Author: wichukorn.dn

  • ขอเชิญชวนส่งผลงานเข้าร่วมนำเสนอในกิจกรรม Thailand Research Expo : Symposium 2018 (Deadline : 24/06/2561)

    สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ขอเชิญชวนส่งผลงานเข้าร่วมนำเสนอในกิจกรรม Thailand Research Expo : Symposium 2018 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2561” ระหว่างวันที่ 9-13 สิงหาคม 2561 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ทั้งภาคบรรยายและภาคโปสเตอร์จำนวน 6 กลุ่มเรื่อง ได้แก่

    1. การวิจัยด้านการแพทย์ และสาธารณสุข
    2. การวิจัยด้านสังคม และการศึกษา
    3. การวิจัยด้านการเกษตร
    4. การวิจัยด้านความมั่นคง พลังงาน และเทคโนโลยีสีเขียว
    5. การวิจัยด้านศิลปะ และวัฒนธรรมสร้างสรรค์
    6. การวิจัยด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) 

    ผู้สนใจส่งผลงานได้ที่ http://researchexpo.nrct.go.th ภายในวันที่ 24 มิถุนายน 2561

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดอบรมการเตรียมความพร้อมวารสารวิชาการเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลอาเซียน (ACI)

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดอบรมการเตรียมความพร้อมวารสารวิชาการเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลอาเซียน (ACI)

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม ร่วมศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กำหนดจัดอบรม “การเตรียมความพร้อมวารสารวิชาการเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลอาเซียน (ACI) ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการ ผู้จัดการ นักวิชาการ นักวิจัย อาจารย์ เพื่อรับทราบหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพวารสารต่อไป

  • ผศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นการพัฒนางานวิจัยเชิงพื้นที่

    ผศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นการพัฒนางานวิจัยเชิงพื้นที่

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ และทีมงาน ผู้ทรงคุณวุฒิ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นการพัฒนางานวิจัยเชิงพื้นที่ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ วิทยากรได้สื่อถึงงานวิจัยที่มีคุณค่าต่อนักวิจัยเชิงพื้นที่ ทั้งนักวิจัยที่มีประสบการณ์การทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ และนักวิจัยใหม่ที่ยังมีประสบการณ์น้อยต่องานวิจัยเชิงพื้นที่ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ เทคนิค วิธีการ เพื่อให้งานเกิดความสำเร็จต่องานวิจัยเชิงพื้นที่ ซึ่งไม่มีเทคนิคตายตัว แต่ความสำเร็จอยู่ที่การเปิดใจ ให้คุณค่าต่ออัตลักษณ์ของพื้นที่ ขยี้ประเด็นการวิจัยให้ละเอียด ลงพื้นที่ชนิดที่เรียกว่าให้เห็นพื้นที่นั่นเป็น “บ้าน” โดยมีอาจารย์ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกิจกรรมขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่รวมกว่า  40 คน

    ข่าวโดย นางสาวสุจินดา ย่องจีน

  • รายชื่อวารสารไทยที่อยู่ในฐานข้อมูล Scopus ประจำปี พ.ศ. 2561

    ฐานข้อมูล Scopus ประกาศรายชื่อวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลประจำปี พ.ศ. 2561 กว่า 34,000 วารสารทั่วโลก โดยมีวารสารไทย จำนวน 32 วารสาร และเอกสาร Conferences and Proceedings จำนวน 5 รายชื่อ โดยปีนี้ Walailak Journal of Science and Technology อยู่ใน Quartile 3 กลุ่ม Multidisciplinary มีค่า SJR 0.160 เป็นลำดับที่ 75 ของกลุ่ม Multidisciplinary มีรายละเอียดชื่อวารสาร ค่าควอไทล์ (Quartile) และสาขาของวารสารแต่ละวารสารทั้ง 32 รายชื่อดังนี้ (https://goo.gl/d3mqP6)

    1 Asian Biomedicine
    2 Asian Pacific Journal of Allergy and Immunology
    3 Asia-Pacific population journal / United Nations
    4 Buffalo Bulletin
    5 Chiang Mai Journal of Science
    6 Chiang Mai University Journal of Natural Sciences
    7 Engineering Journal
    8 Environment and Natural Resources Journal
    9 EnvironmentAsia
    10 Geotechnical Engineering
    11 International Agricultural Engineering Journal
    12 International Energy Journal
    13 International Journal of Geoinformatics
    14 Journal of Health Research
    15 Journal of Metals, Materials and Minerals
    16 Journal of the Medical Association of Thailand = Chotmaihet thangphaet
    17 Kasetsart Journal – Natural Science
    18 Kasetsart Journal – Social Sciences
    19 Maejo International Journal of Science and Technology
    20 Phuket Marine Biological Center Research Bulletin
    21 ScienceAsia
    22 Songklanakarin Journal of Science and Technology
    23 Southeast Asian Journal of Tropical Medicine and Public Health
    24 Thai Forest Bulletin (Botany)
    25 Thai Journal of Agricultural Science
    26 Thai Journal of Mathematics
    27 Thai Journal of Pharmaceutical Sciences
    28 Thai Journal of Veterinary Medicine
    29 Thailand Statistician
    30 Transactions on Electrical Engineering, Electronics, and Communications
    31 Tropical Natural History
    32 Walailak Journal of Science and Technology

