Author: wichukorn.dn

  • 31 มกราคม 2562 : สกว. พบปะนักวิจัยเพื่อแนะนำโครงการ MMS7

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พบนักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อแนะนำภารกิจของ MMS7 ในวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 เวลา 13.00 น. – 15.00 น. ณ ห้อง Walailak Co-working Space ชั้น 1 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณนุสนธ์ สงเอียด โทร. 3555 e-mail: snuson@wu.ac.th ภายในวันที่ 30 มกราคม 2562

    กำหนดการ คลิก

  • ม.วลัยลักษณ์ จัดการประชุมเตรียมความพร้อมวารสารวิชาการ ตามหลักเกณฑ์ใหม่ของฐานข้อมูล ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI)

    ม.วลัยลักษณ์ จัดการประชุมเตรียมความพร้อมวารสารวิชาการ ตามหลักเกณฑ์ใหม่ของฐานข้อมูล ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI)

    ม.วลัยลักษณ์ โดย สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดประชุมเตรียมความพร้อมวารสารวิชาการ ตามหลักเกณฑ์ใหม่ของฐานข้อมูลศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาวารสารของมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพมาตรฐานขั้นสูง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 

    โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม กล่าวรายงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนของมหาวิทยาลัย บรรณาธิการและกองบรรณาธิการวารสาร คณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษา เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ 

    ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีนโยบายสนับสนุนการวิจัยแบบ ‘NAB Policy’ (National Area Base Policy) คือมุ่งเน้นการวิจัยเชิงพื้นที่ภาคใต้เป็นหลักสำคัญ อันดับแรกเพื่อการสร้างความรู้สำหรับประยุกต์ใช้ในสังคมไทยและการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้แก่สังคมวิชาการของโลก รวมถึงส่งเสริมการวิจัยที่เป็นกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้การบริหารงานวิจัยกับการบริการวิชาการจะมีความเชื่อมโยงกัน โดยมีความสมดุลระหว่างการวิจัยพื้นฐานเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่กับการวิจัยที่สามารถนำผลการวิจัยไปใช้แก้ปัญหาและพัฒนาท้องถิ่น ตามวิสัยทัศน์ ‘3 ล’ คือเป็น ‘แหล่ง’ ข้อมูลผลผลิตงานวิจัย เป็น ‘หลัก’ ของชุมชนท้องถิ่นด้วยกระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็น ‘เลิศ’ สู่สากล 

    ปีงบประมาณ 2560 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้มีโครงการส่งเสริมการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ เพื่อดำเนินงานโครงการ “สร้างบ้านให้วารสารวิชาการคุณภาพ” เป็นโครงการเพื่อขยายการสนับสนุนให้วารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยกระดับคุณภาพ ให้มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักในฐานะ “บ้าน” ของวารสารคุณภาพที่มีส่วนส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ ตามวิสัยทัศน์การบริหาร และพัฒนาของมหาวิทยาลัย จนทำให้สารอาศรมวัฒนธรรมได้รับการประเมินวารสารเข้าสู่ฐานข้อมูล TCI และปัจจุบันการดำเนินการวารสารมีความก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มมหาวิทยาลัยเครือข่าย University Consortium ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 28 แห่ง เพื่อรวมตัวกันบอกรับฐานข้อมูล Scopus เป็นเวลา 3 ปี ต่อเนื่อง ภายใต้โครงการของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ส่งผลต่อการเพิ่มโอกาสในการสร้างความร่วมมือในการทำวิจัยและกำหนดนโยบายต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการเรียนการสอน และด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัย 

    ปีงบประมาณ 2561 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีบทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติจำนวน 155 เรื่อง เป็นสถิติสูงสุดของมหาวิทยาลัย มีผลงานตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Scopus รวมทั้งสิ้น 1,174 เรื่อง นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ม.ค. 2562) ล่าสุดมีวารสารไทยอยู่ในฐานข้อมูล Scopus จำนวน 32 วารสาร จากวารสารไทยทั้งหมด 852 วารสาร ในฐานข้อมูล TCI รวมทั้งวารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับการประเมินเข้าสู่ฐานข้อมูล TCI 

    ปีงบประมาณ 2562 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ติดอันดับองค์กรด้านการวิจัย จากการจัดลำดับโดย SCImago Institutions Rankings (SIR) เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี คือ อันดับที่ 27 ของไทย อันดับที่ 383 ของเอเชีย และเป็นอันดับที่ 714 ของโลก รวมถึงการติดอันดับ Top Ten Nature Index ในสถาบันการศึกษาวิจัยของประเทศไทยเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยอยู่ในอันดับที่ 9 ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว 

    ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ กล่าวว่า ปัจจุบันมีวารสารวิชาการไทยอยู่ในฐานข้อมูล TCI จำนวน 852 วารสาร ฐานข้อมูลอาเซียน (ACI) จำนวน 168 วารสาร และมีวารสารใหม่เข้าสู่ฐานข้อมูล TCI เฉลี่ยปีละ 80 วารสาร หลายวารสารได้พัฒนาคุณภาพตามหลักเกณฑ์วารสารวิชาการกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บางวารสารได้รับการรับรองมาตรฐานในฐานข้อมูลระดับชาติและนานาชาติ และวารสารอีกส่วนหนึ่งยังต้องพัฒนาคุณภาพให้เทียบเท่าหรือได้รับการรับรองมาตรฐานจากฐานข้อมูลระดับชาติ ระดับอาเซียน และระดับนานาชาติ อีกทั้งปี พ.ศ.2561 ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (ศูนย์ TCI) ได้ประกาศให้มีการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI รอบที่ 4 พ.ศ. 2563-2567 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพในการบริหารจัดการของวารสารไทยทั้งในด้านเนื้อหาและรูปแบบให้มีมาตรฐานระดับสากล โดยศูนย์ TCI ได้คัดเลือกวารสารไทยไปเผยแพร่ในระดับนานาชาติของกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ศูนย์ TCI ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในการพัฒนาฐานข้อมูลอาเซียนขึ้น มีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกอาเซียนมีฐานข้อมูลบทความและการอ้างอิงจากวารสารระดับประเทศ (National Citation Index, NCI) ของตนเอง และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากแต่ละประเทศจำนวน 10 ประเทศเข้ากับฐานข้อมูลอาเซียน (ACI) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลกลางสำหรับรวบรวมผลงานตีพิมพ์จากวารสารของประเทศสมาชิก ให้สามารถสืบค้นข้อมูลการตีพิมพ์และข้อมูลการอ้างอิงร่วมกันได้ 

    อย่างไรก็ตาม มีวารสารไทยจำนวนน้อยที่อยู่ในฐานข้อมูลอาเซียนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์ จากวารสารไทยทั้งหมด และปัจจุบันมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI จำนวน 5 วารสาร คือ วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, สารอาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์, วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, วารสารการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ Walailak Journal of Science and Technology โดยมีเพียง Walailak Journal of Science and Technology วารสารเดียวที่อยู่ในฐานข้อมูลอาเซียน และฐานข้อมูล SCOPUS ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.อภินันท์ กล่าว 

    การประชุมเตรียมความพร้อมวารสารวิชาการตามหลักเกณฑ์ใหม่ของฐานข้อมูล ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพวารสารวิชาการ จึงกำหนดจัดประชุมเตรียมความพร้อมวารสารตามหลักเกณฑ์ใหม่ปี พ.ศ. 2561 ของฐานข้อมูล TCI และฐานข้อมูลอาเซียนขึ้น โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมจำนวน 30 คน จาก 10 วารสาร ประกอบด้วย วารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทั้งหมด 5 วารสาร และวารสารวิชาการในเครือข่าย จำนวน 5 วารสาร ได้แก่ วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ วารสารฟิสิกส์ไทย วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช วารสารวิชชา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ถือเป็นการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาวารสารของมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพมาตรฐานขั้นสูง เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันจะนำไปสู่ผลกระทบการดำเนินงานด้านวารสาร รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการประเมินคุณภาพทางวิชาการของหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อก้าวสู่สากลต่อไป 

    ภาพโดย นางสาวชลธิชา ปานแก้ว ส่วนสื่อสารองค์กร

    ประมวลภาพ

  • 24 มีนาคม 2562 : ประชุมเตรียมความพร้อมวารสารเข้าสู่ฐานข้อมูล ACI

    ด้วยศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (ศูนย์ TCI) ได้ประกาศให้มีการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI รอบที่ 4 พ.ศ. 2563-2567 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพในการบริหารจัดการของวารสารไทยทั้งในด้านเนื้อหาและรูปแบบให้มีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งวารสารไทยจะต้องส่งเอกสารเพื่อขอรับการประเมินในช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 นี้ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงจัดประชุมเตรียมความพร้อมวารสารตามหลักเกณฑ์ใหม่ของฐานข้อมูล TCI (Journal Citation Index Centre) และฐานข้อมูล ACI (ASEAN Citation Index) เพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาคุณภาพวารสารของมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพมาตรฐานขั้นสูง อันจะนำไปสู่ผลกระทบการดำเนินงานด้านวารสาร และผลกระทบต่อนโยบายการบริหารงานด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยต่อไป

