Category: สมัครสมาชิกรับข้อมูลข่าวสารด้านการวิจัย มวล.

  • สถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ มวล. จัดโครงการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านการออกแบบบทความวิจัยเพื่อการตีพิมพ์

    สถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดโครงการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านการเขียนและการตีพิมพ์บทความวิจัย โมดูล 2: การออกแบบบทความ (Structuring the Paper) เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30–16.00 น. ณ ห้องหัวตะพาน ชั้น 3 อาคารจุฬาภรณเวชวัฒน์ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย รศ.ดร.วิชิตพันธุ์ รองวงศ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดโครงการ

     

    ภายในกิจกรรมมีการเสวนา เรื่อง “จากโครงร่างสู่ต้นฉบับสมบูรณ์: เทคนิคการออกแบบบทความและการเขียน Results & Discussion เพื่อการตีพิมพ์” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรเสวนา 4 ท่าน ได้แก่ 1) รศ.ดร.ณัฐวิทย์ วัฒนสกุลพงศ์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี 2) รศ.ดร.วัชรพงษ์ มิตสุวรรณ วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี 3) รศ.ดร.บูดี้ วาลูโย สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป และ 4) ผศ.ดร.ธนภาษ เดชพาวุฒิกุล สำนักวิชาศิลปศาสตร์ โดยมี รศ.ดร.วิชิตพันธุ์ รองวงศ์ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

    นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับคำปรึกษาเชิงลึกในการเขียนบทความเพื่อตีพิมพ์จาก Mentor 5 ท่าน แบ่งตามสาขาวิชา ได้แก่ 1) รศ.ดร.ณัฐวิทย์ วัฒนสกุลพงศ์ และ 2) รศ.ดร.ปกรณ์ ดิษฐกิจ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3) รศ.ดร.วัชรพงษ์ มิตสุวรรณ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ 4) รศ.ดร.บูดี้ วาลูโย และ 5) ผศ.ดร.ธนภาษ เดชพาวุฒิกุล สาขาวิชาสังคมศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมการเสวนาและรับคำปรึกษาจำนวน 39 คน

    https://www.facebook.com/share/p/18Lc63CGeH

    Walailak University | มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

  • เครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน จัดงาน “U-School Mentoring Reading & Showcase” มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน

    เครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน จัดงาน “U-School Mentoring Reading & Showcase” มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน

    เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะแม่ข่าย เครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน ได้จัดงาน “U-School Mentoring Reading & Showcase” เพื่อถ่ายทอดและนำเสนอผลการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง รวมถึงกิจกรรมการประกวดเพื่อส่งเสริมการอ่าน ประจำปีงบประมาณ 2568

    การจัดงานดังกล่าวสืบเนื่องจากเครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบนได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ให้ดำเนินโครงการสำคัญ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่

    • โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง เครือข่ายเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

    • โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

    2025_10_19U-School Mentoring Reading&Showcase 2025
    2025_10_19U-School Mentoring Reading&Showcase 2025

    พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก คุณกีรติ แก้วสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา เป็นประธานในพิธี โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการฯ เครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน กล่าวต้อนรับ และ รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิตพันธุ์ รองวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ ในฐานะเลขานุการกรรมการบริหารโครงการฯ เครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน กล่าวรายงาน

    ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของการดำเนินโครงการ อาทิ

    2025_10_19U-School Mentoring Reading&Showcase 2025

    การจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคณะผู้บริหารและผู้แทนจาก สป.อว. อาทิ คุณนัดดา เจ๊ะยอเด ผู้อำนวยการกลุ่มขับเคลื่อนและพัฒนา อววน.1 รวมถึงผู้แทนเครือข่ายอุดมศึกษาภาคกลางตอนบนและตอนล่าง คณะกรรมการบริหารโครงการฯ คณาจารย์จากสถาบันเครือข่าย คณะครู และนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น ประมาณ 150 คน

    การจัดงาน “U-School Mentoring Reading & Showcase” ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงผลงานเชิงวิชาการและผลสัมฤทธิ์ของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา โรงเรียน และชุมชน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