    ที่มา: Scimago Journal & Country Rank by Scopus
    URL: https://www.scimagojr.com/journalrank.php…

    รายชื่อวารสารไทยที่อยู่ในฐานข้อมูล Scopus ประจำปี 2561 

    ข่าวโดย นายโกสินธุ์ ศิริรักษ์

  • นักศึกษาปริญญาเอกของศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยได้รับทุน คปก. รุ่นที่ 20 และ พวอ. ป.เอก ประจำปี 2561

    นักศึกษาปริญญาเอกของศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมน้ำมันหอมระเหย ซึ่งกำลังเรียนในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาอุตสาหกรรมเกษตร (วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล มาแทน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและเป็นหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศฯ ได้รับการพิจารณาให้ได้รับทุนผู้ช่วยวิจัยในการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก จากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ดังนี้ 

    1. นายอภิราม สินธุพาชี ได้รับทุนผู้ช่วยวิจัยโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 20 และจะดำเนินการวิจัยในหัวข้อวิทยานิพนธ์เรื่อง “การพัฒนาเทคนิคใหม่ในการการถนอมกึ่งแห้งที่บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์จากเส้นใยเซลลูโลสที่ผ่านการรมควันและการรมไอธรรมชาติของน้ำมันหอมระเหย” 

    2. นางสาวสายฝน โพธิสุวรรณ ได้รับทุนผู้ช่วยวิจัยระดับปริญญาเอกเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) ป.เอก และจะดำเนินการวิจัยในหัวข้อวิทยานิพนธ์เรื่อง “การพัฒนากล่องไม้ยางพาราผสมถ่านกัมมันต์ที่มีไอธรรมชาติของน้ำมันหอมระเหยเป็นสารป้องกันเชื้อราสำหรับบรรจุผลไม้เพื่อการส่งออก” โดยทุนนี้ได้มีบริษัทเอกชนร่วมให้ทุนวิจัย อีกด้วย 

    ซึ่งงานวิจัยทั้ง 2 หัวข้อเป็นหัวข้อวิจัยสำหรับการพัฒนางานด้านการใช้ประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยเพื่อความปลอดภัยในอาหารและบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ ผู้รับทุนจะได้รับการสนับสนุนทั้งค่าใช้จ่ายรายเดือน ค่าทำวิจัย ค่าลงทะเบียนและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำวิจัยระยะในต่างประเทศ


    • รายละเอียดเพิ่มเติม – http://essentialoil.wu.ac.th/
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
  • ม.วลัยลักษณ์ จัดบรรยาย “ยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์วิจัยด้านการพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด กับโอกาสและบทบาทมหาวิทยาลัยในพื้นที่”

    ม.วลัยลักษณ์ จัดบรรยาย “ยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์วิจัยด้านการพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด กับโอกาสและบทบาทมหาวิทยาลัยในพื้นที่”

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับเกียรติ จาก ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย กรรมการและเลขานุการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มาบรรยายในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์วิจัยด้านการพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด กับโอกาสและบทบาทมหาวิทยาลัยในพื้นที่” วันที่ 6 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิจัย เวลา 09.00 – 12.00 น. โดยมีอธิการบดี ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธานในพิธีเปิดและรับฟังการบรรยาย รวมทั้งศ.น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม , ผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม , ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ , ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ , คณบดี รองคณบดีสำนักวิชาต่าง ๆ รวมทั้งนักวิจัย เข้าร่วมฟังการบรรยายดังกล่าว กว่า 60 คน ทั้งนี้ บทสรุปจากการบรรยาย และเอกสารประกอบ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จะดำเนินการจัดทำสรุป และเผยแพร่ให้ทราบในช่องทางประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยต่อไป

     

    ข่าวโดย นางสาวสุจินดา ย่องจีน

  • ม.วลัยลักษณ์ ร่วมภาคีเครือข่าย ส่งมอบงานวิจัยการสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวอันดามัน

    ม.วลัยลักษณ์ ร่วมภาคีเครือข่าย ส่งมอบงานวิจัยการสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวอันดามัน

    ม.วลัยลักษณ์ โดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักวิชาการจัดการ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และภาคีเครือข่าย จัดงานการนำเสนอและส่งมอบผลงานวิจัย “การสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน” ให้กับเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน เมื่อวันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ห้องบอน-ไม้ท่อน โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จังหวัดภูเก็ต 

    นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า จังหวัดในกลุ่มอันดามันทั้งหมด เป็นพื้นที่หลักในการท่องเที่ยวของประเทศไทยและเป็นพื้นที่หลักแห่งหนึ่งของโลก การนำเสนอผลงานวิจัยของศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะผู้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ได้ช่วยทำให้การศึกษาแนวทางและแผนการพัฒนาการท่องเที่ยว ประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน มีแนวทางที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ในการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามความต้องการของนักท่องเที่ยวและรักษาความยั่งยืนของพื้นที่การท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามันนี้ 

    ในนามของจังหวัดในกลุ่มอันดามัน ขอขอบคุณทางศูนย์ความเป็นเลิศฯ ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่เป็นหน่วยงานหลักในการวิจัยและศึกษาในเรื่องนี้ เพื่อทำให้การวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดในกลุ่มอันดามัน มีความต่อเนื่อง ยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดคือสามารถที่จะแข่งขันกับภูมิภาคต่างๆของโลกได้ 

    หลักของการวิจัยอย่างหนึ่งคือการประสานความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ เพราะการท่องเที่ยวจะก่อให้เกิดความยั่งยืนได้นั้น ไม่สามรถประสบความสำเร็จได้ด้วยการดำเนินงานเฉพาะของฝ่ายของธุรกิจการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ซึ่งการทำให้ทุกอย่างเป็นรูปธรรมนั้น จะต้องใช้ข้อมูลจากการวิจัยของหน่วยงานทางวิชาการ โอกาสนี้ในนามของกลุ่มจังหวัดอันดามันขอขอบคุณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ที่ได้ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณและผู้วิจัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลงานที่ได้นำเสนอและได้มอบให้กับทางจังหวัดในเขตพัฒนาท่องเที่ยวอันดามันในวันนี้ จะได้นำไปใช้ประโยชน์ ได้รับการบริการวิชาการและการให้ข้อแนะนำอย่างต่อเนื่องต่อไป นายสนิท กล่าว 

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักวิชาการจัดการ ม.วลัยลักษณ์ ในฐานะผู้อำนวยการแผนงานวิจัย กล่าวว่า ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศฯ ได้ทำพิธีส่งมอบผลงานวิจัยภายใต้ชื่อเรื่อง “การสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน” ให้กับเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับทุนสนับสนุนทุนวิจัย จาก (สกว.) โดยงานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายในการสร้างแบรนด์ทางการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดต่างๆ ในแถบอันดามัน ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรังและสตูล รวมทั้งการเสวนาและบรรยายพิเศษในประเด็นของการขับเคลื่อนแบรนด์ในมิติต่างๆ 

    อย่างไรก็ตาม การสร้างแบรนด์นั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะในอนาคตจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในเขตพื้นที่อันดามัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดต่างๆ ซึ่งแนวทางที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือ ในช่วงปีแรกหลังจากนี้ จะทำอย่างไรให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงชุมชนท้องถิ่นและประชาชนทั่วไป ได้รับรู้และเข้าใจถึงตัวตนของแบรนด์อันดามันนี้ 

    นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “บทบาทของ สกว.ต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุภาวดี โพริยะราช ผู้อำนวยการฝ่ายทุนวิจัยมุ่งเป้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) การนำเสนอผลการวิจัย “การสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ การบรรยายพิเศษเรื่อง “กลยุทธ์และไอเดียในการสร้างสรรค์แบรนด์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย” โดย คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ประธานอำนวยการ และที่ปรึกษาแบรนด์อาวุโส บริษัท ยังก์ แอนด์ รูบิแคม จำกัด (ประเทศไทย) 

    ประมวลภาพ 

    ข่าว : ชลธิชา ปานแก้ว 
    ภาพ : จักรกฤษณ์ สงดำ 
    ส่วนสื่อสารองค์กร 


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • 22-23 มิถุนายน 2561 : โครงการพัฒนาศักยภาพการวิจัยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสำนักวิชาศิลปศาสตร์

    สำนักวิชาศิลปศาสตร์กำหนดจัดโครงการพัฒนาศักยภาพการวิจัยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสำนักวิชาศิลปศาสตร์ (การอบรมเชิงปฏิบัติเรื่อง การใช้สถิติเพื่อการวิจัยเชิงปริมาณ) ระหว่างวันที่ 22-23 มิถุนายน 2561 ณ ห้อง e-testing 4 ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

  • “กาญจนดิษฐ์โมเดล” ก้าวสำคัญของการวางระบบแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอำเภอขนาดใหญ่ 13 ตำบล 117 หมู่บ้าน และ อสม. 2,340 คน

    “กาญจนดิษฐ์โมเดล” ก้าวสำคัญของการวางระบบแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอำเภอขนาดใหญ่ 13 ตำบล 117 หมู่บ้าน และ อสม. 2,340 คน

    “กาญจนดิษฐ์โมเดล” ก้าวสำคัญของการวางระบบแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอำเภอขนาดใหญ่ 13 ตำบล 117 หมู่บ้าน และ อสม. 2,340 คน โดยเครือข่ายสุขภาพอำเภอกาญจนดิษฐ์ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 

    กาญจนดิษฐ์โมเดล โมเดลการแก้ปัญหาโรคไข้ เลือดออกเชิงระบบในอําเภอขนาดใหญ่ จาก 117 หมู่บ้าน ของ 13 ตําบล อําเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็น 1 ใน 3 อำเภอนำร่องของการดำเนินการ โครงการ “การพัฒนาระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีไชยาโมเดล: โมเดลเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกในจังหวัดสุราษฏร์ธานี” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติในโครงการ “การจัดการความรู้เพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม” โดยมีการดำเนินการ “กาญจนดิษฐ์โมเดล” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2650 จนถึงปัจจุบัน 

    การดำเนินการที่ผ่านมารวม 6 เดือน ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นในพื้นที่ 6 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) การเตรียมความพร้อมของพื้นที่ 2) การติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายทั้ง 18 ศูนย์เฝ้าระวัง (จาก 17 รพ.สต. และ 1 CPU) 3) การพัฒนาสมรรถนะด้านความรู้ของ อสม. จำนวน 2,340 คนจาก 117 หมู่บ้าน 4) การติดตามการดำเนินการเชิงวิชาการด้วยการใช้ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวัง 5) การดำเนินการแก้ปัญหาในระดับหมู่บ้าน และ 6)การดำเนินการพัฒนางานประจำสู่การวิจัยเชิงพื้นที่ในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก (R to ABCR for D)

    วัตถุประสงค์ของการดำเนินการประเมินผลการดำเนินงาน รับทราบปัญหา และอุปสรรค รวมถึงการวางแผนการดำเนินงานให้เกิดความยั่งยืน จึงมีการประชุมติดตามผลการดำเนินการโดยเครือข่ายสุขภาพอําเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี และศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 สถานที่ สำนักงานสาธรณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์

    ผลการประชุม ได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยโท สมชาย เรืองจันทร์ นายอําเภอกาญจนดิษฐ์เป็นประธานเปิดกิจกรรมพร้อมให้กำลังใจในการดำเนินการ ดำเนินการิจกรรมระดมสมองโดย นายเชิด ทองสุข สาธารณสุขอําเภอกาญจนดิษฐ์ ตลอดถึงความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 36 คน ผู้นำท้องถิ่น (อบต.) 9 คน และ ตัวแทน อสม. 13 คน จากทุกพื้นที่รวม 60 คน และ รองศาสตราจารย์ ดร. จรวย สุวรรณบำรุง และทีมงานจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ผลการดำเนินการของระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายของเดือนเมษายน พ.ศ. 2561

    ประเด็นการติดตามประเมินผล
     จาก 6 กิจกรรมที่มีการกำหนดไว้ในกาญจนดิษฐ์โมเดล พบว่า 1) มีการดำเนินการของการประเมินพื้นที่เสี่ยงที่ชัดเจนของ 117 หมู่บ้าน โดยแสดงในโปรแกรม http://limsurat.wu.ac.th 2) ดำเนินการในการเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำของทุกพื้นที่ โดยผลการคำนวณดัชนีลูกน้ำยุงลายในแต่ละเดือน แม้ว่าจะมีค่าดัชนีลูกน้ำสูงกว่าค่ามาตรฐานแต่ก็สามารถใช้ในการเฝ้าระวังความเสี่ยง 3) อสม. มีความรู้เกี่ยวกับระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำ

    อย่างไรก็ตามมีบางกิจกรรมที่ต้องดำเนินการต่อ คือ 1) การติดตามการดำเนินการเชิงวิชาการด้วยการใช้ข้อมูลดำเนินการแก้ปัญหาในระดับหมู่บ้าน และ 2) การดำเนินการพัฒนางานประจำสู่การวิจัยเชิงพื้นที่ในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก (R to ABCR for D) ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมอภิปรายประเด็นปัญหา/อุปสรรค เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการ โดย

