Author: wichukorn.dn

  • นักศึกษาสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรคว้ารางวัลจากการนำเสนอผลงานทางวิชาการระดับปริญญาบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ครั้งที่ 3 (RUCA III)

    นักศึกษาสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรคว้ารางวัลจากการนำเสนอผลงานทางวิชาการระดับปริญญาบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ครั้งที่ 3 (RUCA III)

    นักศึกษาสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานวิจัยในโครงการนำเสนอผลงานทางวิชาการระดับปริญญาบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ครั้งที่ 3 (3rd Regional Undergraduate Conference on Agricultural Sciences and Technology) ในหัวข้อ”เทคโนโลยีการเกษตร:เทคโนโลยีสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย” ดังนี้
    1. รางวัลนำเสนอภาคบรรยาย ระดับยอดเยี่ยม สาขาอุตสาหกรรมเกษตร ได้แก่ นางสาวเบญญทิพย์ ยิ้มละม้าย นำเสนอผลงานทางวิชาการเรื่อง การตรวจสอบเชื้อ Listeria monocytogenes ด้วยเทคนิค Loop-Mediated Isothermal Amplification (LAMP) โดยมี อ.ดร. พิจักษณ์ สัมพันธ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
    2. รางวัลนำเสนอภาคบรรยาย ระดับดีมาก สาขาอุตสาหกรรมเกษตร ได้แก่ นายธีรพล อิกำเนิด นำเสนอผลงานทางวิชาการเรื่อง การประเมินอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ซอสกอและกึ่งสำเร็จรูป โดยมี รศ.ดร. มนัส ชัยจันทร์ และ ผศ.ดร.วรวรรณ พันพิพัฒน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
    3. รางวัลนำเสนอภาคบรรยาย ระดับดีมาก สาขาสัตวศาสตร์ ได้แก่ นางสาวอังศณา พัฒน์ทอง นำเสนอผลงานทางวิชาการเรื่อง ประสิทธิภาพการใช้ฮอร์โมนพรอสทาแกลนดินสังเคราะห์ ในการกำหนดคลอดของแม่สุกร โดยมี รศ.ดร. ชินา สุภากรณ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
    4. รางวัลนำเสนอภาคบรรยาย ระดับดีมาก สาขาพืชศาสตร์ ได้แก่ นางสาวปวีนุช บรรจง นำเสนอผลงานเรื่อง ประสิทธิภาพของเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตข้าวสังข์หยด โดยมี รศ.ดร.วาริน อินทนา เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
    5. รางวัลนำเสนอภาคโปสเตอร์ ระดับดีมาก สาขาอุตสาหกรรมเกษตร ได้แก่ นางสาวกาญจนา แก้วประเสริฐ และ นางสาวธีรดา เทพเสถียร นำเสนอผลงานทางวิชาการเรื่อง ผลของปริมาณเนื้อจันทน์เทศต่อคุณภาพทางประสาทสัมผัสของแยมจันทน์เทศ โดยมี ผศ.ดร. สุปราณี มนูรักษ์ชินากร เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
    อนึ่ง สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นเจ้าภาพจัดโครงการนำเสนอผลงานทางวิชาการระดับปริญญาบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ครั้งที่ 3 (3rd Regional Undergraduate Conference on Agricultural Sciences and Technology) ในหัวข้อ”เทคโนโลยีการเกษตร:เทคโนโลยีสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย” ระหว่างวันที่ 30-31 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ม.วลัยลักษณ์ โดยมีเจ้าภาพร่วม 10 มหาวิทยาลัย ได้แก่
    1) มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี
    2) มหาวิทยาลัยราชภัฏ เพชรบุรี
    3) มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร
    4) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
    5) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    6) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
    7) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
    8) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
    9) มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
    10) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช

     

            

     

    ภาพข่าวโดย สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร

     

       http://agri.wu.ac.th/index.php/web/agrith/detail/10366
  • ขอเชิญร่วมฟังการสอบวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก สาขาเคมี

    หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเคมี สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ กำหนดสอบวิทยานิพนธ์ของนางสาวโชติกา จีระพงศ์ หัวข้อ “เมทาบอไลท์ทุติยภูมิจากเชื้อรา Trichoderma สายพันธ์ที่มีศักยภาพสำหรับการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum สาเหตุของโรคแอนแทรคโนส” ในวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2559 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม ในการนี้ จึง ขอเชิญคณาจารย์ นักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมฟังการสอบในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว

  • ขอเชิญร่วมฟังการสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ปริญญาโท สาขาชีวเวชศาสตร์

    สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ ขอเชิญร่วมฟังการสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ของ นางสาวอัมพิกา เกษรสิทธิ์ นักศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาชีวเวชศาสตร์ หัวข้อวิทยานิพนธ์ การตรวจแยกชนิดของการกลายพันธุ์และความหลากหลายทางพันธุกรรมของยีนโกลบิน ในกลุ่มประชากรของจังหวัดนครศรีธรรมราช (Characterization of Globin Gene Mutations and Polymorphisms in the Nakhon Si Thammarat Population) ในวันอังคารที่ 1 มีนาคม 2559 เวลา 09.00-11.00 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิชาการ 2

  • ขอเชิญร่วมฟังการสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ปริญญาโท สาขาชีวเวชศาสตร์

    สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ ขอเชิญร่วมฟังการสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ของ นางสาวอัมพิกา เกษรสิทธิ์ นักศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาชีวเวชศาสตร์ หัวข้อวิทยานิพนธ์ การตรวจแยกชนิดของการกลายพันธุ์และความหลากหลายทางพันธุกรรมของยีนโกลบิน ในกลุ่มประชากรของจังหวัดนครศรีธรรมราช (Characterization of Globin Gene Mutations and Polymorphisms in the Nakhon Si Thammarat Population) ในวันอังคารที่ 1 มีนาคม 2559 เวลา 09.00-11.00 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิชาการ 2

  • ม.วลัยลักษณ์ลงนามเอ็มโอยูถ่ายทอดเทคโนโลยี 2 ผลงานวิจัย ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0

    ม.วลัยลักษณ์ลงนามเอ็มโอยูถ่ายทอดเทคโนโลยี 2 ผลงานวิจัย ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0

    เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุทัศน์ ชาญสวัสดิ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 และคุณกรรณิการ์ คงวาริน บริษัท กรีน ออริจินส์ จำกัด ลงนามในสัญญาสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง สูตรและกรรมวิธีการผลิตปืนยางสำหรับฝึกอบรมและการปฏิบัติ และกรรมวิธีการผลิตกรด 5 อะมิโนลีวูลินิกจากแบคทีเรียสังเคราะห์แสง โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิยม กำลังดี รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ ม.วลัยลักษณ์ เจ้าหน้าตำรวจ ผู้บริหารบริษัท ตลอดจนผู้บริหารของมหาวิทยาลัย คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่ห้องประชุมโมคลาน อาคารบริหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า การลงนามถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง สูตรและกรรมวิธีการผลิตปืนยางสำหรับฝึกอบรมและการปฏิบัติ โดย อาจารย์ ดร.ประชิด สระโมฬี อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร และกรรมวิธีการผลิตกรด 5 อะมิโนลีวูลินิกจากแบคทีเรียสังเคราะห์แสง โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ชูฤทธิ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร เป็นผู้วิจัย เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยไทยเป็นมหาวิทยาลัย 4.0 นั่นคือผลิตงานวิจัยที่ไม่ได้เป็นแค่การวิจัยขึ้นหิ้ง แต่เป็นการวิจัยที่สามารถตอบโจทย์สังคม สามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรและประเทศไทยได้ ทั้ง 2 ผลงานถือว่าตรงกับนโยบายที่รัฐบาลได้กำหนดไว้

    ซึ่งในด้านการเพิ่มผลผลิตกรรมวิธีการผลิตกรด 5 อะมิโนลีวูลินิกจากแบคทีเรียสังเคราะห์แสง จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะไปขยาย ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง ส่วนของงานวิจัยปืนฝึกยางฯ ซึ่งเป็นปืนที่มีลักษณะน้ำหนักที่ใกล้เคียงปืนจริง ดูดี กระชับ ตกไม่แตก ถือเป็นสิ่งที่ดีเป็นอย่างมาก จะทำให้การฝึกของนักเรียนตำรวจมีความแม่นยำและใกล้เคียงกับปืนจริงมากที่สุด นอกจากนี้ในอนาคตหากมีการพัฒนาผลิตปืนยางมากขึ้น ก็จะส่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราได้อีกทางหนึ่งด้วย