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงขอเรียนเชิญกองบรรณาธิการวารสารหรือผู้แทน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนการประชุมดังกล่าวไม่เกิน 3 ท่าน ในวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ หากท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 075-673565 มือถือ 089-6577163 พร้อมส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมมายังอีเมล์ sikosin@wu.ac.thjournal.wu@gmail.com ภายในวันที่ 21 มกราคม 2562

  • ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา กับ รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ

    ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา กับ รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ

    ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสถาบันภาษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในโอกาส ที่ได้รับ “รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ: รางวัลวิทยานิพนธ์ ประจำปีงบประมาณ 2562” ระดับดี จากวิทยานิพนธ์เรื่อง “การศึกษาการเจริญเติบโตและการผลิตไฮโดรเจนของ Cyanothece sp. ATCC 51142” (A Study of the Growth and Hydrogen Production of Cyanothece sp. ATCC 51142) 
    สำเร็จการศึกษาจาก Imperial College London, สหราชอาณาจักร
    อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก Professor Dr.Klaus Hellgardt 
    (สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรม)
    http://inventorday.nrct.go.th/ewt_news.php?nid=105

  • ทุนวิจัย : สกว. ประกาศรับทุนชุดโครงการวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” (Deadline:14/03/2562)

    ฝ่ายวิชาการ สกว. ประกาศการรับสมัครทุนชุดโครงการวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สกว. ร่วมกับ Chinese Academy of Sciences (CAS) และ National Natural Science Foundation of China (NSFC) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำปีงบประมาณ 2562 รายละเอียดเพิ่มเติมดังปรากฏตาม Link ด้านล่างนี้

    https://www.trf.or.th/…/13152-trf-cas-nsfc-call-for-papers-…

    เปิดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2562

    #สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย #สกว.
    #ThailandResearchFund #TRF
    #สร้างสรรค์ปัญญาเพื่อพัฒนาประเทศ

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีนำเสนอข้อเสนอโครงการวิจัยท้าทายไทย

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีนำเสนอข้อเสนอโครงการวิจัยท้าทายไทย

    เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมพิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ “โครงการการสร้างความความมั่นคงด้านอาชีพ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะที่ 2” ภายใต้โครงการวิจัยท้าทายไทย กลุ่มเรื่องนวัตกรรมทางความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่ (ปีที่ 2)

    โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) และมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สกว. เป็นผู้บริหารจัดการทุน โดยมีระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่ วันที่ 17 เดือน กันยายน พ.ศ. 2561 ถึง วันที่ 16 เดือน มกราคม พ.ศ. 2563 รวมระยะเวลา 16 เดือน เป้าหมายสำคัญของโครงการที่สำคัญมี 2 ด้าน คือการพัฒนาระบบบริหารจัดการทุนวิจัยของมหาวิทยาลัย และด้านที่สองคือการพัฒนาพื้นที่ให้มีความมั่นคงด้านอาชีพ โดยเน้นอาชีพการทำนาข้าวพันธุ์พื้นเมือง การทำไร่จาก และการปลูกพืชผัก มีพื้นที่เป้าหมายคือ อำเภอปากพนัง และอำเภอหัวไทร ซึ่งสถาบันวิจัยและนวัตกรรมได้จัดเวทีพัฒนากรอบโจทย์วิจัย เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ในพื้นที่ และประกาศรับทุนวิจัย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 สิ้นสุดรับข้อเสนอโครงการเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2562 แต่เนื่องจากสภาวะการเฝ้าระวังและรับมือกับปาบึก จึงทำให้มีบางโครงการส่งข้อเสนอเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาสถาบันวิจัยและนวัตกรรม ได้จัดประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางการเขียนข้อเสนอโครงการจำนวน 1 ครั้ง จัดเวทีเพื่อระดมความเห็นนักวิจัยกลุ่มต่างๆที่สนใจยื่นข้อเสนอโครงการ จำนวน 2 ครั้ง และนำนักวิจัยลงพื้นที่ อีกจำนวน 2 ครั้ง เพื่อหาข้อมูลและพัฒนาข้อเสนอโครงการ ซึ่ง มีนักวิจัยส่งข้อเสนอโครงการทั้งในลักษณะชุดโครงการ และโครงการเดี่ยว หน่วยจัดการได้สกรีนโครงการเดี่ยวซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของประกาศทุน จำนวน 2 โครงการ จนในที่สุดมีนักวิจัยที่พร้อมสำหรับการนำเสนอโครงการจำนวน 4 ชุดโครงการ ได้แก่ ประเด็นข้าวพันธุ์พื้นเมือง จำนวน 1 ชุดโครงการ คือ ชุดโครงการการพัฒนาข้าวกล้องและผลิตภัณฑ์จากข้าวกล้องคุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมียม โดยมี รศ.ดร.นฤมล มาแทน สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร เป็นหัวหน้าชุดโครงการ ประเด็นอาชีพไร่จาก มีข้อเสนอโครงการจำนวน 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 การออกแบบเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อผลทางความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและภูมิปัญญาของชุมชนขนาบนาก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดย อาจารย์ภริตพร แก้วแกมเสือ สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ ชุดที่ 2 โครงการยกระดับ และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้นจาก ลุ่มน้ำปากพนัง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ สู่ตลาดเชิงพาณิชย์ อย่างยั่งยืน โดย อาจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี สำนักวิชาการจัดการเป็นหัวหน้าชุดโครงการ ส่วนประเด็นพืชผักมีจำนวน 1 ชุดโครงการวิจัย ได้แก่ โครงการยกระดับระบบการผลิตของเกษตรกรอาชีพปลูกพืชผัก สู่ระบบการผลิตที่แบบปลอดภัยได้มาตรฐาน ตำบล ท่าซอม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดย อาจารย์ ดร.จินตนีย์ รู้ซื่อ เป็นหัวหน้าชุดโครงการวิจัย 
    การพิจารณาข้อเสนอโครงการในครั้งนี้ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม วางรูปแบบการดำเนินการไว้สองวัน โดยวันที่ 14 มกราคม 2562 เป็นเวทีกิจกรรมการซักซ้อมนำเสนอชุดโครงการวิจัย ซึ่งได้รับความกรุณา จากคุณเบญจมาศ ตีระมาศวณิช ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงหลัก มารับฟังการนำเสนอ และแลกเปลี่ยนมุมมอง ในการเตรียมข้อมูลสำหรับการนำเสนอต่อผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ทำให้นักวิจัยตื่นตัว และมีความกระตือรือร้นในการเตรียมข้อมูลเพื่อมานำเสนอในเวทีจริง
    การจัดเวทีพิจารณาข้อเสนอโครงการในวันที่ 15 มกราคม 2562 นี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดย ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ หน่วยบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย คุณเบญจมาศ ตีระมาศวณิช พี่เลี้ยงหลักของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายใต้โครงการวิจัยท้าทายไทย กลุ่มเรื่องนวัตกรรมทางความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่ (ปีที่ 2) ดร.เลิศชาย ศิริชัย รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย พันเอกนายแพทย์วิเชียร ชูเสมอ นายศุภชัย อักษรวงศ์ ดร.อัมพร หมดเด็น รวมทั้งภาคีเครือข่ายสำคัญจากศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เกษตรอำเภอปากพนัง และ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ธนาคาร SME องค์การบริหารส่วนตำบลขนาบนาก และ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าซอม และที่สำคัญคือตัวแทนเกษตรกรซึ่งจะเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย 