    ปัญหา/อุปสรรค ที่สำคัญคือ 1) สภาพพื้นที่ของแต่ชุมชนที่เป็นพื้นที่สวน มีน้ำขัง 2) สภาพแวดล้อมภายในบ้านและบริเวณบ้านของชุมชน โดยเฉพาะ ขยะ ที่ขาดการจัดการอย่างจริงจัง 3) ปัญหาเดิมๆ ที่เริ่มเห็นชัดเจนขึ้นคือ ขาดการให้ความร่วมมืออย่างจริงจังของคนในชุมชน 4) กาญจนดิษฐ์โมเดลคืออะไร ทำแล้วได้อะไร หลายคนยังไม่เข้าใจในวัตถุประสงค์ของโมเดลนี้โดยเฉพาะประชาชนทั่วไป

    แนวทางในการดำเนินการต่อเนื่องของ กาญจนดิษฐ์โมเดล โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายร่วมกันเสนอ

    1) การสร้างความตระหนักของทุกภาคส่วน กระตุ้นเชิงจิตสำนึกซึ่งมีรูปแบบที่คิดไว้ “การมองความยั่งยืนไม่ใช่แค่วันนี้” มีนวัตกรรมสำหรับพื้นที่นับจุดเริ่มต้นของการคิดที่จะแก้ปัญหา 
    2) เน้นการดำเนินการโครงการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกที่เป็นรูปธรรมของแต่ละหมู่บ้าน เน้นเริ่มต้นจากตัวเอง โดยมี อสม. เป็นแบบอย่างที่ดี และการใช้ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังฯ ในการจัดโครงการแก้ปัญหา
    3) ดำเนินการต่อเนื่องของทีมการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยเชิงพื้นที่ (R to ABCR for D) ซึ่งมีการนัดประชุมเชิงปฏิบัติการในการวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนรายงานทางวิชาการของทีม โดยคาดว่าจะมีผลงานวิชาการของทุก รพ.สต.

    อย่างไรก็ตามการให้ความสำคัญและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องนับเป็นสิ่งสำคัญและเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่จะต้องแก้ไขและผ่านไปให้ได้ ดังคำกล่าวของท่านนายอำเภอ “…แม้จะทำไม่ได้ทั้งหมดแต่ในภาพรวมต้องดีขึ้นและดีกว่าที่ผ่านมา…” สอดคล้องกับคำกล่าวของ รศ. ดร. จรวย สุวรรณบำรุง “ปัญหาและอุปสรรคที่มี ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า เป็นปัจจัย หรือเงื่อนไข หากเป็นปัจจัยจะแก้ไขได้ แต่หากมองว่าเป็นเงื่อนไขก็จะยุ่งยากหรือแก้ไขไม่ได้ ดังนั้นอาจจะมีปัญหาอุปสรรคของการมองปัญหา ปัญหาคือ การมองปัญหา” เสริมด้วยข้อเสนอแนะจากสาธารณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์ “…การเปลี่ยนวิธีคิดหรือมุมมองใหม่ อย่าใช้แต่วิธีเดิมในการแก้ปัญหา ฉะนั้นการร่วมมือกัน ตั้งใจกันทำงาน การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จึงเป็นสิ่ง ที่สำคัญ”

    ข่าวโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก
     
  • นักศึกษาปริญญาเอก สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร เผยแพร่บทความใน Walailak J Sci & Tech July 2018: Sensing and Coating Technology

    นักศึกษาปริญญาเอก สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร เผยแพร่บทความใน Walailak J Sci & Tech July 2018: Sensing and Coating Technology

    วารสาร Walailak Journal of Science and Technology ปีที่ 15 ฉบับที่ 7 July 2018 : Sensing and Coating Technology ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว ประกอบด้วย บทความวัสดุเคลือบ และตัวตรวจจับ รวม 6 เรื่อง จาก Shahid Rajaee Teacher Training University ประเทศอิหร่าน, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (กำแพงแสน), มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 

    ผลงานจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นบทความโดย นายสุนันท์ ขามิ นักศึกษาปริญญาเอก ร่วมกับ ผศ. ดร. วิภาวี ขำวิจิตร อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง Volatile Organic Compound (VOC) Removal via Photocatalytic Oxidation Using TiO2 Coated Nanofilms 

    ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดบทความ เพื่ออ่านและอ้างอิงได้ที่ เว็บไซต์วารสาร (wjst.wu.ac.th