    “ทั้ง 2 ผลงานวิจัย ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกร ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และมหาวิทยาลัย 4.0 ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความสำเร็จให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แล้ว ในอนาคตจะสร้างความสำเร็จให้กับประเทศ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้แก่เกษตรไทยได้อย่างแท้จริงด้วย” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าวในตอนท้าย

    ประมวลภาพ

    ภาพและข่าวโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนประชาสัมพันธ์

  • ผลงานวิจัยอาจารย์ ม.วลัยลักษณ์ ได้รับเชิญร่วมงานมหกรรมการวิจัยแห่งชาติ 2559

    ผลงานวิจัยอาจารย์ ม.วลัยลักษณ์ ได้รับเชิญร่วมงานมหกรรมการวิจัยแห่งชาติ 2559

    สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้คัดเลือกผลงานวิจัยอาจารย์จาก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมงานมหกรรมการวิจัยแห่งชาติ 2559 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17-21 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิด์ล ราชประสงค์ กรุงเทพ

    ผลงาน “โคมไฟหนังตะลุง” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์เรวัต สุขสิกาญจน์ อาจารย์ประจำสาขาการออกแบบอุตสาหกรรม สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ และ โครงการวิจัยการถ่ายทอดเทคโนโลยี “ลานสกาโมเดล” โมเดลระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนจากระดับครัวเรือนถึงอำเภอ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.จรวย สุวรรณบำรุง อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจากนักวิชาการ นักวิจัย นักเรียน นักศึกษา ภาคธุรกิจ และผู้สนใจจากทั่วประเทศ 

  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมงาน มหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2559

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมงาน มหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2559

    20160817_10510720160818_160711

     

     

     

    20160818_093448

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมแสดงผลงาน ในงาน Thailand Research Expo 2016 ระหว่างวันที่ 17 – 21 สิงหาคม 2559 ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิด์ล ราชประสงค์ กทม. จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งในปีนี้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้นำทัพบุคลากรสายสนับสนุนที่มีศักยภาพในการพัฒนางานประจำสู่นวัตกรรม หรืองานวิจัย โดยผลงานที่เข้าร่วมแสดงผลงาน ประกอบด้วย 1. เครื่องอบแห้งข้าวเปลือกด้วยคลื่นไมโครเวฟแบบต่อเนื่อง ผสมลมร้อน โดย คุณไพรวัลย์ เกิดทองมี นักวิทยาศาสตร์ศูนย์เครื่องมือวืทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2. เครื่องอัดถ่านพลังงาน โดย นายฮาเล็ม ดอเลาะ นายวีรชาติ รานวล นส.ธินาพร สุทธิวิริยะ นักวิทยาศาสตร์ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3.วิธีการย่อยโฟม โดยนายวีรชาติ รานวล และนายฮาเล็ม ดอเลาะ นักวิทยาศาสตร์ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4.ประสิทธิภาพการใช้หลอด LED ในการเพิ่มแสงสว่างและลดการใช้พลังงานภายในศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา โดยนายธวัชชัย ประดู่ และนายเมษา สินทบทอง นายช่างเทคนิคศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา 5.เครื่องตรวจจับก๊าซ LPG โดย นายธีระ พรหมมาศ นักวิทยาศาสตร์ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 6.ระบบ E-services ของศูนย์คอมพิวเตอร์

    20160819_13241220160819_10223820160818_094514

  • ผศ.ดร.ปัทมวรรณ จิมากร ซิลลิ ปาฐกถาพิเศษ “Active Learning : Challenges and Innovations” ในงานประชุมวิชาการการเรียนรู้เชิงรุก

    ผศ.ดร.ปัทมวรรณ จิมากร ซิลลิ ปาฐกถาพิเศษ “Active Learning : Challenges and Innovations” ในงานประชุมวิชาการการเรียนรู้เชิงรุก

