Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม

  • “กาญจนดิษฐ์โมเดล” ก้าวสำคัญของการวางระบบแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอำเภอขนาดใหญ่ 13 ตำบล 117 หมู่บ้าน และ อสม. 2,340 คน

    “กาญจนดิษฐ์โมเดล” ก้าวสำคัญของการวางระบบแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอำเภอขนาดใหญ่ 13 ตำบล 117 หมู่บ้าน และ อสม. 2,340 คน

    “กาญจนดิษฐ์โมเดล” ก้าวสำคัญของการวางระบบแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอำเภอขนาดใหญ่ 13 ตำบล 117 หมู่บ้าน และ อสม. 2,340 คน โดยเครือข่ายสุขภาพอำเภอกาญจนดิษฐ์ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 

    กาญจนดิษฐ์โมเดล โมเดลการแก้ปัญหาโรคไข้ เลือดออกเชิงระบบในอําเภอขนาดใหญ่ จาก 117 หมู่บ้าน ของ 13 ตําบล อําเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็น 1 ใน 3 อำเภอนำร่องของการดำเนินการ โครงการ “การพัฒนาระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีไชยาโมเดล: โมเดลเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกในจังหวัดสุราษฏร์ธานี” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติในโครงการ “การจัดการความรู้เพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม” โดยมีการดำเนินการ “กาญจนดิษฐ์โมเดล” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2650 จนถึงปัจจุบัน 

    การดำเนินการที่ผ่านมารวม 6 เดือน ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นในพื้นที่ 6 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) การเตรียมความพร้อมของพื้นที่ 2) การติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายทั้ง 18 ศูนย์เฝ้าระวัง (จาก 17 รพ.สต. และ 1 CPU) 3) การพัฒนาสมรรถนะด้านความรู้ของ อสม. จำนวน 2,340 คนจาก 117 หมู่บ้าน 4) การติดตามการดำเนินการเชิงวิชาการด้วยการใช้ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวัง 5) การดำเนินการแก้ปัญหาในระดับหมู่บ้าน และ 6)การดำเนินการพัฒนางานประจำสู่การวิจัยเชิงพื้นที่ในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก (R to ABCR for D)

    วัตถุประสงค์ของการดำเนินการประเมินผลการดำเนินงาน รับทราบปัญหา และอุปสรรค รวมถึงการวางแผนการดำเนินงานให้เกิดความยั่งยืน จึงมีการประชุมติดตามผลการดำเนินการโดยเครือข่ายสุขภาพอําเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี และศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 สถานที่ สำนักงานสาธรณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์

    ผลการประชุม ได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยโท สมชาย เรืองจันทร์ นายอําเภอกาญจนดิษฐ์เป็นประธานเปิดกิจกรรมพร้อมให้กำลังใจในการดำเนินการ ดำเนินการิจกรรมระดมสมองโดย นายเชิด ทองสุข สาธารณสุขอําเภอกาญจนดิษฐ์ ตลอดถึงความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 36 คน ผู้นำท้องถิ่น (อบต.) 9 คน และ ตัวแทน อสม. 13 คน จากทุกพื้นที่รวม 60 คน และ รองศาสตราจารย์ ดร. จรวย สุวรรณบำรุง และทีมงานจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ผลการดำเนินการของระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายของเดือนเมษายน พ.ศ. 2561

    ประเด็นการติดตามประเมินผล
     จาก 6 กิจกรรมที่มีการกำหนดไว้ในกาญจนดิษฐ์โมเดล พบว่า 1) มีการดำเนินการของการประเมินพื้นที่เสี่ยงที่ชัดเจนของ 117 หมู่บ้าน โดยแสดงในโปรแกรม http://limsurat.wu.ac.th 2) ดำเนินการในการเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำของทุกพื้นที่ โดยผลการคำนวณดัชนีลูกน้ำยุงลายในแต่ละเดือน แม้ว่าจะมีค่าดัชนีลูกน้ำสูงกว่าค่ามาตรฐานแต่ก็สามารถใช้ในการเฝ้าระวังความเสี่ยง 3) อสม. มีความรู้เกี่ยวกับระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำ

    อย่างไรก็ตามมีบางกิจกรรมที่ต้องดำเนินการต่อ คือ 1) การติดตามการดำเนินการเชิงวิชาการด้วยการใช้ข้อมูลดำเนินการแก้ปัญหาในระดับหมู่บ้าน และ 2) การดำเนินการพัฒนางานประจำสู่การวิจัยเชิงพื้นที่ในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก (R to ABCR for D) ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมอภิปรายประเด็นปัญหา/อุปสรรค เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการ โดย

    ปัญหา/อุปสรรค ที่สำคัญคือ 1) สภาพพื้นที่ของแต่ชุมชนที่เป็นพื้นที่สวน มีน้ำขัง 2) สภาพแวดล้อมภายในบ้านและบริเวณบ้านของชุมชน โดยเฉพาะ ขยะ ที่ขาดการจัดการอย่างจริงจัง 3) ปัญหาเดิมๆ ที่เริ่มเห็นชัดเจนขึ้นคือ ขาดการให้ความร่วมมืออย่างจริงจังของคนในชุมชน 4) กาญจนดิษฐ์โมเดลคืออะไร ทำแล้วได้อะไร หลายคนยังไม่เข้าใจในวัตถุประสงค์ของโมเดลนี้โดยเฉพาะประชาชนทั่วไป