  • เสวนาพิเศษ “การจัดการทุนทางวัฒนธรรมฐานความเชื่อโดยรอบสันทรายโบราณ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช”

    เสวนาพิเศษ “การจัดการทุนทางวัฒนธรรมฐานความเชื่อโดยรอบสันทรายโบราณ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช”

    Add Your Heading Text Here

    เวทีเสวนา Expo เชื่อต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม

    เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 16.00 – 16.30 น. ที่ผ่านมา รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และหัวหน้าชุดโครงการ รศ.ปรัชญา กฤษณะพันธ์ นักออกแบบนวัตกรรมผู้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Soft Power และอาจารย์ธีรวัฒน์ กล่าวเกลี้ยง นักวิชาการผู้ร่วมถ่ายทอดและพัฒนารูปแบบการจัดการทุนวัฒนธรรม ร่วม: เสวนาพิเศษ “การจัดการทุนทางวัฒนธรรมฐานความเชื่อโดยรอบสันทรายโบราณ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช” ณ เวที Highlight Stage งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) ณ  โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

    โดยมีเนื้อหาหลักของการเสวนา ประกอบด้วย การจัดการทุนทางวัฒนธรรมฐานความเชื่อบนพื้นที่สันทรายโบราณ สิชล กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก  การประยุกต์ความศรัทธาและภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งเหลือใช้และขยะจากการแก้บน  การสร้าง Soft Power ไทยด้วยนวัตกรรม เช่น กระเป๋าหางประทัดแห่งความสำเร็จ จากหางประทัดแก้บน 999 ชิ้น อิฐต่อ ก่อบุญ วัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากเศษประทัดและไก่ปูน  Art Toy ไก่ศรัทธา ที่แปรรูปเศษไก่ปูนปั้นสู่งานศิลปะร่วมสมัย  พูดถึงแนวคิดและเบื้องหลังงานวิจัย ที่เชื่อมโยงความศรัทธา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมแนวทางขยายผลสู่การพัฒนาชุมชนและประเทศ

    เวทีเสวนา Expo เชื่อต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม
  • GREEN IRI

    Green IRI

    โครงการสีเขียว สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    Fine Food Cuisine

    I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

    Savour Your Next Holiday

    Enjoy Some You-Time

    I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

    The Best Experience Ever

    “Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo”
    Chris Jones
    Travel Blogger

    Savour Your Next Holiday

    ความก้าวหน้า
    Web Designer 40%
  • ผศ. ดร.จรรยา ชาญชัยชูจิต : ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบและจัดทำระบบโลจิสติกส์เพื่อ วางแผนการผลิต การขนส่งและกระจายสินค้า

    ผศ. ดร.จรรยา ชาญชัยชูจิต : ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบและจัดทำระบบโลจิสติกส์เพื่อ วางแผนการผลิต การขนส่งและกระจายสินค้า

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา ชาญชัยชูจิต อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารธุรกิจ สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิเคราะห์โลจิสติกส์และธุรกิจ ( Logistics and Business Analytics Center of Excellence ) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์กิจการนานาชาติ ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบและจัดทำระบบโลจิสติกส์ เพื่อวางแผนการผลิต การขนส่งและกระจายสินค้า โดยเฉพาะการยกระดับและปรับเปลี่ยนระบบการทำงาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เจ้าของผลงานจดลิขสิทธิ์ระบบบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า (www.smartbackhaul.com) เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (AOT) 

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา เป็นคนจังหวัดสงขลา สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ระดับปริญญาตรี สาขาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขา Operational Research, University of Hertfordshire ประเทศสหราชอาณาจักร ระหว่างที่มาเป็นอาจารย์ที่สำนักวิชาการจัดการ ได้รับทุนจากกระทรวงพลังงาน ไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ทางด้าน Logistics and Supply Chain Management, Curtin University เครือรัฐออสเตรเลีย และยังได้รับ Graduate Diploma in Management Science จาก The Japan-American Institution of Management Science (JAIMS) ประเทศสหรัฐอเมริกา และ Certificate in Logistics Management จาก AOTS ประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย 

    หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา ได้ขอลาปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนทักษะทางด้านการสอนและการทำวิจัย โดยได้ทำงานเป็นอาจารย์ที่ Curtin University สอนนักศึกษาระดับปริญญาโท ในวิชา Logistics Analytics และ Global Distributions and Transportation และเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์นักศึกษาระดับปริญญาโทในหัวข้อที่เกี่ยวกับ Logistics and Supply Chain Management เป็นเวลา 3 ปี 

    ก่อนที่จะมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในปี 2551 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา มีประสบการณ์การทำงานภาคธุรกิจ โดยเคยทำงานให้กับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ มีความเชี่ยวชาญการออกแบบและจัดทำระบบโลจิสติกส์ เพื่อวางแผนการผลิต การขนส่งและกระจายสินค้า โดยเฉพาะการยกระดับและปรับเปลี่ยนระบบการทำงานโดยการใช้เครื่องมือช่วยตัดสินใจ (Decision Support System) ที่ใช้ตัวแบบทางคณิตศาสตร์ เช่น Optimisation model, Simulation method ร่วมกับการนำเทคโนโลยีมาปรับระบบการทำงานใหม่ (Digital Transformation) ในองค์กร เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้สามารถนำประสบการณ์ทั้งจากการสอนหนังสือที่ Curtin University และการทำงานภาคธุรกิจที่หลากหลายมาใช้ประกอบการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มมุมมองใหม่ๆ ให้กับนักศึกษาอีกด้วย 

    นอกจากงานด้านการสอนแล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา ยังมีความสนใจและเชี่ยวชาญในงานวิจัยด้านการประยุกต์ใช้ตัวแบบทางคณิตศาสตร์และเครื่องมือทางด้าน Operational Research เช่น Optimisation model , Simulation method ร่วมกับการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเป็นระบบการจัดการเพื่อใช้ในการบริหารงานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และหน่วยงานอื่นๆ จำนวน 9 โครงการ มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำระดับนานาชาติทางด้านโลจิสติกส์ เช่น International Journal of Logistics Management, International Journal of Logistics Research and Applications, International Journal of Logistics Systems and Management และ MIT Global Scale Network และผลงานหนังสือ Using Simulation Tools to Model Renewable Resources : The case of the Thai Rubber Industry ร่วมกับนักวิจัยจาก University of Chile ซึ่งตีพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์ Springer International Publishing AG ประเทศ Switzerland และหนังสือ Health4.0 : Next Generation Processes With The Latest Technologies โดยสำนักพิมพ์ Springer Nature Pte Ltd ประเทศ Singapore ร่วมกับ นักวิจัยจาก MIT Supply Chain and Logistics Excellence Center , Singapore National Healthcare Group และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) ซึ่งกำหนดตีพิมพ์ในต้นปีหน้า (พศ. 2562) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิของกองบรรณาธิการ (Editorial board) วารสาร World Review of Intermodal Transportation Research (WRITR) ซึ่งเป็นวารสารนานาชาติชั้นนำในฐานข้อมูล Scopus ในสาขาโลจิสติกส์ ซัพพลายเชนและการขนส่ง รวมทั้งเป็นวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิอ่านบทความวิจัย และคณะทำงานชุดต่างๆ อีกด้วย 

    นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา ยังเป็นที่ปรึกษาการวางแผนระบบการจัดการโลจิสติกส์ให้แก่ภาครัฐและเอกชน อาทิ การเป็นคณะทำงานและที่ปรึกษาในการวางแผนยุทธศาสตร์ให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช ในโครงการสำคัญๆ เช่น โครงการศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้-ทุ่งสง ให้แก่เทศบาลทุ่งสง โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ทำงานร่วมกับสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยในการให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจเพื่อวางกลยุทธ์การลดต้นทุนการขนส่ง และการสร้างมาตรฐานการเป็นผู้ประกอบการด้านการขนส่งของประเทศไทย 