    DSC_7537_28Large29

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัทมวรรณ จิมากร ซิลลิ อาจารย์ภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาพิเศษ “Active Learning : Challenges and Innovations” ในงานประชุมวิชาการการเรียนรู้เชิงรุก “Active Learning : Challenges and Innovations” เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 ณ ห้องอรพินธ์ โรงแรมทวินโลตัส

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัทมวรรณ กล่าวว่า ข้อจำกัดในการทำห้องเรียน Active Learning ด้วยนวัตกรรม เริ่มจาก ความท้าทายที่ 1 Education in peril ระบบการศึกษาของไทยไม่ดี ถึงจุดต่ำสุด ไม่ว่าจะเป็นการประเมินระดับโลกหรือระดับภูมิภาค ประเทศไทยมีการลงทุนจากต่างชาติจำนวนมาก แต่ทำไมภาษาอังกฤษของเราก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การศึกษาแย่ เราได้ทำใหการศึกษาไทยดีขึ้นรึเปล่า หากเราดูเกี่ยวกับการเรียนรู้ของคน ถ้าเรียนด้วยการอ่าน ได้ยิน และดู จะจำได้ 10%, 20% และ 30% ตามลำดับ แต่ถ้าได้ไปชมนิทรรศการ ไปพิพิธภัณฑ์ หรือชมการสาธิต ความจำจะเพิ่มเป็น 50% ถ้าเป็นการฝึกและมีส่วนในการเรียนรู้ร่วมกัน จะเพิ่มเป็น 70% จะให้ดีที่สุด คือ การทำโมเดล การเรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรง โดยยกตัวอย่างการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศบราซิล จะช่วยให้จำได้ถึง 90% ซึ่ง 70-90% นี้ เป็นการเรียนรู้โดยการวิเคราะห์ คำจำกัดความ การสร้างสรรค์ และการประเมิน ซึ่งต้องใช้การเรียนแบบ Active Learning แต่ในความเป็นจริง การออกข้อสอบของเราจะเป็นการเลือกคำตอบที่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว ใช้การท่องจำและการเรียนในโรงเรียนกวดวิชา ความรู้เป็น fact ที่เราต้องหาใส่ตัว ขณะที่ทักษะทางปัญญาเป็นการต่อยอดความรู้ เช่น การใช้ความรู้ทางฟิสิกส์มาเรียนรู้เกี่ยวกับน้ำตก การศึกษาของประเทศฟินแลนด์และเยอรมัน เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้

    ความท้าทายที่ 2 We can’t do like them เราทำไม่ได้เหมือนพวกเขา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัทมวรรณ กล่าวว่า ถ้าเราตามไม่ทันก็ให้วิ่งไปดักข้างหน้า โดยใช้วิธีนำของแปลกมาใช้ ทำอย่างไรให้เด็กได้วิเคราะห์ คำจำกัดความ คิดรูปแบบการเรียน และประเมินความรู้ของเพื่อนและของเรา Active Learning จึงเป็นการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนอยากมีปฏิสัมพันธ์ทางปัญญา คิดเชื่อมโยงกับการเรียนรู้และการนำไปใช้ในอนาคต ต้องมีคำถาม who, what, why, when, where และ how ถ้าตอบไม่ได้ เราต้องย้อนกลับมาดูว่า ทำไมผู้เรียนถึงคิดแบบนั้น เพราะสิ่งที่ถูกผิดอยู่ที่เราคิดเอง ทำให้การเรียนรู้มีความหมาย

    จากความท้าทายทั้งสอง นวัตกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ควรเริ่มจากการเรียนกลุ่มเล็กๆ (start small) โดยยกตัวอย่างของ Cooking in English ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นการเรียนการพูดภาษาอังกฤษผ่านการทำอาหาร รวมทั้งทำให้เป็นเรื่องง่ายๆ เช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับ computation โดยใช้วิธ๊การแสดงให้ดู โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

