Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม ร่วมจัดนิทรรศการป่าชุมชน ในโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ประจำปี 2561

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม ร่วมจัดนิทรรศการป่าชุมชน ในโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ประจำปี 2561

    เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 สถาบันวิจัยและนวัตกรรม โดยโครงการการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ไม้ท้องถิ่นของชุมชนบ้านเขาวัง (อพ.สธ.2561) ได้เดินทางไปร่วมจัดนิทรรศการป่าชุมชนร่วมกับ ชุมชนบ้านเขาวัง หมู่ที่ 12 ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ ซึ่งได้รับรางวัลป่าชุมชน รองชนะเลิศระดับประเทศ ในโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ประจำปี 2561 จัดโดย กรมป่าไม้และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในรูปแบบป่าชุมชน โดยชุมชนเป็นผู้ดูแลรักษาป่าและใช้ประโยชน์ผลผลิตจากป่า ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ส่งเสริมให้ชุมชนมีป่าเป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งช่วยลดโลกร้อนของประเทศ โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ชุมชนดูแลรักษาป่าเข้มแข้ง ซึ่งในปี 2561 นี้ ป่าชุมชนบ้านเหล่าเหนือ จังหวัดแพร่ คว้าสุดยอดป่าชุมชนระดับประเทศ ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 200,000 บาท ส่วน “ป่าชุมชนบ้านเขาวัง ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ พร้อมรับเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท ในครั้งนี้ 

    ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า กฎหมายป่าชุมชน พ.ศ. 2561 เปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมดูแลผืนป่าและใช้ประโยชน์จากป่าไม้ที่ร่วมกันอนุรักษ์จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ พัฒนา ฟื้นฟูป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลยั่งยืน เพราะป่าชุมชนแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ที่ต้องดูแลรักษาฟื้นฟูให้สมบูรณ์คงอยู่ และพื้นที่ป่าใช้สอย ที่ชุมชนใช้ประโยชน์เพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ของชุมชนได้ ส่งผลให้ชุมชนและป่าอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ชุมชนมีความสามัคคีและเป็นกำลังสำคัญรักษาผืนป่าให้เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ลดโลกร้อน ทั้งนี้ ป่าชุมชนเป็นกลไกสำคัญที่กรมป่าไม้ใช้ขับเคลื่อนเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ถึงร้อยละ 40 ของทั้งประเทศ ซึ่งปีนี้มีป่าชุมชนขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้เพิ่มขึ้นเป็น 11,246 ป่าชุมชน รวมพื้นที่ป่ากว่า 6.1 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 5.9 ของพื้นที่ป่าทั้งประเทศ ในอนาคตจะผลักดันให้เพิ่มป่าชุมชนใน 21,850 หมู่บ้านทั่วประเทศ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 19.1 ล้านไร่


  • ผู้บริหาร ม.วลัยลักษณ์ เข้าพบเพื่อหารืองานวิจัยกับ เลขาธิการ วช.

    ผู้บริหาร ม.วลัยลักษณ์ เข้าพบเพื่อหารืองานวิจัยกับ เลขาธิการ วช.

    เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561  ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และศาสตราจารย์ น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ประชุมหารือแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการตามกรอบงานจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561) โดยมุ่งเน้นกรอบแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง (Bio-based & Processed Agricultural Products) จากการใช้ทรัพยากรการผลิตทั้งในพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้านเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการแปรรูปเกษตรและการประมงในภาคใต้ รวมทั้งการพัฒนาต่อยอดเกษตรแปรรูปผลไม้ ประมง ยางพารา ในพื้นที่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อยอดจากการผลิตน้ำมันปาล์มในพื้นที่ให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง และยกระดับเกษตรกรรายย่อยให้มีความสามารถในการผลิตและแปรรูป และยกระดับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมเกี่ยวกับปาล์มและยางพารา ณ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

    ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    เมื่อวันที่ 20 กันยายน​ 2561  บุคลากรสถาบันวิจัยและนวัตกรรม​ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการประสานการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา​ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธาน ณ ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อรายงานผลการดำเนินงาน รายงานความก้าวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีหน่วยงานเข้าร่วมกว่า​ 50​ หน่วยงาน​

    รายละเอียดข่าว

  • ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมเป็นวิทยากรบรรยาย”การเสริมสร้างสมรรถนะด้านการวิจัย” ให้กับบุคลากรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

    ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมเป็นวิทยากรบรรยาย”การเสริมสร้างสมรรถนะด้านการวิจัย” ให้กับบุคลากรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