    เกี่ยวกับปัญหาของระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จรรยา เล่าให้ฟังว่า ระบบการขนส่งทางถนนเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลจิสติกส์ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ปัญหาหลักของการขนส่งทางถนน คือ มีต้นทุนดำเนินการที่สูงกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น และมีการปล่อยค่ามลพิษทางอากาศที่สูง ดังนั้นหากประเทศไทยต้องการลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องลดต้นทุนการขนส่งทางถนนลงให้ได้ วิธีหนึ่งที่สามารถลดต้นทุนการขนส่งทางถนนลงได้ คือ การลดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า (การขนส่งรถเที่ยวเปล่า คือ การขนส่งที่ไม่มีการบรรทุกสินค้ากลับจากการขนส่งสินค้า) จากงานวิจัยพบว่า สัดส่วนการขนส่งรถเที่ยวเปล่าของประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 95 ขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศอังกฤษ เยอรมัน และสหรัฐอเมริกา ที่มีการบริหารจัดการที่ดี อยู่ที่ร้อยละ 20-30 ดังนั้น คณะนักวิจัยจึงได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าในรูปแบบ Web-based service (www. smartbackhaul.com) เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบปฏิบัติการในลักษณะตัวกลาง (3PL – broker) ในการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าระหว่างบริษัทขนส่ง (Carrier) และตัวแทนผู้นำเข้าและส่งออก (Shipper) โดยใช้ทฤษฎี Vehicle Routing Problem (VRP) ร่วมกับการสร้างอัลกอริธึมและตัวแบบทางคณิตศาสตร์ (Optimisation model) เพื่อสร้างรายการจับคู่สินค้าและเส้นทางการขนส่งที่เหมาะสมในรูปแบบ Consolidated truck 

    งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยมุ่งเป้า ปี พ.ศ. 2560 โดยผลลัพธ์จากงานวิจัยนี้ได้จดลิขสิทธิ์ (Copyright) และถูกนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์โดย บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (AOT) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการรถบรรทุกที่เข้ามาใช้บริการเพื่อนำเข้าและส่งออกสินค้าภายในพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณของรถขนส่งเที่ยวเปล่าที่เข้าออกภายในพื้นที่ ลดปัญหาความแออัดของพื้นที่ และลดต้นทุนการขนส่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งยังเป็นโครงการนำร่องในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (GHG emissions) จากภาคการขนส่งและที่สำคัญเป็น การเพิ่ม Logistics Performance Index (LPI) ให้แก่ประเทศตามตัวชี้วัดของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) 

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา เล่าต่อว่า ในปี พศ. 2562 ตนเองและคณะนักวิจัยชุดนี้ ยังคงได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยมุ่งเป้า เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าต่อให้สามารถบูรณาการกับการบริหารงานด้านการขนส่งได้แบบครบวงจร เพื่อให้ระบบสามารถบริหารการทำธุรกรรม (Transaction) และการดำเนินงาน (Operations) ของการขนส่งได้ รวมทั้งการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในเชิงลึก (Business Analytics) เพื่อให้ระบบสามารถพยากรณ์และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างแม่นยำ เป็น Platform เพื่อการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า (Backhaul Management Technology Platform) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีแนวคิดที่จะขยายผลลัพธ์ของการศึกษาไปใช้ในท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือสงขลา และ ICD ลาดกระบัง นอกเหนือจากสนามบิน เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าให้ครอบคลุมทุกรูปแบบการขนส่ง ( Mode of Transportation ) ทั้งทางอากาศ ทางถนน ทางราง และทางทะเล ของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน 

    จากประสบการณ์การทำงานเป็นอาจารย์ในต่างประเทศ และการทำงานกับองค์กรทั้งในระดับชาติและนานาชาติ รวมทั้งการทำงานวิจัยและบริการวิชาการด้านระบบโลจิสติกส์มาอย่างต่อเนื่องของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา ชาญชัยชูจิต จึงเชื่อมั่นได้ว่า ระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยจะพัฒนาไปสู่จุดที่สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ และส่งเสริมการเรียนการสอนของนักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจ สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น 

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร เรียบเรียง

  • บทความวิจัยของ รศ.ดร.พงษ์พิชิต จันทร์นุ้ย ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารของฐานข้อมูล Nature Index

