เมื่อวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2561 สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรม 24 ชั่วโมงห้วงแห่งงานเขียน ให้กับคณาจารย์ นักศึกษาระดับบัญฑิตศึกษา และบุคคลทั่วไป
Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย
ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม
-

ม. วลัยลักษณ์ ติดอันดับองค์กรด้านการวิจัย จากการจัดลำดับโดย SCImago Institutions Rankings (SIR) เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
SCImago Institutions Rankings (SIR) เริ่มจัดอันดับองค์กรด้านการวิจัยทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2009 – ปัจจุบัน ในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา มีองค์กรด้านการวิจัยไทย ติดอันดับ จำนวน 17-24 องค์กร โดยไม่เคยปรากฎชื่อของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ปี 2018 เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ปรากฏชื่อมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็น 1 ใน องค์กรที่ติดอันดับด้านการวิจัย โดยเป็นอันดับที่ 27 ของไทย และเป็นอันดับที่ 714 ของโลก (จากของไทยทั้งหมด 29 และของโลก 5,637 องค์กร ที่ติดอันดับ)
เกณฑ์ในการจัดอันดับองค์กรวิจัย โดย SIR ในปี 2018 พิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ คือ การวิจัย (Research) 50%, นวัตกรรม (Innovation) 30% และสังคม (Societal) 20% รวม 13 ตัวชี้วัด (ทั้งนี้ด้านการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูล Scopus)
ที่มา: https://www.scimagoir.com/rankings.php
-

วารสาร MTR ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้วารสารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
เมื่อวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้การต้อนรับ รองศาสตราจารย์ ดร.เชิดวงศ์ แสงศุภวานิช รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบรรณาธิการวารสาร Maritime Technology and Research (MTR) ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการวารสารและการดำเนินงานวารสาร Maritime Technology and Research (MTR) พร้อมกับเปิดตัวและประชาสัมพันธ์การรับบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสาร ซึ่งวารสาร MTR ได้จัดทำคุณภาพของวารสารเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล
ประมวลภาพ
-

รศ.พญ. วีระนุช นิสภาธร อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ “Research Fellow Award”
รองศาสตราจารย์ พญ. วีระนุช นิสภาธร อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับเชิญ เป็น “Panelist Speaker” ในที่ประชุม The Asia Pacific Consortium of Researchers and Educators International Conference 2018 หัวข้อ “Advancing Multidisciplinary Research towards a Spectrum of Opportunities” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2561 ณ The Westin Resort Guam ประเทศสหรัฐอเมริกาในโอกาสเข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ พญ. วีระนุช นิสภาธร ยังเป็น 1 ใน 10 ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับ The Dr. Matthew Eichler Research and Education Awards โดยได้รับรางวัล “Research Fellow Award” พร้อมได้กล่าวสุนทรพจน์ขอบคุณต่อที่ประชุม
I am pleased, honored and humbled to accept this award and to join past recipients whom I have long admired and respected.
– A very special thanks to the “Asia Pacific Consortium of Researchers and Educators (APCoRE) Board for selecting me and befit this citation.
– Thank you also to those who nominated me and supported my nomination.
And, of course, thank you to my family and friends, University of Malaya, Malaysia and Walailak University, Thailand for always supporting me. In part, I would like to give you a little perspective on my life as an educator:
I worked for nearly 2 decades at the University of Malaya, Malaysia, beginning as a naïve academic lecturer at the Department of Parasitology, Faculty of Medicine. Having a background as a medical doctor, it was such an incredible journey to work outside my home country-Thailand. This was a challenging experience to groom myself in transforming from a plain medical doctor to a teacher, who transferred knowledge to students in the same field. And indeed, what a gift to me that throughout my years at the University of Malaya, I had the opportunity to get to learn not only in teaching (e.g., the old, new integrated curriculum and e-learning based curriculum management system modules-UMMP) for undergraduate medical students, Master programs (e.g., MSc (Parasitology) and Master of Pathology) and PhD levels for postgraduate students and as a visiting Professor in Centro Escolar University, Philippines and Walailak University, Thailand. The experiences geared me to broaden my horizon not only dealing with students of different educational and cultural backgrounds who were eager to learn but also various research aspects related to “Clinical Tropical Medicine” with a special focus on medical parasitology. The challenges I accepted, helped me in uplifting my skill and expertise at international levels in various aspects from publications, speakerships (e.g., Keynote, Plenary, invited), editorial board member, peer reviewer, associate and guest Editors. I find myself in those experiences, also provided me the opportunities to improve the well-being of communities that I met in so many ways.Walailak University is under the leadership of Professor Dr. Sombat Thamrongthayawong and his dedicated team. Our university is currently in the process of transforming from a conventional teaching to a new paradigm using UKPSF-HEA as a standard recognized framework of teaching and learning support. Interestingly, WU is also rapidly moving to become a Research University. I first joined Walailak University about a year ago, and in that time I have witnessed the growing trend of this institution to be more focused on research activities and encouraging international collaboration foreseeing and seeking greater recognition. In education, there is no boundary and barrier to limit what we can achieve. In my teaching career, I have the opportunity to share valuable teaching experiences with both local and international (e.g., ASEAN) students to pave way for student exchange activities.
In closing, I would like to add that UM and WU which I have the opportunity to work with scientific and cultural facilities, have made me realize a greater appreciation in this diverse yet exceptional excellence that enriched my teaching career and to work with individuals who bring their talent and expertise contributing milestones to these two(2) universities. Overall, we must continue to work together as a united group in making the scientific and cultural communities as significant players in education, economic development, tourism, health and human welfare and build innovative communities.
May we all continue to work together, nurture and support each other and help transform our higher learning institutions as a dynamic, creative place to live and work, I would like to end in this pondered quote:
As Albert Einstein says: “Education is not the Learning of Fact but the Training of the Mind to Think”.
My heartfelt Thank you to everyone.
- วันที่ส่งข่าว – 08/11/2561
- หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ศูนย์กิจการนานาชาติ
-

