Author: wichukorn.dn

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา กวานเหียน : เน้นวิจัยเชิงพื้นที่ ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล”

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา กวานเหียน : เน้นวิจัยเชิงพื้นที่ ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล”

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา กวานเหียน เน้นวิจัยเชิงพื้นที่ ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล” โดยใช้งานวิจัยเป็นเครื่องมือเพื่อให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์สามารถเป็นหลักในถิ่น และเผยแพร่งานวิจัยไปสู่ระดับนานาชาติ

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา เป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ และหลักสูตรชีวเวชศาสตร์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ และหัวหน้าคลินิกเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเทคนิคการแพทย์ ปริญญาโท วทม.(จุลชีววิทยาทางการแพทย์) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้ทำงานเป็นนักเทคนิคการแพทย์โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศ จังหวัดนนทบุรี ต่อมาได้รับราชการเป็นนักเทคนิคการแพทย์ ประจำโรงพยาบาลตรัง จังหวัดตรัง จากนั้น ได้มาเป็นอาจารย์หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในปี 2547 (ขณะนั้นยังไม่แยกเป็นสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ และสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์) ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างนักเทคนิคการแพทย์ ที่สำคัญมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานในสถาบันการศึกษาแห่งแรกในภาคใต้ที่เปิดสอนวิชาชีพเทคนิคการแพทย์

    ต่อมาใน ปี 2550 ได้รับทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แบบ Sandwich Program ศึกษาต่อด้านจุลชีววิทยาทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้มีโอกาสไปทำการศึกษาวิจัยที่ Saarland University เมือง Homburg รัฐ Saarland ประเทศเยอรมันในระหว่างการศึกษา

    เมื่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา สำเร็จการศึกษากลับมาปฏิบัติงานที่สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้เป็นแกนนำในการผลักดันให้มีการจัดตั้งคลินิกเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จนปัจจุบัน คลินิกเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีสถานะเทียบเท่ากับสาขาวิชา ของสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ และได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าคลินิกเทคนิคการแพทย์ฯ

    ทั้งนี้ ภารกิจหลักของคลินิกฯ เน้นการบริการวิชาการ โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อมุ่งหารายได้ในลักษณะโครงการวิสาหกิจ ให้บริการร่วมกับโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งมีแผนเพื่อขอรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการต่อไป เพื่อยกระดับการบริการให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

    ด้านการวิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา เน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่มีแนวคิดมาจากวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่ว่า “เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล” โดยใช้งานวิจัยเชิงพื้นที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนเพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถเป็นหลักในถิ่น และเผยแพร่งานวิจัย หรือยกระดับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการวิจัยหรือการบริการในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จัก และยอมรับในระดับสากลได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา ได้ทำวิจัยเพื่อศึกษาฤทธิ์ต่อสุขภาพด้านต่างๆ ของน้ำส้มจาก ผลิตภัณฑ์ชุมชนของ ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่ผลิตโดยการหมักน้ำหวานของต้นจาก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ และนำน้ำส้มจากแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพิ่มมูลค่าต่อไป ซึ่งงานวิจัยนี้จะช่วยให้เกิดการอนุรักษ์ป่าจาก ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และการส่งเสริมอาชีพ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้

    นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยโรคติดเชื้อด้วยเทคนิคทางห้องปฏิบัติการ ด้านระบบภูมิคุ้มกันในมนุษย์ ยังได้เน้นการทำวิจัยเรื่องโรคเมลิออยโดสิส ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อร้ายแรง ติดต่อได้จากดินและน้ำ ทำให้คนและสัตว์ถึงแก่ชีวิตได้ แต่ข้อมูลเรื่องโรคนี้ในภาคใต้ของประเทศไทยยังมีไม่มากนัก จึงได้ร่วมมือกับนักวิจัยในสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ จัดตั้งศูนย์การเป็นเลิศการวิจัยโรคเมลิออยโดสิส (Center of Excellence Research for Melioidosis; CERM) เพื่อวิจัยโรคเมลิออยโดสิสในภาคใต้ร่วมกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ University of Florida ประเทศสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเครือข่ายโรงพยาบาลหลายแห่งในภาคใต้ โดยได้บูรณาการงานวิจัยเข้ากับการเรียนการสอนและการพัฒนาระดับบัณฑิตศึกษา งานสอนโดยเฉพาะในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์เป็นสิ่งที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา มีความภูมิใจ เพราะได้มีส่วนในป้องกันและรักษาโรคให้แก่เพื่อนมนุษย์ จึงมีความมุ่งมั่นถ่ายทอดไม่เฉพาะความรู้ แต่ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการทำงานในวิชาชีพให้แก่นักศึกษา โดยการปลูกฝังจรรยาบรรณวิชาชีพ เพราะวิชาชีพนี้ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับชีวิตมุนษย์ ดังนั้นการทำงานในทุกขั้นตอนต้องอาศัยทั้งความรู้ และจรรยาบรรณ ที่จะต้องปลูกฝังนักศึกษาทุกคนให้เป็นนักเทคนิคการแพทย์ที่ดี มีคุณภาพ สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต

    งานบริการวิชาการที่มุ่งเน้นการใช้วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และร่วมผลักดันจนเกิด “คลินิกเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (WU-MeT) เป็นความตั้งใจอีกอย่างหนึ่งของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา ที่ต้องการพัฒนาหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้เป็นที่ยอมรับ เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกงานของนักศึกษาและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งด้านการบริการวิชาการด้านวิชาชีพด้วย โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพของคลินิกเทคนิคการแพทย์ ให้ได้รับการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการจากสภาเทคนิคการแพทย์ (Laboratory accreditation; LA) และ ISO ต่อไป พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และขยายกลุ่มลูกค้าของคลินิกให้เพิ่มมากขึ้น

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา เล่าถึงแรงจูงในการทำงานว่า เป็นความต้องการที่อยู่ภายในของตนเอง ที่ชอบการทำงาน ชอบพัฒนางาน และชอบเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างทางบวก เพื่อช่วยพัฒนางานใน 3 ภารกิจหลัก คือ งานสอน งานวิจัย และบริการวิชาการ ที่สำคัญในการทำหน้าที่ทั้งหมดถือเป็นความรับผิดชอบทั้งในฐานะครู นักวิจัย และนักเทคนิคการแพทย์ รวมกันผลักดันให้ตัวเองทำงานนี้อย่างมุ่งมั่น

    จากเป้าหมายที่ว่า “จะเป็นครูที่สอนทั้งวิชาการ จริยธรรม และจรรยาบรรณให้แก่นักศึกษา พร้อมทั้งเป็นนักวิจัยที่สร้างผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” นับได้ว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา กวานเหียน เป็นอาจารย์ที่มีคุณภาพคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ประวัติและผลงาน

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร เรียบเรียง

  • วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ปีที่ 9 ออกเผยแพร่ครบ 6 เล่ม

    โครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนางานวิจัยเชิงพื้นที่ ระหว่าง มวล. และ สกว. (ABC มวล.-สกว.) ได้รับทุนจัดทำวารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ปีที่ 9-11 จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มีรายนามองค์ประกอบกองบรรณาธิการดังนี้

    บรรณาธิการ
    -รองศาสตราจารย์ ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล

    รองบรรณาธิการ
    -ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว (ด้านวิทยาการสุขภาพ) ดร.วัณณสาส์น นุ่นสุข (ด้านมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา มิ่งฉาย (ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)

    กองบรรณาธิการ
    -ศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ประเทพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    -ศาสตราจารย์ ดร.ยศ สันตสมบัติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    -ศาสตราจารย์ วิโชค มุกดามณี มหาวิทยาลัยศิลปากร
    -ศาสตราจารย์ ดร.สัญชัย จตุรสิทธา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    -ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อารี วิบูลย์พงศ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
    -รองศาสตราจารย์ ดร.ก้าน จันทร์พรหมมา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
    -รองศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ สิมารักษ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    -รองศาสตราจารย์ ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
    -รองศาสตราจารย์ ดร.เสมอ ถาน้อย มหาวิทยาลัยนเรศวร
    -รองศาสตราจารย์ ดร.อาวรณ์ โอภาสพัฒนกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    -คุณเบญจมาศ ตีระมาศวณิช นักวิชาการอิสระ

    คณะจัดทำวารสาร
    -ผู้ช่วยศาสตราจารย์เยาวเรศ ศิริสถิตย์กุล อาจารย์กาญจนา หฤหรรษพงศ์ นางสาววศินี พูลสวัสดิ์ และ ดร.ธนิดา เจริญสุข
    เจ้าหน้าที่สนับสนุนจากสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    -นางสาวสุจินดา ย่องจีน นายโกสินธุ์ ศิริรักษ์ และ นางวันฤดี รัตนพันธ์

    ในปี พ.ศ. 2560 วารสารได้ออกเผยแพร่ออนไลน์ครบแล้ว 6 เล่ม <a href=”http://abcjournal.trf.or.th/” target=”_blank”>http://abcjournal.trf.or.th/</a> ประกอบด้วยบทความวิจัย 31 เรื่อง บทความรับเชิญและการจัดการงานวิจัย 4 เรื่อง บทปาฐกถาจากการประชุมวิชาการ 2 เรื่อง

    ทางกองบรรณาธิการวารสารจึงขอขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิที่ให้ความอนุเคราะห์ประเมินต้นฉบับบทความ และขอเชิญนักวิจัยจากทั่วประเทศที่ส่งบทความเข้าสู่การพิจารณาได้ทางอีเมลล์ abctrfjournal@gmail.com


  • ขอแจ้งยกเลิก การแนะนำทุน สวทช. วันที่ 12 ธค. 2560

    ตามที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดการแนะนำทุนวิจัยโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร STEM วันที่ 12 ธันวาคม 2560 เวลา 10.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นั้น เนื่องจากประสบภาวะอุทกภัย ทำให้ สวทช. ไม่สามารถเดินทางมาแนะนำทุนวิจัยได้

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จึงขอแจ้งยกเลิกการแนะนำทุนดังกล่าว และขออภัยมา ณ โอกาสนี้

  • นักวิจัย ม.วลัยลักษณ์ ถวายรายงานโครงการวิจัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ เรื่อง “ทรัพยากรไทย : ศักยภาพมากล้นมีให้เห็น” เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ณ โครงการพัฒนาที่ดิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วาริน อินทนา หัวหน้าหน่วยวิจัยพืชเขตร้อน นักวิจัยและอาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ม.วลัยลักษณ์ เจ้าของโครงการวิจัย “โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมข้าวพันธุ์พื้นเมืองท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช” (ผู้วิจัยร่วม ดร. อรรถกร พรมวี และ คุณอุไร จันจำปา เกษตรกรอาสา) ซึ่งเป็น 1 ใน 8 โครงการวิจัย ที่ได้รับคัดเลือกจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ ให้เข้าถวายรายงานต่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    โอกาสเดียวกันนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนา นำทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จาก ม.วลัยลักษณ์ ประมาณ 30 คน เดินทางไปศึกษาดูงาน เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมวิชาการและนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน และงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 6 ใน ปี พ.ศ. 2563 และการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : ประโยชน์แท้แก่มหาชน ปี พ.ศ. 2564 และร่วมจัดนิทรรศการโครงการอนุรักษ์และพัฒนาศักยภาพมะนาวไข่พันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วาริน อินทนา ดร. อรรถกร พรมวี และ ผู้ช่วยศาสตราจรย์ ดร. ฉัตรชัย กัลยาณปพน ร่วมวิจัย พร้อมด้วย คุณอำนวย มาศเมฆ เกษตรกรอาสา

    การประชุมวิชาการและนิทรรศการ เรื่อง “ทรัพยากรไทย : ศักยภาพมากล้นมีให้เห็น” จัดขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ส่วนราชการ มหาวิทยาลัย และสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2560 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบายได้เห็นความหลากหลายแห่งศักยภาพของทรัพยากรไทย

    ทั้งนี้ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มุ่งเน้นการอนุรักษ์ พัฒนา และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ทั้งทรัพยากรกายภาพ ชีวภาพ วัฒนธรรม และภูมิปัญญา โดยสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ ความร่วมมือระหว่างโครงการฯ มหาวิทยาลัย โรงเรียน และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อพัฒนาวิชาการ หรือองค์ความรู้ต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และนิเวศวิทยาพื้นถิ่น ปัจจุบันมีสมาชิกงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนจากทั่วประเทศ ประมาณ 3,000 แห่ง และสมาชิกงานฐานทรัพยากรท้องถิ่นประมาณ 1,000 แห่ง

    ประมวลภาพ

    ข่าวโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนสื่อสารองค์กร


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • “กาญจนดิษฐ์โมเดล” โมเดลการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกเชิงระบบในอำเภอขนาดใหญ่ ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี

    “กาญจนดิษฐ์โมเดล” โมเดลการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกเชิงระบบในอำเภอขนาดใหญ่ ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี

    “กาญจนดิษฐ์โมเดล” โมเดลการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกเชิงระบบในอำเภอขนาดใหญ่ จาก 117 หมู่บ้าน ของ 13 ตำบล อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี ในโครงการ “การพัฒนาระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน กรณีอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏฐ์ธานี ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

    รองศาสตราจารย์ ดร.จรวย สุวรรณบำรุง ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก กล่าวว่า โครงการการพัฒนาระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนฯ ได้รับความร่วมมือจาก 1) เครือข่ายสุขภาพอำเภอกาณจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี นำโดยนายอำเภอกาญจนดิษฐ์ สาธารณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ ผู้นำท้องที่ (อบต. อบท.) ผู้นำท้องถิ่น ( กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ) อสม. และประชาชน 2) เครือข่ายสุขภาพอำเภอทั้ง 19 อำเภอในจังหวัดสุราษฏร์ธานี 3) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฏร์ธานี จังหวัดสุราษฏร์ธานี และ 4) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนการจัดการความรู้เพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม ภายใต้โครงการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2560 ซึ่งเป็นครั้งแรกของการบริหารจัดการของการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกในอำเภอที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ด้านสาธารณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์ นายเชิด ทองสุก กล่าวว่า อำเภอกาญจนดิษฐ์มีปัญหาไข้เลือดออกมาตลอด จึงต้องการแก้ปัญหาด้วยวิธีการใหม่และพิสูจน์การเป็นต้นแบบของอำเภอที่มีขนาดใหญ่ว่าสามารถดำเนินการเชิงระบบในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกได้ หากทุกคนทุกฝ่ายมี 5 จ. คือ ใส่ใจ ตั้งใจ พร้อมใจ จริงใจ และร่วมใจ

    กิจกรรมที่ดำเนินการเพื่อให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ประกอบด้วย 1) ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนของอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) ความพร้อมของศูนย์เฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายระดับตำบลและอำเภอ จัดโปรแกรมคำนวณดัชนีลูกน้ำ (Laval Indices Model) อำเภอกาญจนดิษฐ์ จำนวน 18 ศูนย์ 3) การติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลาย (Larval indices Surveillance system) ทุกหมู่บ้านถึงระดับอำเภอ 4) การประเมินผลและติดตามการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังดัชนีลูกยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนกรณีอำเภอกาญจนดิษฐ์ 5) การประเมินและการกระตุ้นการสร้างสมรรถนะชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน(Community capacity building for sustainable dengue problem solution) มีการสร้างสมรรถนะฯ ระดับตำบล 6) การพัฒนางานประจำเป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่ ตัวแทนโซนๆ ละ 1 รพ.สต. (Best Practice) ใช้แนวคิดของการพัฒนางานประจำที่เป็นงานป้องกันโรคไข้เลือดออกให้เป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงกับชุมชน โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 ถึงเดือนธันวาคม 2561

    กลุ่มเป้าหมายที่ดำเนินการ ได้แก่ 1) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 2,340 คน 2) ภาคีเครือข่ายอำเภอกาญจนดิษฐ์ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์ โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และแกนนำชุมชน จำนวน 172 คน 3) จำนวนครัวเรือน 40,746 ครัวเรือน

    “ เบื้องต้นในการดำเนินการ ได้มีการเปิดโครงการและติดตั้งระบบทุกหมู่บ้าน ที่รับผิดชอบของแต่ละ รพ.สต. ทั้ง 17 รพ.สต. และ 1 ศูนย์สุขภาพชุมชน เกิดการตื่นตัวของพื้นที่และพี่น้อง อสม. มีการเตรียมความพร้อม การพัฒนาสมรรถนะด้านความรู้และดัชนีลูกน้ำยุงลายของ อสม. รวมทั้งมีการติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายทั้ง อำเภอ โดยกำหนดให้วันที่ 25 ของทุกเดือน เป็นวันสำคัญในสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ของอำเภอกาญจนดิษฐ์ โดยทุกคน ใส่ใจ ตั้งใจ พร้อมใจ จริงใจ และร่วมใจ เริ่ม D-Day ครั้งแรก ในวันที่ 25 ธันวาคม 2560” รองศาสตราจารย์ ดร.จรวย สุวรรณบำรุง กล่าว

    ประมวลภาพ


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • Walailak J Sci & Tech ก้าวสู่ปีที่ 15 ออกเผยแพร่เล่ม January 2018: Internet Technology