    บทความวิจัยของ รศ.ดร.พงษ์พิชิต จันทร์นุ้ย อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และทีมวิจัย เรื่อง Noether symmetry in the Nash theory of gravity ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสาร European Physical Journal C ซึ่งเป็นวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล Nature Index [https://www.natureindex.com/faq#journals]วารสารดังกล่าวถูกจัดอยู๋ใน ควอไทล์ที่ 1 และมีค่า impact factor ปี 2017 เท่ากับ 5.172 (ข้อมูลจาก : https://riie.wu.ac.th/?page_id=4159&lang=th)

    • รายละเอียดเพิ่มเติม – https://riie.wu.ac.th/?page_id=4159&lang=th
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
  • อ.ภก.ดร. กรวิทย์ อยู่สกุล : เชี่ยวชาญด้านเภสัชเวท(ศาสตร์ด้านสาระสำคัญของพืชสมุนไพร)

    อ.ภก.ดร. กรวิทย์ อยู่สกุล : เชี่ยวชาญด้านเภสัชเวท(ศาสตร์ด้านสาระสำคัญของพืชสมุนไพร)

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ อยู่สกุล อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เชี่ยวชาญด้านเภสัชเวท(ศาสตร์ด้านสาระสำคัญของพืชสมุนไพร) คาดหวังว่า จะมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยในการรักษาและป้องกันโรค บนพื้นฐานการแพทย์เชิงประจักษ์ 

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนบ้านถ้ำผึ้ง อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนสุราษฏร์ธานี 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี-โท จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho : MEXT) เพื่อศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Kyushu ประเทศญี่ปุ่น โดยในปี 2560 ได้รับรางวัลศิษย์เก่าแห่งความภาคภูมิใจจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และรางวัลผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลงานวิจัยยอดเยี่ยมจากมหาวิทยาลัย Kyushu ประเทศญี่ปุ่น 

    หลังจากสำเร็จการศึกษา อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ ได้มาเป็นอาจารย์ที่สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2560 โดยได้เล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมาในชีวิต นอกจากมีพ่อแม่ที่ดีคอยสนับสนุนแล้ว ยังมีครูที่ดีคอยให้คำแนะนำและแนะแนวทางด้านการศึกษา ส่งเสริมความคิด ความฝันและอุดมการณ์ ทำให้ทุกก้าวย่างของชีวิตเพื่อไปยังจุดหมายมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับ จนวันหนึ่งเมื่อประสบความสำเร็จด้านการเรียน จึงเลือกอาชีพการเป็นครู/อาจารย์ เพราะต้องการใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีเป็นสะพาน แนวทาง และสนับสนุนให้นักศึกษาได้กล้าที่จะก้าวเดินตามความฝันและอุดมการณ์ของตน เหมือนกับครั้งที่เคยเป็นนักเรียนและนักศึกษา 

    ขณะเดียวกัน ด้านการสอนนักศึกษา จะใช้ตัวเองเป็นพี่เลี้ยง ให้นักศึกษาได้เรียน ได้ทำ ตามความอยากรู้ อยากทำ ในรูปแบบของตน ปลูกฝังให้นักศึกษามีจิตใจสาธารณะ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาสังคมโดยเฉพาะปัญหาเรื่องการใช้ยา และสุขภาพของคนไทย 

    ด้านการวิจัย อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ เล่าว่า เป็นความชอบส่วนตัวในลักษณะเนื้องานและกระบวนการทำงาน แต่การเลือกหัวข้องานวิจัยนั้น นอกจากเป็นเรื่องที่สนใจและถนัดแล้ว ผลงานวิจัยที่ได้ทำ ควรจะมีส่วนในการแก้ไขปัญหาสังคมในวงกว้าง หรือทำให้สังคมมีการพัฒนาขึ้น เมื่องานวิจัยนั้นเกิดประโยชน์ต่อสังคมแล้ว ถือเป็นความคุ้มค่าในการทุ่มเทแรงกาย พลังสมอง และงบประมาณในการดำเนินงานวิจัยนั้น 