    เมื่อวันที่ 11 – 12 กันยายน 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การเสริมสร้างสมรรถนะด้านการวิจัย” ณ ห้องประชุมอายุรกรรม 1 โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ให้กับบุคลากรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ทักษะด้านการวิจัย สามารถพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย สร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและสามารถนำไปเผยแพร่ได้  

    ประมวลภาพ

  • อาจารย์ นายแพทย์ชัยวัฒน์ ฤกษ์สวัสดิ์ถาวร สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานวิจัย การประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 23 หัวข้อ Thalassemia: All New Hope”

    อาจารย์ นายแพทย์ชัยวัฒน์ ฤกษ์สวัสดิ์ถาวร สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานวิจัย การประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 23 หัวข้อ Thalassemia: All New Hope”

    อาจารย์ นายแพทย์ชัยวัฒน์ ฤกษ์สวัสดิ์ถาวร อาจารย์สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบ Oral presentation และ Poster presentation ในการประชุม “การประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 23 หัวข้อ Thalassemia: All New Hope” ซึ่งจัดโดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ทั้งยังได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเรื่อง “Preventable Severe Thalassemia among Children” ซึ่งเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์สาเหตุของผู้ป่วยโรค Thalassemia ชนิดรุนแรงในประเทศไทย ที่ควรป้องกันได้ ในวารสารระดับนานาชาติ “Hemoglobin: international journal for hemoglobin research” 

    ผลงานวิจัย


    • รายละเอียดเพิ่มเติม – http://doi.org/10.1080/03630269.2018.1502196
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาแพทยศาสตร์
  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรมจัดสัมมนาสรุปผลการดำเนินงานปี 2561 และจัดทำแผนการดำเนินงานปี 2562

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรมจัดสัมมนาสรุปผลการดำเนินงานปี 2561 และจัดทำแผนการดำเนินงานปี 2562

    เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยบุคลากรสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  จัดสัมมนาหน่วยงานเพื่อสรุปผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 และวางแผนเพื่อการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ณ โรงแรมประสานสุขวิลล่า อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช 

    ภาพบรรยากาศ

     

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม ให้การต้อนรับการศึกษาดูงานด้านการจัดประชุมวิชาการระดับชาติแก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม ให้การต้อนรับการศึกษาดูงานด้านการจัดประชุมวิชาการระดับชาติแก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้

    เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ดร.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรจากวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานด้านการจัดประชุมวิชาการระดับชาติ กรณีศึกษา การจัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” โดยมี นายโกสินธุ์ ศิริรักษ์ นางสาวสุจินดา ย่องจีน และ นางลัดดาวัลย์ มนต์แก้ว ร่วมบรรยายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง ระบบบริหารจัดการงานประชุมวิชาการระดับชาติ วลัยลักษณ์วิจัย ระบบการลงทะเบียนรับบทความออนไลน์ (EasyChair) ระบบการลงทะเบียนรับชำระเงินออนไลน์ (Jotform)

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม รับรางวัล 5ส ในระดับดีเยี่ยม

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม รับรางวัล 5ส ในระดับดีเยี่ยม

    เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 สถาบันวิจัยและนวัตกรรม เข้ารับรางวัลการประเมิน 5ส “ระดับดีเยี่ยม” ด้วยคะแนน 5.0 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในกิจกรรมรักวลัยลักษณ์…รักษ์สุขภาพ จัดโดยส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และคณะทำงาน 5ส มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ อาคารบริหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

  • รศ.ดร.วรวรรณ พันพิพัฒน์ : การทำวิจัยให้มากกว่าเรื่องวิชาการ

    รศ.ดร.วรวรรณ พันพิพัฒน์ : การทำวิจัยให้มากกว่าเรื่องวิชาการ

    รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ พันพิพัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาวิทยาศาสตร์การอาหารและนวัตกรรม สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กับงานวิจัยในฐานะหัวหน้าโครงการกว่า 15 โครงการ และผู้ร่วมวิจัย 12 โครงการ ไม่นับรวมบทความวิจัยและบทความวิชาการ ตำรา และ Proceeding กว่า 100 เรื่อง ทำให้ตกผลึกทางความคิดที่ว่า “การทำวิจัยให้มากกว่าเรื่องวิชาการ” 

    รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากสาขาเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุนารี เน้นการวิจัยด้านโปรตีนในอาหาร และในปี 2548 ได้ทำงานในตำแหน่งอาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีอาหาร สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นเวลา 5 ปี ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งทางวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ จากนั้นในปี 2553 ได้รับทุนการศึกษาจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยออฮุส (Aarhus University) ประเทศเดนมาร์ก โดยเน้นการศึกษาวิจัยด้านไขมันในอาหาร ซึ่งเป็นการเปลี่ยนความเชี่ยวชาญจากการทำวิจัยในระดับปริญญาโทและงานวิจัยที่ทำอยู่ในช่วงปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เนื่องจากมองเห็นว่า พื้นที่ภาคใต้ที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่มีวัตถุดิบน้ำมันและไขมันเป็นจำนวนมาก ประกอบกับประเทศไทยมีนักวิจัยที่ทำงานด้านไขมันในอาหารจำนวนน้อย จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีในการนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ 

    ในระหว่างการศึกษาระดับปริญญาเอกนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ ได้รับโอกาสให้ไปฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยีนาโน (Nanotechnology) จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้เป็นเวลา 3 เดือน จึงนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการทำวิจัยขั้นสูง ส่งผลให้สามารถผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพ ทำให้ได้รับรางวัล Honored Student Awards 2013 จาก American Oil Chemists’ Society (AOCS) ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านไขมันและน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรางวัลดังกล่าวจะมอบให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่มีผลงานวิจัยโดดเด่นด้านไขมันและน้ำมัน นอกจากนี้ AOCS Biotechnology Division ยังได้มอบรางวัล 2013 2nd student paper competition Award จากผลงานวิจัยเรื่อง “Improved acylation of phytosterols catalyzed by Candida antarctica lipase A with superior catalytic activity” ให้อีกด้วย ทั้งยังได้ร่วมเขียน Book Chapter จำนวน 2 บท ในหนังสือด้านไขมันจากสำนักพิมพ์ AOCS 

    เมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกในปี พ.ศ. 2556 รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ ได้กลับมาปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีความมุ่งมั่นในการทำวิจัยและการสอนด้านไขมันและโปรตีนในอาหาร ซึ่งเป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากการทำวิจัยทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกเข้าด้วยกัน ทั้งยังมุ่งเน้นพัฒนานักวิจัยด้านไขมันและโปรตีนในอาหาร จึงมีนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักและอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมกว่า 20 คน รวมทั้งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งหน่วยวิจัยอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งต่อมาได้ถูกยกระดับเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหารในปี 2560 

    รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ ได้รับทุนสนับสนุนการทำวิจัยจากแหล่งทุนภายนอกทั้งในฐานะผู้วิจัยหลักและผู้ร่วมวิจัยกว่า 30 โครงการ ซึ่งหลายโครงการได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับภาคเอกชน เพื่อมุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และยังได้นำองค์ความรู้ไปบริการวิชาการแก่ผู้ประกอบการอาหารในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคใต้ เช่น บริษัท ช โปรเซสซิ่งฟู๊ด จำกัด บริษัท ช เกษตรรุ่งเรือง จำกัด บริษัท เซโกฟาร์ม จำกัด กลุ่มนาข้าวแซมดิน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครื่องดื่มสมุนไพรโพธิ์เสด็จ และกลุ่มทำนาบ้านเพิง เป็นต้น รวมทั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตรวจประเมินโครงการวิจัยและบทความวิจัย เพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับชาติและนานาชาติจำนวนมาก 

    จากผลงานวิจัยที่ทำให้ได้ประโยชน์ในแง่ของผลงานทางวิชาการและการก้าวเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้นแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ ยังได้เรียนรู้หลายอย่างจากการทำงานวิจัย 

    ประการที่ 1 เรียนรู้การวางแผนงาน เริ่มตั้งแต่การมองหาแหล่งทุนวิจัย การเขียนข้อเสนอโครงการให้ตรงกับความต้องการของแหล่งทุน และการวางแผนดำเนินโครงการหลังจากที่ได้รับทุนวิจัย โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ ได้ยกตัวอย่างการมองหาแหล่งทุนวิจัยก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก โดยเลือกที่จะเสนอขอทุนพัฒนาศักยภาพอาจารย์รุ่นใหม่ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นทุนแรก เนื่องจาก สกว. เป็นแหล่งทุนวิจัยขนาดใหญ่ของประเทศ ที่สำคัญการได้รับทุนพัฒนาศักยภาพอาจารย์รุ่นใหม่ และมีผลการวิจัยในระดับที่ดี จะส่งผลต่อการได้ทุนที่สูงขึ้นจาก สกว. เช่น ทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) 

    ดังนั้น หลังจากที่อาจารย์สอบป้องกันวิทยานิพนธ์เสร็จ 1 สัปดาห์ ได้กลับมารายงานตัว เพื่อทำงานต่อที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และเพื่อให้ทันกำหนดเวลาในการขอทุน ซึ่งขณะที่อยู่ต่างประเทศได้คิดหัวข้อและสืบค้นหาข้อมูลสำหรับการเขียนข้อเสนอโครงการเตรียมไว้ล่วงหน้า ดังนั้น การขอทุนวิจัยครั้งแรกนี้ จึงใช้เวลาเขียนข้อเสนอโครงการสั้นที่สุดในชีวิต ในที่สุดก็ได้รับการจัดสรรทุนดังกล่าว ส่งผลให้ผ่านการประเมินคุณสมบัติทุน คปก. รุ่นที่ 21 ตามที่ได้วางแผนไว้ 

    ประการที่ 2 เรียนรู้การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ รองศาสตาจารย์ ดร.วรวรรณ เล่าว่า การทำวิจัยนั้นต้องมีความรับผิดชอบต่อแหล่งทุน จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ตั้งแต่การบริหารจัดการคน (ผู้ช่วยวิจัย) การบริหารโครงการวิจัย และการบริหารเงินทุน เพื่อให้งานวิจัยสำเร็จตามเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องทำงานวิจัยหลายๆ เรื่อง และสอนนักศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาไปพร้อมกัน ดังนั้น การทำวิจัยที่ดีจึงต้องมีการบริหารจัดการที่ดีเข้ามาเกี่ยวข้อง 

    ประการที่ 3 เรียนรู้เรื่องความอดทน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ ไม่คิดว่าจะได้เรียนรู้จากงานวิจัย โดยอาจารย์ได้เล่าให้ฟังว่า ขณะที่กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 ได้ทำวิจัยเรื่อง “การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพจากข้าวไข่มดริ้น: ข้าวพันธุ์พื้นเมือง จ.นครศรีธรรมราช” ซึ่งมีการติดตามความก้าวหน้าของงานทุก 2, 6 และ 12 เดือน จึงจำเป็นต้องทำรายงานและวิเคราะห์ผลตลอดเวลา หลังจากที่คลอดลูกแล้ว 1 สัปดาห์ ก็ต้องไปนำเสนอรายงานความก้าวหน้าแบบปากเปล่า นับได้ว่า เป็นงานวิจัยที่ต้องใช้ความอดทนและมานะพยายามสูงที่สุด 

    อย่างไรก็ตาม ผลจากความทุ่มเทในการทำโครงการวิจัยนี้ ส่งผลให้ผลงานวิจัยเรื่องดังกล่าวได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากข้าวไข่มดริ้น “ชาข้าวแซมดิน” เป็น 1 ใน 6 ผลงานที่ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมแสดงนิทรรศการผลงานวิจัย และจัดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมนี้เป็นของที่ระลึกในการประชุมสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2560 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นประธาน รวมทั้งได้จัดแสดงในงานมหกรรมการวิจัยแห่งชาติ 2560 (Thailand Research Expo 2017) และเข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ “การเพิ่มมูลค่าข้าวพันธุ์พื้นเมือง” ณ เวที Highlight stage อีกด้วย 

    ล่าสุดงานวิจัยเรื่องนี้ ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงานวิจัยเด่นในทุนวิจัยมุ่งเป้าของกลุ่มเรื่องเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเพื่อวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งได้รับเชิญให้ไปจัดแสดงในการประชุมวิชาการ “แผนยุทธศาสตร์สนับสนุนทุนวิจัยและการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ทั้งระบบ” เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ 

    ประการที่ 4 เรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา นับตั้งแต่การเริ่มเขียนข้อเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนทุนวิจัย จำเป็นต้องสืบค้นข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาใช้อ้างอิง สนับสนุนแนวคิดและวางแผนการทำวิจัย จนถึงผลการทำวิจัยที่ได้องค์ความรู้ใหม่ๆ ทำให้เกิดการศึกษาและความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา 

    ประการที่ 5 เรียนรู้การคิดเชิงสร้างสรรค์ รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ เล่าว่า การขอทุนสนับสนุนการวิจัยโดยเฉพาะจากแหล่งภายนอกจำเป็นต้องเสนอเรื่องที่น่าสนใจและเป็นเรื่องใหม่ และเป็นเรื่องที่เราเชี่ยวชาญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ หัวข้อต้องมีความสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นที่มาของการได้รับรางวัลการเขียนข้อเสนอโครงการนวัตกรรม “ระดับดีมาก” และผลงานนวัตกรรม “ระดับเหรียญเงิน” จากผลงานเรื่อง “เจลทำความสะอาดมือเพื่อกำจัดกลิ่นคาวปลาและอาหารทะเล” ในกลุ่มอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Food and Health Products) จากการประกวดนวัตกรรมสายอุดมศึกษาปี 2561 ในงาน มหกรรมการวิจัยแห่งชาติ 2561 ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 9-12 สิงหาคม 2561 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอก คอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยได้รับรางวัลจาก ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

    ประการสุดท้าย คือ สร้างความร่วมมือทั้งในวงวิชาการและภาคเอกชน การทำงานวิจัยทำให้ รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ มีโอกาสพบปะพูดคุยกับบุคคลต่างๆ ทั้งในแวดวงวิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งนำไปสู่การสร้างความร่วมมือด้านการวิจัย และการทำโครงการวิจัยร่วมกันหลายโครงการ 

    “การทำวิจัยทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และงานวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ และนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน นอกเหนือจากการพัฒนาตนเองและนักศึกษา” รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ พันพิพัฒน์ กล่าวในตอนท้าย 

    ประวัติและผลงาน 

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร เรียบเรียง


    • วันที่ส่งข่าว – 11/09/2561
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • Walailak J Sci & Tech 2019 ก้าวสู่ปีที่ 16 เตรียมการเผยแพร่ 12 เล่ม กว่า 70 บทความ

    Walailak J Sci & Tech 2019 ก้าวสู่ปีที่ 16 เตรียมการเผยแพร่ 12 เล่ม กว่า 70 บทความ

    วารสาร Walailak Journal of Science and Technology เป็นวารสารในฐานข้อมูล Scopus จากมหาวิทยาลัยไทยเพียงแห่งเดียว ที่ปรับการออกเป็นรายเดือน ตั้งแต่ปีที่ 11 (ค.ศ. 2014) โดยจัดเนื้อหาในแต่ละเล่มให้มีความสอดคล้องตามแก่นเรื่องเดียวกัน มีอาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ บรรณาธิการประจำฉบับ

    วารสาร Walailak Journal of Science and Technology เข้าสู่ปีที่ 16 (ค.ศ. 2019) โดยเตรียมเผยแพร่บทความที่ตอบรับตีพิมพ์ครบ 10 เล่มแล้ว อีกทั้งมีแผนเผยแพร่ 2 เล่มที่เชื่อมโยงกับการประชุมวิชาการด้าน Plasma Sciences ของสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และ การประชุมวิชาการด้าน Biomedical Sciences ของสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ดังนี้

    Vol 16: Forthcoming Issue: Special Issue on Nursing
    Guest Editor: Dr. WONGCHAN PETPICHETCHIAN and Dr. JOM SUWANNO

    Vol 16: Forthcoming Issue: Special Issue on Computer Science and Information Technology
    Guest Editor: Dr. CHIDCHANOK LURSINSAP 
    Issue Editor: Dr. CHAIROTE YAIPRASERT

    Vol 16: Forthcoming Issue: Health
    Guest Editor: Dr. WONGCHAN PETPICHETCHIAN
    Issue Editor: Dr. CHITNARONG SIRISATHITKUL

    Vol 16: Forthcoming Issue: Public Health
    Issue Editor: Dr. UDOMSAK SAENGOW M.D.

    Vol 16: Forthcoming Issue: Meat Science
    Issue Editor: Dr. PIYAPONG CHOTIPUNTU

    Vol 16: Forthcoming Issue: Healthcare
    Issue Editor: Dr. UDOMSAK SAENGOW M.D.

    Vol 16: Forthcoming Issue: Engineering Physics
    Issue Editor: Dr. PHONGPICHIT CHANNUIE and Dr. CHITNARONG SIRISATHITKUL

    Vol 16: Forthcoming Issue: Bio-based Materials
    Issue Editor: Dr. UTHEN THUBSUANG

    Vol 16: Forthcoming Issue: Plant Sciences
    Issue Editor: Dr. CHATCHAI KANLAYANAPAPHON

    Vol 16: Forthcoming Issue: Medical Sciences
    Issue Editor: Dr. SARAWOOT PALIPOCH

    Vol 16: Forthcoming Issue: Biology
    Issue Editor: Dr. CHATCHAI KANLAYANAPAPHON

    Vol 16: Forthcoming Issue: Special Issue on Biomedical Sciences
    Guest Editor: Dr. PANAGIOTIS KARANIS and VEERANOOT NISSAPATORN M.D.

    ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดบทความ เพื่อการอ้างอิงได้ที่ เว็บไซต์วารสาร (http://wjst.wu.ac.th) และสามารถติดต่อสอบถาม ให้ข้อเสนอแนะได้ที่ บรรณาธิการจัดการ (Managing Editor) คุณโกสินธุ์ ศิริรักษ์ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม journal.wu@gmail.com