    ในการจัดเวทีดังกล่าว ชุดโครงการวิจัยทั้ง 3 ประเด็น มีข้อเสนอโครงการทั้งหมด 4 ชุดโครงการวิจัย (ประเด็นข้าว 1 ชุดโครงการ ประเด็นไร่จาก 2 ชุดโครงการ และประเด็นพืชผัก 1 ชุดโครงการ) จำนวนโครงการวิจัยย่อยจำนวน 20 โครงการ มีนักวิจัยทั้งสิ้นจำนวน 29 คน มีนักวิจัยหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยดำเนินการวิจัยเชิงพื้นที่ จำนวน 15 คน ซึ่งจากนักวิจัย 28 คน แบ่งเป็นนักวิจัยจากสำนักวิชาการจัดการจำนวน 13 คน สำนักวิชาแพทยศาสตร์ 1 คน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ 1 คน สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ 2 คน สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ จำนวน 4 คน สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร จำนวน 3 คน สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 2 คน สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์จำนวน 2 คน รวมทั้งในครั้งนี้มีนักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยร่วมส่งข้อเสนโครงการด้วย งบประมาณรวมทั้งสิ้น ที่นักวิจัยยื่นข้อเสนอโครงการจำนวน 6,508,640 บาท (งบประมาณเพียงพอสำหรับการสนับสนุน 3,200,000) ซึ่งนับว่าเป็นการแข่งขันที่สูงพอสมควร 
    ภาพรวมของเวทีการพิจารณาข้อเสนอโครงการ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม มีท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ กล่าวรายงานและร่วมเวทีในช่วงเช้า ผศ.ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้ดำเนินการจัดประชุม รวมทั้ง ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ เป็นผู้สรุปประเด็นการประชุมในเวที 
    บรรยากาศการประชุมพิจารณาข้อเสนอโครงการเริ่มต้นจากการนำเสนอข้อมูลสรุปภาพรวมของการยื่นข้อเสนอโครงการและสถานการณ์การดำเนินงาน โดย ผศ.ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ หลังจากนั้น เป็นการนำเสนอของแต่ละชุดโครงการ โดยมีกติกา การนำเสนอภาพรวมของชุดโครงการและพูดถึงรายละเอียดของโครงการย่อย ชุดโครงการละ 30 – 40 นาที โดยให้อิสระแก่ทุกชุดโครงการวิจัย ในการเลือกวิธีนำเสนอ ซึ่งบางชุดนำเสนอโดยหัวหน้าชุดโครงการเพียงคนเดียว หรือบางชุดโครงการนำเสนอทุกคน แต่ต้องรักษาเวลาให้อยู่ใน 40 นาที (ใช้วิธียกป้ายหมดเวลาและกดกริ่ง) หลังจากนั้นจะเป็นการเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิอีกชุดโครงการละ ประมาณ 30 – 40 นาที จุดเด่นของโครงการในปีนี้ คือการรวมกันเป็นลักษณะชุดโครงการที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น ข้อเสนอแนะในภาพรวมของทุกชุดโครงการที่เป็นจุดอ่อนของโครงการวิจัยเชิงพื้นที่คือการฉายภาพบริบทของพื้นที่ ขนาดของปัญหา คำถามการวิจัยที่ชัดเจน และการเชื่อมโยงเพื่อตอบโจทย์ภาพรวมของชุดโครงการ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมขอบพระคุณ คุณเบญจมาศ ตีระมาศวณิช พี่เลี้ยงหลัก ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ดร.เลิศชาย ศิริชัย พันเอก นพ.วิเชียร ชูเสมอ ดร.อัมพร หมาดเด็น ภาคีเครือข่ายที่ได้กล่าวไปแล้วทุกท่าน และที่สำคัญคือ ขอบคุณในความตั้งใจของนักวิจัยทุกท่าน ที่ทุ่มเทในการนำเสนอข้อเสนอโครงการในครั้งนี้ 
    สำหรับผลการพิจารณาข้อโครงการนั้น สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จะประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 20 มกราคม 2562

    ประมวลภาพ

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรมจัดกิจกรรมติดตามความคืบหน้าการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงพื้นที่

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรมจัดกิจกรรมติดตามความคืบหน้าการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงพื้นที่

    เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมติดตามความคืบหน้า การพัฒนาข้อเสนอชุดโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ “การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะที่ 2” ด้วยการนำเสนอข้อเสนอโครงการ ชุดที่ 1 “การพัฒนาข้าวกล้อง และผลิตภัณฑ์จากข้าวกล้องคุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมียม” จำนวนโครงการย่อย 4 โครงการ โดย รศ.ดร.นฤมล มาแทน

    ชุดโครงการ “การยกระดับ และพัฒนา ภูมิปัญญาท่องถิ่น ต้นจากลุ่มน้าปากพนัง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์สู่ ตลาดเชิงพาณิชย์” จานวนโครงการย่อย 8 โครงการ โดยทีม ดร.รุ่งรวึ จิตภักดื สำนักวิชาการจัดการ

    โครงการ ชุดที่ 3 จำนวนโครงการย่อย 3 โครงการ โดยคณาจารย์ทีมสำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