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ มีความเชี่ยวชาญทางด้านเภสัชเวท (ศาสตร์ด้านสารสำคัญของพืชสมุนไพร) ของวิทย์ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสมุนไพร การพัฒนาแอนติบอดี (polyclonal, monoclonal, and recombinant antibody) และการพัฒนาวิธีวิเคราะห์ทางภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassays) ซึ่งการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสมุนไพรมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการผลิตสารออกฤทธิ์ของสมุนไพร โดยเฉพาะสมุนไพรที่ใช้เวลาการเพาะปลูกนาน และความต้องการของตลาดสูง การพัฒนาแอนติบอดี เน้นที่การผลิตแอนติบอดีต่อสารที่ออกฤทธิ์ทางยา เพื่อใช้ในการพัฒนาวิธีวิเคราะห์ทางภูมิคุ้มกันวิทยา เช่น enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) และ immunochromatographic assay (ICA) strip ซึ่งวิธีเหล่านี้มีความไวและความจำเพาะในการวิเคราะห์สูง และไม่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ ดังนั้นจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยกับผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม 

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ เล่าต่อว่า มีความสนใจด้านสมุนไพรเพื่อการรักษาหรือป้องกันโรคบนพื้นฐานการแพทย์เชิงประจักษ์ โดยผู้บริโภคจะได้รับผลการรักษาและความปลอดภัยของการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเหล่านั้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูก การควบคุมคุณภาพ การผลิตและการใช้สมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงการติดตามและเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ จึงมีแนวคิดในการใช้ศาสตร์ด้านเภสัชเวทที่เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยให้กระบวนการเหล่านี้มีความเหมาะสมมากขึ้น และคาดหวังว่า สุดท้ายจะมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยในการรักษาและป้องกันโรค ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายมาก 

    เมื่อพูดถึงความภาคภูมิใจเกี่ยวกับงานวิจัย อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ เล่าว่า เป็นความภูมิใจในงานวิจัยที่เคยทำระหว่างการศึกษาระดับปริญญาโท ซึ่งเป็นการพัฒนาแอนติบอดีเพื่อตรวจวิเคราะห์สารสำคัญของกวาวเครือขาว ซึ่งต่อมาได้ถูกนำไปใช้จริง เพื่อตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบกวาวเครือขาวที่จะส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์กวาวเครือขาว ทั้งยังได้นำความรู้ไปช่วยแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสกัดสารสำคัญของหัวกวาวเครือขาว ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์กวาวเครือขาวมีคุณภาพสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับผลการรักษาและความปลอดภัยจากการใช้กวาวเครือขาวเพื่อบรรเทาอาการวัยทองอีกด้วย 

    นอกจากนี้ ในปี 2559 ได้รับรางวัล Egon-Stahl Award in Bronze 2016 จาก the Society for Medicinal Plant and Natural Product Research (GA) ที่ประเทศเดนมาร์ก เพื่อเชิดชูเกียติทางด้านการพัฒนาแอนติบอดีเพื่อใช้วิเคราะห์สารสำคัญของสมุนไพร และในปี 2561 ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 ของตัวแทนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม 10th HOPE Meeting with Nobel Laureate ที่เมือง Yokohama ประเทศญี่ปุ่น สนับสนุนทุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ Japan Society for the Promotion of Science (JSPS) 

    “แรงบันดาลใจ หรือ inspiration” ถ้าสามารถสร้างให้กับใครได้แล้ว จะเป็นแรงผลักดันให้กับคนคนนั้นไปตลอดชีวิต ดังนั้นเป้าหมายการสอนของอาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ คือการสร้างแรงบันดาลใจจากภายในของนักศึกษา พร้อมทั้งสนับสนุนให้นักศึกษาได้ก้าวไปในแนวทางที่ต้องการและเกิดประโยชน์ต่อสังคม ส่วนเรื่องงานวิจัยยังคงเน้นที่การพัฒนาสมุนไพรให้มีคุณภาพสูงขึ้น เพื่อให้สมุนไพรไทยสามารถใช้รักษาโรคได้จริง และมีความปลอดภัย 

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ อยู่สกุล อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะอาจารย์รุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทั้งด้านการสอนและการทำวิจัย 

    ประวัติและผลงาน 

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร เรียบเรียง


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร