักษ์ หรือ คุณสุจินดา ย่องจีน
    โทรศัพท์  0-7567-3566, 0-7567-3565,0-7567-3567
    e-mail: wuird.walailak@gmail.com
    หมดเขตรับบทความภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2561

  • อ.นพ.ลั่นหล้า อุดมเวช : จักษุแพทย์ อาจารย์ และนักวิจัย บทบาทอันแตกต่างแต่ลงตัว

    อ.นพ.ลั่นหล้า อุดมเวช : จักษุแพทย์ อาจารย์ และนักวิจัย บทบาทอันแตกต่างแต่ลงตัว

    อาจารย์ นายแพทย์ลั่นหล้า อุดมเวช อาจารย์ประจำสำนักวิชาแพทยศาสตร์ และจักษุแพทย์ประจำศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา สอนนักศึกษาแพทย์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความผิดปกติของตาและการมองเห็น ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย 

    อาจารย์ นายแพทย์ลั่นหล้า สำเร็จการศึกษา พ.บ. (เกียรตินิยม) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ป. บัณฑิต ชั้นสูง วิทยาศาสตร์การแพทย์ (จักษุวิทยา) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ว.ว. จักษุวิทยา ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย และวุฒิบัตร Fellowship of International Council of Ophthalmology (องค์กรระหว่างประเทศ) 

    นอกจากบทบาทของอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิกแล้ว และอาจารย์ผู้สอนในรายวิชาที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความผิดปกติของตาและการมองเห็น ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยแล้ว ยังทำหน้าที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาประจำคลินิกจักษุ ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และให้บริการวิชาการ ตรวจโรคตาและผ่าตัดตา ที่โรงพยาบาลสิชล อีกด้วย 

    อาจารย์ นายแพทย์ลั่นหล้า เล่าว่า ในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคใต้ ยังขาดแคลนจักษุแพทย์ ประกอบกับการเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ทำให้มีผู้ป่วยในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงเข้ามารับบริการที่ศูนย์การแพทย์ฯ จำนวนมาก ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มมีโรคตา อาทิ ต้อกระจก ต้อหิน ตาแห้ง นอกจากนี้ยังพบว่ามีนักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยมีภาวะสายตาผิดปกติ และโรคตาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานจำนวนมากเช่นกัน 

    จากการพูดคุยกับผู้ป่วยที่มารับการรักษาเกี่ยวกับตา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อาจารย์ นายแพทย์ลั่นหล้า เป็นแพทย์รุ่นใหม่ที่มีอัธยาศัยดี ใส่ใจในรายละเอียดเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วย ซักถามและพูดคุยกับผู้ป่วย พร้อมให้คำแนะนำการดูแลรักษาตา ทำให้การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี เป็นที่ประทับใจของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยสูงอายุ

    อาจารย์ นายแพทย์ลั่นหล้า เล่าต่อว่า จากการให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยเกี่ยวกับตา มีผู้เข้ารับบริการจำนวนมากต้องการปรึกษาถึงแนวทางแก้ไขสายตาผิดปกติ ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงได้จัดตั้งคลินิกเฉพาะโรค คือคลินิกวัดสายตาและคลินิกคอนแทคเลนส์ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวในการเลือกแนวทางการแก้ไขสายตาผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เป็นการขยายขีดความสามารถการให้บริการทางจักษุในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยปัจจุบันเป็นแห่งเดียวที่ให้บริการการรักษาด้วยคอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งแข็งแก๊สซึมผ่านได้ (rigid gas-permeable contact lens: RGP contact lens) ซึ่งเหมาะกับผู้มีค่าสายตาผิดปกติมาก ผู้มีสายตาเอียงไม่ปกติ (irregular astigmatism) ผู้ป่วยโรคกระจกตาย้วย (keratoconus) หรือผู้ป่วยสายตาผิดปกติทั่วไป ที่ต้องการภาพที่คมชัดมากขึ้น และผู้ป่วยที่ต้องการใส่คอนแทคเลนส์เป็นระยะเวลานาน 

    ขณะเดียวกันยังทำให้ อาจารย์ นายแพทย์ลั่นหล้า พบปัญหาทางคลินิกที่หลากหลาย จุดประกายให้เกิดคำถามการวิจัยตามมา เนื่องจากผู้ป่วยที่เข้ารับบริการจำนวนมาก มีอาการแสบตา คันตา เคืองตา ตามัว และเมื่อตรวจร่างกาย จากการตรวจพบว่า มีการอักเสบของเปลือกตาและขอบตา ร่วมกับการมีคราบสะสม บริเวณโคนขนตาปริมาณมาก จากการค้นคว้าทางวรรณกรรมทางการแพทย์ พบว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อไรขน (Demodex spp.) ได้ ทั้งนี้ ยังมีข้อโต้แย้ง เนื่องจากไรขนนี้ สามารถพบในคนที่ไม่มีอาการใดๆ ได้ด้วย และยังมีการศึกษาถึงความชุมและความสัมพันธ์กับภาวะเปลือกตาอักเสบ รวมถึงการรักษาโรคเปลือกตาอักเสบจากไรขนนี้ จึงได้ร่วมกับ อาจารย์ แพทย์หญิงนนทพรรณ ผาสุข ทำโครงการวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างภาวะเปลือกตาอักเสบกับไรขน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการและยังเปิดรับอาสาสมัครอยู่ 

    นอกจากนี้ อาจารย์ นายแพทย์ลั่นหล้า ยังมีปัญหาทางคลินิกที่พบและมีความสนใจที่จะสร้างเป็นงานวิจัยอื่นๆ ได้แก่ งานวิจัยเกี่ยวกับความสามารถในการเกิด biofilm ในคอนแทคเลนส์ที่ผลิตจากวัสดุต่างๆ ภาวะสายตาผิดปกติและภาวะตาขี้เกียจในเขตอำเภอท่าศาลา และการประดิษฐ์เครื่องมือทางจักษุ 

    ไม่ว่าจะทำงานหนักเพียงใด อาจารย์ นายแพทย์ลั่นหล้า ยังมีเวลาผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานด้วยการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมดุริยางค์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (WU Ensemble) ร่วมกับ อาจารย์ ดร.จุฑามาศ รัตติกาลสุขะ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ซึ่งวง WU Ensemble ได้มีโอกาสแสดงตามงานต่างๆ เช่น พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประจำทุกปี 

    ในอนาคต อาจารย์ นายแพทย์ลั่นหล้า วางแผนที่จะศึกษาต่อในอนุสาขาเฉพาะทางจักษุวิทยา เพื่อเตรียมพร้อมด้านการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาแพทย์ในรายวิชาจักษุวิทยา เมื่อศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ และเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการวิชาการและการวิจัย 

    อาจารย์มหาวิทยาลัยทุกท่าน ล้วนมีภาระหลักทั้งงานสอน งานวิจัย งานบริการวิชาการ และงานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม แต่ด้วยความแตกต่างในความเชี่ยวชาญของสาขาวิชาชีพ ทำให้อาจารย์ทุกท่าน มีเรื่องเล่าจากการทำงานหลากหลายด้านที่ต่างกัน เป็นสีสันของการทำงานในรั้วมหาวิทยาลัย 

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร เรียบเรียง


    • วันที่ส่งข่าว – 02/11/2561
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • สำนักวิชาศิลปศาสตร์ จัดกิจกรรม 24​ ชั่วโมงห้วงแห่งงานเขียน​

    สำนักวิชาศิลปศาสตร์ จัดกิจกรรม 24​ ชั่วโมงห้วงแห่งงานเขียน​

    เมื่อวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2561 สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรม​ 24​ ชั่วโมงห้วงแห่งงานเขียน​  ให้กับคณาจารย์ นักศึกษาระดับบัญฑิตศึกษา และบุคคลทั่วไป 

  • ม. วลัยลักษณ์ ติดอันดับองค์กรด้านการวิจัย จากการจัดลำดับโดย SCImago Institutions Rankings (SIR) เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี

    ม. วลัยลักษณ์ ติดอันดับองค์กรด้านการวิจัย จากการจัดลำดับโดย SCImago Institutions Rankings (SIR) เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี

    SCImago Institutions Rankings (SIR) เริ่มจัดอันดับองค์กรด้านการวิจัยทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2009 – ปัจจุบัน ในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา มีองค์กรด้านการวิจัยไทย ติดอันดับ จำนวน 17-24 องค์กร โดยไม่เคยปรากฎชื่อของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ปี 2018 เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ปรากฏชื่อมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็น 1 ใน องค์กรที่ติดอันดับด้านการวิจัย  โดยเป็นอันดับที่ 27 ของไทย และเป็นอันดับที่ 714 ของโลก (จากของไทยทั้งหมด 29 และของโลก 5,637 องค์กร ที่ติดอันดับ)

    เกณฑ์ในการจัดอันดับองค์กรวิจัย โดย SIR ในปี 2018 พิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ คือ การวิจัย (Research) 50%, นวัตกรรม (Innovation) 30% และสังคม (Societal) 20% รวม 13 ตัวชี้วัด (ทั้งนี้ด้านการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูล Scopus)

     

      ที่มา: https://www.scimagoir.com/rankings.php

     

  • ทุนวิจัย : ประกาศรับข้อเสนอโครงการวิจัย สำนักงาน ป.ป.ช. (Deadline: 30/11/2561)

    สำนักงาน ป.ป.ช ประกาศรับข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนทุนวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ 2562 ชื่อโครงการวิจัย “การสังเคราะห์รูปแบบ กลไกและแนวทางการปลูกฝังเจตคติและวัฒนธรรมสุจริต เพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต” งบประมาณ 707,500 บาท