ม.วลัยลักษณ์ ร่วม สสส.และเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 20 พื้นที่ภาคใต้ ลงนาม MOU โครงการ “การพัฒนาและวิจัยเพื่อการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น”
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงนามความร่วมมือโครงการ “การพัฒนาและวิจัยเพื่อการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น” กับนายธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)และนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย 20 พื้นที่ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ณ เทศบาลตำบลท่าศาลา เพื่อร่วมมือกันพัฒนางานด้านการส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นมีศักยภาพในการพัฒนางาน กิจกรรมและบริการ ที่เอื้อต่อการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบและให้ชุมชนสามารถจัดการตนเองในการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างต่อเนื่อง ในการนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อุไร จเรประพาฬ รองคณบดีสานักวิชาพยาบาลศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม ม.วลัยลักษณ์ พร้อมด้วยนางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินกิจกรรมของชุมชนท้องถิ่นที่สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแนวคิด ความรู้ ทักษะ วิธีการทำงาน และความสามารถในด้านอื่น ๆ ภายใต้กระบวนการ และกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อนำมายกระดับการทำงานในพื้นที่และเครือข่าย ให้ทำตามบทบาทหน้าที่ของตนได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย 1)สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) มีบทบาทในการสนับสนุนทุน และวิธีการเพื่อขับเคลื่อนระบบการพัฒนา และวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในระดับตำบล 2) ศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชนเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทำหน้าที่จัดการ ประสาน สร้างพันธมิตร และหนุนเสริมเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น ให้พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ขยายเครือข่ายฯ ให้กว้างขวางในเขตพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นเครือข่าย สามารถจัดการตนเองในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ3) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ายเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และจัดการความรู้ ร่วมกับศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชนเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ นำความรู้ไปขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ตนเอง โดยทำงานร่วมในลักษณะ “คณะทำงานขับเคลื่อนระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่นภาคใต้” ด้วยการดำเนินการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนให้มีความสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ของตนเองได้
ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย 20 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) เทศบาลตำบลท่าศาลา 2)องค์การบริหารส่วนตำบลปากนคร 3)องค์การบริหารส่วนตำบลคีรีวง 4)องค์การบริหารส่วนตำบลสามตำบล 5)เทศบาลเมืองปากพนัง 6)เทศบาลตำบลเขาชุมทอง 7)องค์การบริหารส่วนตำบลท่าซัก 8) องค์การบริหารส่วนตำบลโคกยาง 9)เทศบาลตำบลพนางตุง 10)เทศบาลเมืองทุ่งสง 11)เทศบาลตำบลนาท่อม 12)เทศบาลตำบลวังไผ่ 13)องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ทอง 14)องค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว 15)องค์การบริหารส่วนตำบลบางไทร 16)เทศบาลตำบลคลองแงะ 17)องค์การบริหารส่วนตำบลตะเสะ 18)องค์การบริหารส่วนตำบลบางเป้า 19)เทศบาลตำบลไม้เรียง และ20)เทศบาลตำบลบางสวน
ประมวลภาพ
ข่าว/ภาพ ชลธิชา ปานแก้ว ส่วนสื่อสารองค์กร
- วันที่ส่งข่าว – 06/11/2561
- หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
-

27-28 มีนาคม 2562 : ประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 11 (Deadline: 15/12/2561)

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรม กำหนดจัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 11 หัวข้อ “Smart Research and Innovation to Thailand 4.0” ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างงานวิจัยของคณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัย เพื่อผลิตผลงานวิจัยงานสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อสังคม รวมทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีประโยชน์สู่สาธารณะ อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาต่อยอดงานวิจัย ตลอดจนพัฒนางานวิจัยไปสู่สาธารณะ โดยงาน “วลัยลักษณ์วิจัย” ได้กำหนดรูปแบบการจัดงานมีการบรรยายพิเศษของผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิชาการแบบบรรยาย (Oral Presentation) และแบบโปสเตอร์ (Poster Presentation) ในสาขาและกลุ่มหัวข้อดังนี้
- กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
- กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- กลุ่มงานวิจัยเชิงพื้นที่
- กลุ่มการจัดการ
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนส่งบทความในระบบ online ได้ที่ website: https://research.wu.ac.th
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ติดต่อ คุณลัดดาวัลย์ มนต์แก้ว หรือ คุณโกสินธุ์ ศิริรักษ์ หรือ คุณสุจินดา ย่องจีน
โทรศัพท์ 0-7567-3566, 0-7567-3565,0-7567-3567
e-mail: wuird.walailak@gmail.com
หมดเขตรับบทความภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2561 -

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติภารกิจด้านการวิจัย ม.วลัยลักษณ์
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติงานระหว่าง ศาสตราจารย์ น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และหน่วยงานในกำกับด้านการวิจัยและบริการวิชาการ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติภารกิจด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
-

ม.วลัยลักษณ์ ได้คะแนนผลประเมินคุณภาพการศึกษา ประจำปี 2560 ด้านการวิจัยระดับดีมาก 4.86 คะแนน
ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนา ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ระดับมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2560 พบว่า โดยภาพรวมของมหาวิทยาลัย มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.66 ในระดับดีมาก จากผลการประเมินทั้ง 5 องค์ประกอบ จำนวน 13 ตัวบ่งชี้
ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับมหาวิทยาลัยตามระบบของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา 2560 ผลการประเมินโดยภาพรวมของมหาวิทยาลัย มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.66 ในระดับดีมาก ซึ่งองค์ประกอบที่มีผลการประเมินในระดับดีมาก ได้ 5 คะแนนเต็ม คือ การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม รองลงมา ได้แก่ การวิจัย (4.86 คะแนน) และการบริหารจัดการ (4.83 คะแนน) ส่วนองค์ประกอบด้านการผลิตบัณฑิตอยู่ในระดับดี ที่ค่าคะแนนเฉลี่ย 4.30 คะแนน
ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย กล่าวต่อว่า แม้ว่าคะแนนด้านการผลิตบัณฑิตจะอยู่ในระดับดี แต่มหาวิทยาลัยก็มีการผลิตบัณฑิตอย่างเข้มข้นมากขึ้น อาทิ การพัฒนาการเรียนการสอนในรูปแบบ UKPSF โดยมีอาจารย์ที่ได้รับการรับรองทั้งในระดับ Senior Fellow และ Fellow จำนวน 6 คน ควบคู่ไปกับการใช้ Smart Classroom มีการพัฒนาภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษา และเตรียมความพร้อมของนักศึกษาในการเข้าสู่สหกิจศึกษาและการประกอบอาชีพอย่างเป็นระบบ ในส่วนของการวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีวารสารเพื่อเผยแพร่งานวิจัย จำนวน 5 วารสาร ทั้งสายวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดย Walailak Journal Science and Technology อยู่ในฐานข้อมูล Scopus Quartile 2
ด้านการบริหารจัดการ คณะกรรมการมีความเห็นว่า ผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัย มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างก้าวกระโดดและเข้าสู่ระดับสากล โดยจัดทำและพัฒนาหลักสูตรนานาชาติเพิ่มขึ้น รวมทั้งจัดให้มีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้น ที่สำคัญคือการสร้างความสุขในการเรียนให้กับนักศึกษา รวมทั้งพัฒนาการเรียนการสอนของอาจารย์ตามกรอบมาตรฐาน UKPSF นอกจากนี้ยังส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ให้มีคุณวุฒิสูงขึ้น มีแนวปฏิบัติและขั้นตอนการขอตำแหน่งทางวิชาการที่ชัดเจน สามารถลดเวลาในการดำเนินการ ทำให้มีจำนวนอาจารย์ที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านการบริการวิชาการ ที่ได้ 5 คะแนนเต็ม เนื่องจากทุกสำนักวิชาให้ความสำคัญกับงานบริการวิชาการแก่สังคม ตั้งแต่การถ่ายทอด การใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย ยกระดับอาชีพ การศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม และมีการติดตามการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังพัฒนาชุมชนให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง ส่วนการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ที่ได้ 5 คะแนนเต็มเช่นกัน เพราะมีแผนการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมที่กำหนดวัตถุประสงค์ ตัวบ่งชี้ ภารกิจการติดตาม การประเมิน การนำผลการประเมินไปปรับปรุง และมีการจัดทำคู่มือมาตรฐานการถ่ายทอดศิลปะการรำมโนราห์อีกด้วย
ในปีการศึกษา 2561 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังคงประเมินคุณภาพการศึกษา ตามระบบของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาต่ออีก 1 ปี พร้อมพัฒนาระบบ ASEAN University Network Quality Assurance (AUN QA) เพื่อนำมาใช้สำหรับการประเมินคุณภาพการศึกษาในปีการศึกษา 2562 ทั้งในระดับหลักสูตร สำนักวิชาและมหาวิทยาลัย และหากมีความพร้อมมหาวิทยาลัยจะเข้าร่วมเป็นสมาชิก AUN QA และเข้ารับการประเมิน เพื่อก้าวไปสู่การประเมินในระดับนานาชาติต่อไป เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า มหาวิทยาลัยลัยลักษณ์จะเป็นมหาวิทยาลัย “แห่งคุณภาพ” ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย กล่าวในตอนท้าย
- หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
-

สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีพัฒนากรอบโจทย์วิจัย “การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง”
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีพัฒนากรอบโจทย์วิจัย โครงการการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะที่ 2 ณ ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนายการุณ แปลงรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เกียรติมาเป็นประธานกล่าวเปิด และต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม
เวทีพัฒนากรอบโจทย์วิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนกรอบโจทย์วิจัยในระยะที่ 1 และรับฟังประเด็นความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ที่ประกอบอาชีพ การทำนาข้าวพันธุ์พื้นเมือง การทำไร่จาก และการปลูกพืชผัก โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ได้แก่ ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา คุณเบญจมาศ ตีระมาศวณิช และ ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ พันเอกนายแพทย์วิเชียร ชูเสมอ มาร่วมให้ข้อคิดเห็นในการพัฒนากรอบโจทย์วิจัยในครั้งนี้ นอกจากนั้นการพัฒนากรอบโจทย์วิจัยในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนครศรีธรรมราช อาทิ สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เกษตรอำเภอหัวไทร เกษตรอำเภอปากพนัง พาณิชย์จังหวัด รวมทั้ง มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เข้าร่วม กว่า 80 คน ที่สำคัญคือนักวิจัยในมหาวิทยาลัยวลัยวลักษณ์ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังความต้องการของเกษตรกรในครั้งนี้ หลังจากเวทีพัฒนากรอบโจทย์ดังกล่าว สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จะดำเนินการในการสังเคราะห์ความเห็นมาสู่กรอบโจทย์วิจัย เพื่อจัดทำร่างประกาศรับทุนต่อไปข่าวโดย สุจินดา ย่องจีน
-
สกอ. ได้แจ้งผลการพิจารณาการบอกรับสมาชิกฐานข้อมูล ScienceDirect ปีงบประมาณ 2562 จำนวน 4 สาขาวิชา
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้แจ้งผลการพิจารณาการบอกรับสมาชิกฐานข้อมูล ScienceDirect ปีงบประมาณ 2562 จำนวน 4 สาขาวิชาคือ
สาขา Agricultural and Biological Sciences
สาขา Social Sciences
สาขา Engineering
และ สาขา Immunology and Microbiologyประกอบด้วย วารสารจำนวน 754 ชื่อเรื่อง โดยสามารถเข้าใช้ได้ตั้งแต่ปีพิมพ์ 2010 –ปีปัจจุบัน
ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 – 31 ธันวาคม 2562
ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อวารสารได้ที่ https://www.car.chula.ac.th/upload/SD07.xlsx
- หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา























