    ความท้าทายที่ 3 เป็นเรื่อง Naivety and Oblivion ทำไมเด็กถึงไม่มีความรู้รอบตัว เช่น ความรู้ด้านสังคม ประวัติศาสตร์ การเรียนสังคมเป็นเรื่องจริงแต่สิ่งที่ขาดหายไป คือ ความรู้สึก ดังนั้น นวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ควรเป็นการเรียนรู้เพื่อให้เกิดความอยากรู้ อยากเห็น (make them curious) กิจกรรมจึงควรเป็นแบบ open ended เช่น การเรียนรู้ผลของสงครามโลก โดยให้นักเรียนจำลองฉากของเหตุการณ์ ถ้าหากเราต้องอยู่ในบรรยากาศนั้น เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความเจ็บปวด โดยมีภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร นักเรียนได้ใช้ทักษะการออกแบบ การคำนวณ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เป็นต้น และนวัตกรรม การทำอะไรนอกกรอบและอย่าตัดสิน (do the unthinkable and don’t judge) และการเรียนรู้เพื่อค้นพบ (discovery-based learning) โดยอาจให้โจทย์การเรียนรู้ เช่น การเป็นผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์บุคคลสำคัญ

    ความท้าทายที่ 4 The society without empathy สังคมไทยเป็นสังคมที่ขาดความเห็นอกเห็นใจกัน ดังนั้น critical thinking เป็นสิ่งสำคัญ จึงจำเป็นที่จะต้องมีนวัตกรรมการสร้างให้เด็กมีความเห็นใจ (Create opportunities for empathy to flourish)

    ในตอนท้าย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัทมวรรณ จิมากร ซิลลิ สรุปว่า การเรียนรู้เชิงรุกต้องมีเวลา ความพยายามและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเราจะต้องคิดใหม่ใน 5 สิ่งนี้ คือ rethink our context, rethink what we believe in, rethink what we teach, rethink how we teach และ rethink ‘Teacher training’

    ข่าวโดย ส่วนประชาสัมพันธ์

  • ผศ.พญ.มยุรี วศินานุกร บรรยายพิเศษ “การเรียนรู้แบบกรณีศึกษา” ในงานประชุมวิชาการการเรียนรู้เชิงรุก

    ผศ.พญ.มยุรี วศินานุกร บรรยายพิเศษ “การเรียนรู้แบบกรณีศึกษา” ในงานประชุมวิชาการการเรียนรู้เชิงรุก

    DSC_7508_28Large29

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมยุรี วศินานุกร อดีตคณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ บรรยายพิเศษ “การเรียนรู้แบบกรณีศึกษา (Case-based Learning)” ในงานประชุมวิชาการการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning : Challenges and Innovations) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ณ ห้องอรพินท์ โรงแรมทวินโลตัส

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมยุรี เล่าว่า Case-based Learning เป็นส่วนหนึ่งที่เล็กมากของ Active Learning โดยเป็นประสบการณ์ที่เราพบเห็น ได้ยิน ได้ฟัง และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพื่อนำมาสืบค้นต่อ เป็นการกระตุ้นสมองให้ทำงาน เกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้ เริ่มจากทำอย่างไรให้นักศึกษาใช้สมอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และนำไปใช้ได้ ความจริงที่ว่าในชั้นเรียนที่โรงเรียนกิจกรรมสมองของนักเรียนน้อยกว่าในขณะที่เล่น Gates of Olympus บังคับให้เปลี่ยนวิธีการเรียนรู้โดยทั่วไป

    เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมยุรี เล่าว่า ทักษะที่จำเป็นต้องมีในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 1) ความรู้ ในวิชาชีพของตนเอง 2) ความรู้ทั่วไป เช่น ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นต้น 3) ความรู้สมัยใหม่ มีความจำเป็นต้องรู้ เพื่อเชื่อมโยงให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมบางอย่าง เช่น การผลิตหุ่นยนต์ 4) ทักษะในการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม โดยการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สามารถแก้ปัญหา สื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีความคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมได้ 5) ทักษะการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ ซึ่งต้องมีความยืดหยุ่น ปรับตัว ริเริ่ม กล้า อยากรู้อยากเห็น มีคุณธรรม จริยธรรม ทักษะทางสังคม สร้างผลงานให้ตัวเอง เป็นผู้นำและมีความรับผิดชอบ ซึ่งสามารถสร้างได้ขณะเป็นนักศึกษา 6) ต้องมีความรู้การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมยุรี เล่าต่อว่า Case-based Learning เป็นเคสที่มีสถานการณ์เจาะจง โดยตั้งเป้าไว้ว่าอยากให้เรียนอะไร แต่ต้องมีความซับซ้อนเพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ หาคำตอบร่วมกัน คำตอบที่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบเดียว โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนร่วมมือและประสานงานร่วมกัน เกิดเป็น Active Learning ในช่วงนี้ สิ่งที่ได้มีกระบวนการอยู่ในสมองและเอาไปใช้งานได้ ซึ่งสิ่งที่ทำนั้นได้อะไรบ้าง