    ผู้สนใจดาวน์โหลดเอกสารและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nacc.go.th ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561

    โทร. 0 2528 4800 ต่อ 4707 โทรสาร 0 2528 4703 

  • วารสาร MTR ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้วารสารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    วารสาร MTR ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้วารสารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    เมื่อวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้การต้อนรับ รองศาสตราจารย์ ดร.เชิดวงศ์ แสงศุภวานิช รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบรรณาธิการวารสาร Maritime Technology and Research (MTR) ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการวารสารและการดำเนินงานวารสาร Maritime Technology and Research (MTR) พร้อมกับเปิดตัวและประชาสัมพันธ์การรับบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสาร ซึ่งวารสาร MTR ได้จัดทำคุณภาพของวารสารเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล

    ประมวลภาพ

     

  • รศ.พญ. วีระนุช นิสภาธร อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ “Research Fellow Award”

    รศ.พญ. วีระนุช นิสภาธร อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ “Research Fellow Award”

     
    รองศาสตราจารย์ พญ. วีระนุช นิสภาธร อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับเชิญ เป็น “Panelist Speaker” ในที่ประชุม The Asia Pacific Consortium of Researchers and Educators International Conference 2018 หัวข้อ “Advancing Multidisciplinary Research towards a Spectrum of Opportunities” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2561 ณ The Westin Resort Guam ประเทศสหรัฐอเมริกา 

    ในโอกาสเข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ พญ. วีระนุช นิสภาธร ยังเป็น 1 ใน 10 ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับ The Dr. Matthew Eichler Research and Education Awards โดยได้รับรางวัล “Research Fellow Award” พร้อมได้กล่าวสุนทรพจน์ขอบคุณต่อที่ประชุม 

    I am pleased, honored and humbled to accept this award and to join past recipients whom I have long admired and respected.

    – A very special thanks to the “Asia Pacific Consortium of Researchers and Educators (APCoRE) Board for selecting me and befit this citation.

    – Thank you also to those who nominated me and supported my nomination.
    And, of course, thank you to my family and friends, University of Malaya, Malaysia and Walailak University, Thailand for always supporting me. In part, I would like to give you a little perspective on my life as an educator:
    I worked for nearly 2 decades at the University of Malaya, Malaysia, beginning as a naïve academic lecturer at the Department of Parasitology, Faculty of Medicine. Having a background as a medical doctor, it was such an incredible journey to work outside my home country-Thailand. This was a challenging experience to groom myself in transforming from a plain medical doctor to a teacher, who transferred knowledge to students in the same field. And indeed, what a gift to me that throughout my years at the University of Malaya, I had the opportunity to get to learn not only in teaching (e.g., the old, new integrated curriculum and e-learning based curriculum management system modules-UMMP) for undergraduate medical students, Master programs (e.g., MSc (Parasitology) and Master of Pathology) and PhD levels for postgraduate students and as a visiting Professor in Centro Escolar University, Philippines and Walailak University, Thailand. The experiences geared me to broaden my horizon not only dealing with students of different educational and cultural backgrounds who were eager to learn but also various research aspects related to “Clinical Tropical Medicine” with a special focus on medical parasitology. The challenges I accepted, helped me in uplifting my skill and expertise at international levels in various aspects from publications, speakerships (e.g., Keynote, Plenary, invited), editorial board member, peer reviewer, associate and guest Editors. I find myself in those experiences, also provided me the opportunities to improve the well-being of communities that I met in so many ways.

    Walailak University is under the leadership of Professor Dr. Sombat Thamrongthayawong and his dedicated team. Our university is currently in the process of transforming from a conventional teaching to a new paradigm using UKPSF-HEA as a standard recognized framework of teaching and learning support. Interestingly, WU is also rapidly moving to become a Research University. I first joined Walailak University about a year ago, and in that time I have witnessed the growing trend of this institution to be more focused on research activities and encouraging international collaboration foreseeing and seeking greater recognition. In education, there is no boundary and barrier to limit what we can achieve. In my teaching career, I have the opportunity to share valuable teaching experiences with both local and international (e.g., ASEAN) students to pave way for student exchange activities.

    In closing, I would like to add that UM and WU which I have the opportunity to work with scientific and cultural facilities, have made me realize a greater appreciation in this diverse yet exceptional excellence that enriched my teaching career and to work with individuals who bring their talent and expertise contributing milestones to these two(2) universities. Overall, we must continue to work together as a united group in making the scientific and cultural communities as significant players in education, economic development, tourism, health and human welfare and build innovative communities.

    May we all continue to work together, nurture and support each other and help transform our higher learning institutions as a dynamic, creative place to live and work, I would like to end in this pondered quote:

    As Albert Einstein says: “Education is not the Learning of Fact but the Training of the Mind to Think”.
    My heartfelt Thank you to everyone.


    • วันที่ส่งข่าว – 08/11/2561
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ศูนย์กิจการนานาชาติ