    Walailak J Sci & Tech ก้าวสู่ปีที่ 15 ออกเผยแพร่เล่ม January 2018: Internet Technology

    Walailak Journal of Science and Technology ปีที่ 15 เล่มที่ 1 ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว ประกอบด้วย 7 บทความด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เป็นผลงานร่วมของ Jenderal Soedirman University Purwokerto (ประเทศอินโดนีเซีย) Sri Venkateswara College of Engineering and Technology และ Amity University (ประเทศอินเดีย) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, มหาวิทยาลัยนครพนม และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 2 เรื่อง

    Walailak J Sci & Tech vol 15 no 1 January 2018: Internet Technology มี ดร. ชัยโรจน์ ใหญ่ประเสริฐ และ รศ.ดร. ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล เป็นบรรณาธิการประจำฉบับ ผู้สนใจ สามารถดาวน์โหลดบทความ เพื่ออ่านและอ้างอิง ได้จาก wjst.wu.ac.th

  • 12 ธันวาคม 2560: สวทช. แนะนำทุนวิจัยโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร STEM เพื่อการวิจัยและพัฒนาสำหรับภาคอุตสาหกรรม

    ด้วยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอเชิญเข้าร่วมรับฟังการแนะนำทุนวิจัยโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร STEM เพื่อการวิจัยและพัฒนาสำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนกำลังคน เพื่อทำวิจัยแก้ไขปัญหาภาคอุตสาหกรรม โดยให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ร่วมกับมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม โดยกำหนดจัดขึ้นวันที่ 12 ธันวาคม 2560 เวลา 10.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงขอเชิญชวนคณาจารย์ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา นักวิชาการ นักวิจัยผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการแนะนำทุนวิจัยดังกล่าว

    ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์สำรองที่นั่งได้ที่ คุณนุสนธ์ สงเอียด สถาบันวิจัยและนวัตกรรม โทร. 3555, 3557 ภายในวันที่ 8 ธันวาคม 2560

  • ทุนวิจัย : โครงการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านยุทโธปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพของกองทัพและการป้องกันประเทศ 2561 (Deadline:12/12/2560)

    สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ประกาศรับข้อเสนอทุนวิจัยโครงการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านยุทโธปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพของกองทัพและการป้องกันประเทศ ประจำปี 2561 โดยมีกรอบวิจัยได้แก่ ระบบอาวุธทางบก ระบบการติดต่อสื่อสาร ระบบเฝ้าตรวจสนามรบ อุปกรณ์ประจำกาย หุ่นยนต์ทางทหาร การแพทย์ทหาร

    ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะบุคลากร
    สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โทร. 0-2610-5330 โทรสาร 0-2354-5541
    เว็บไซต์ http://www.mua.go.th ภายในวันที่ 12 ธันวาคม 2560

  • 26-27 มีนาคม 2561 : ประชุมวิชาการระดับชาติ “การเรียนรู้เชิงรุก” ครั้งที่ 6

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “การเรียนรู้เชิงรุก” ครั้งที่ 6 หัวข้อ “Active Learning ตอบโจทย์ Thailand 4.0 อย่างไร ” ในวันที่ 26 – 27 มีนาคม 2561 ณ อาคารเรียนรวม 7 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีสาขาการประชุมวิชาการได้แก่ Teaching and Learning และ Education in the Changing World

    ขอเชิญชวนผู้สนใจสมัครร่วมการประชุมวิชาการฯ โดยลงทะเบียนและศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ http://alcwu.com/

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์นวัตกรรมการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โทรศัพท์ 075-673-770 Email: alcwudas@gmail.com

  • 4 พฤษภาคม 2561: นำเสนอผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ระดับชาติและนานาชาติ ม.รังสิต

    มหาวิทยาลัยรังสิต กำหนดจัดประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ระดับชาติและนานาชาติ หัวข้อ “Integrated Innovation and Startup for the Future” วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 ณ อาคารพระพิฆเนต Student Center  มหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีสาขาที่นำเสนอ ได้แก่ วิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ นวัตกรรมด้านวิศวกรรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี สถาปัตยกรรมศษสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และกฎหมาย พัฒนาการเรียนการสอน และ Start up เพื่อธุรกิจยั่งยืน

    ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ http://rsucon.rsu.ac.th/ รับบทความถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2560