    บทบาทของผู้เรียน เชื่อมโยงเรื่องราวในสถานการณ์ปัจจุบันได้ นำความรู้และหลักการมาใช้ในการอภิปราย ต้องชี้ประเด็น ตั้งคำถาม มีการคิดวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งต้องมีหลายวิธีและมีคำตอบที่น่าเป็นไปได้ออกมา การทำงานเป็นกลุ่มอาจไม่เห็นด้วยในคำตอบแต่ต้องมีการประนีประนอม ในส่วนของบทบาทครู เป็น Facilitator คอยกระตุ้นผู้เรียน ค้นหา case ให้ข้อมูล เพื่อให้พิจารณาตัดสินใจเองว่าจะทำอะไร

    ชนิดของ case ประกอบด้วย 1) Extensive, detailed case เป็น case ที่มีเนื้อหามาก มีรายละเอียด ใช้เวลานานในการเรียนรู้ อาจเป็นสัปดาห์ 2) Descriptive, narrator case บาง case อาจจบภายในครั้งสองครั้ง ให้ทยอยเรียน ให้คิดและวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบ 3) Mini case เป็น case เล็ก เอา concept ไปสู่การปฏิบัติ เป็นการเรียนในชั้นเรียนเพียงครั้งเดียว 4) Bullet case มีเพียง 2-3 ประโยค และเรียนเพียงเรื่องเดียว 5) Directed case มีการชี้แนะของผู้สอน มีเนื้อหาและเจาะจงคำถามในการหาคำตอบ 6) Fixed case คล้าย Mini case และ Bullet case แต่ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว จาก 4-5 คำตอบ ที่ให้

    การจัด Case-based Learning อาจเป็นห้องเรียนใหญ่ ห้องเรียนกลุ่มย่อย ห้องเรียน online ก็ได้ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมยุรี ได้ยกตัวอย่างของ Case-based Learning ที่คุณหมอได้สอนนักศึกษาแพทย์ขณะที่เป็นคณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อาทิ การใช้น้ำเกลือ โดยใช้ Directed case เริ่มด้วย Lesson plan จากนั้นให้นักศึกษาเตรียมงานก่อนเข้าชั้นเรียนและนำมานำเสนอในชั้น อาจารย์ wrap up จบด้วยการประเมินโดยกลุ่ม และมี modify essay question เพื่อสอบความรู้

    ประโยชน์ของการเรียนแบบ Case-based Learning ทำให้มองเห็นว่าสิ่งที่เรียนรู้มีความสำคัญ นำไปใช้ประโยชน์ได้ ได้เห็นการนำทฤษฎีไปใช้ในภาคปฏิบัติ มีการวิเคราะห์ ได้เรียนรู้ร่วมกัน เป็นการเรียนเป็นกลุ่ม เชื่อมโยงกับสถานการณ์ใหม่ๆ ที่จะไปพบ

    ก่อนที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมยุรี วศินานุกร จะปิดท้ายด้วย Year 2060 : Education Predictions ของ Salman KHAN ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ khanacademy.org โดยบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น 4 อย่าง คือ 1) รูปแบบของห้องเรียนจะเปลี่ยน 2) เวลาของการสำเร็จศึกษาจะเปลี่ยนเป็น Achievement based 3) ครูจะเป็น Coach เป็นที่ปรึกษา 4) 99% ของประชากรจะรู้หนังสือ

    สมพร อิสรไกรศีล ข่าว
    ธีรพงศ์ หนูปลอด ภาพ