    แนวทางในการดำเนินการต่อเนื่องของ กาญจนดิษฐ์โมเดล โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายร่วมกันเสนอ

    1) การสร้างความตระหนักของทุกภาคส่วน กระตุ้นเชิงจิตสำนึกซึ่งมีรูปแบบที่คิดไว้ “การมองความยั่งยืนไม่ใช่แค่วันนี้” มีนวัตกรรมสำหรับพื้นที่นับจุดเริ่มต้นของการคิดที่จะแก้ปัญหา 
    2) เน้นการดำเนินการโครงการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกที่เป็นรูปธรรมของแต่ละหมู่บ้าน เน้นเริ่มต้นจากตัวเอง โดยมี อสม. เป็นแบบอย่างที่ดี และการใช้ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังฯ ในการจัดโครงการแก้ปัญหา
    3) ดำเนินการต่อเนื่องของทีมการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยเชิงพื้นที่ (R to ABCR for D) ซึ่งมีการนัดประชุมเชิงปฏิบัติการในการวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนรายงานทางวิชาการของทีม โดยคาดว่าจะมีผลงานวิชาการของทุก รพ.สต.

    อย่างไรก็ตามการให้ความสำคัญและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องนับเป็นสิ่งสำคัญและเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่จะต้องแก้ไขและผ่านไปให้ได้ ดังคำกล่าวของท่านนายอำเภอ “…แม้จะทำไม่ได้ทั้งหมดแต่ในภาพรวมต้องดีขึ้นและดีกว่าที่ผ่านมา…” สอดคล้องกับคำกล่าวของ รศ. ดร. จรวย สุวรรณบำรุง “ปัญหาและอุปสรรคที่มี ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า เป็นปัจจัย หรือเงื่อนไข หากเป็นปัจจัยจะแก้ไขได้ แต่หากมองว่าเป็นเงื่อนไขก็จะยุ่งยากหรือแก้ไขไม่ได้ ดังนั้นอาจจะมีปัญหาอุปสรรคของการมองปัญหา ปัญหาคือ การมองปัญหา” เสริมด้วยข้อเสนอแนะจากสาธารณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์ “…การเปลี่ยนวิธีคิดหรือมุมมองใหม่ อย่าใช้แต่วิธีเดิมในการแก้ปัญหา ฉะนั้นการร่วมมือกัน ตั้งใจกันทำงาน การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จึงเป็นสิ่ง ที่สำคัญ”

    ข่าวโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก
     
  • นักศึกษาปริญญาเอก สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร เผยแพร่บทความใน Walailak J Sci & Tech July 2018: Sensing and Coating Technology

    นักศึกษาปริญญาเอก สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร เผยแพร่บทความใน Walailak J Sci & Tech July 2018: Sensing and Coating Technology

    วารสาร Walailak Journal of Science and Technology ปีที่ 15 ฉบับที่ 7 July 2018 : Sensing and Coating Technology ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว ประกอบด้วย บทความวัสดุเคลือบ และตัวตรวจจับ รวม 6 เรื่อง จาก Shahid Rajaee Teacher Training University ประเทศอิหร่าน, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (กำแพงแสน), มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 

    ผลงานจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นบทความโดย นายสุนันท์ ขามิ นักศึกษาปริญญาเอก ร่วมกับ ผศ. ดร. วิภาวี ขำวิจิตร อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง Volatile Organic Compound (VOC) Removal via Photocatalytic Oxidation Using TiO2 Coated Nanofilms 

    ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดบทความ เพื่ออ่านและอ้างอิงได้ที่ เว็บไซต์วารสาร (wjst.wu.ac.th

  • วารสารฟิสิกส์ไทยฉบับล่าสุด ปีที่ 35 ฉบับที่ 1, 2561 ออนไลน์แล้ว

    วารสารฟิสิกส์ไทยฉบับล่าสุด ปีที่ 35 ฉบับที่ 1, 2561 ออนไลน์แล้ว

    วารสารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจะเป็นที่ดึงดูดและสนใจของฐานข้อมูลนานาชาติ วารสารฟิสิกส์ไทย (Thai Journal of Physics) จัดทำโดยสมาคมฟิสิกส์แห่งประเทศไทย เป็นหนึ่งในวารสารแนวหน้าของวงการวิทยาศาสตร์ไทยมาหลายสิบปี ปัจจุบันวารสารได้ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 35 โดยมีบรรณาธิการวารสาร คือ รศ.ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นอกจากนี้ท่านยังเป็นบรรณาธิการ Walailak Journal of Science and Technology (indexed Scopus) และ บรรณาธิการวารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ (indexed TCI กลุ่ม 1)

    วารสารฟิสิกส์ไทยฉบับล่าสุด ปีที่ 35 ฉบับที่ 1, 2561 เผยแพร่บทความวิจัยจากการประชุมวิชาการ 10th International Conference on Plasma Science and Applications (ICPSA) 2017 ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดบทความเพื่ออ่านและอ้างอิงได้จากเว็บไซต์ http://wjst.wu.ac.th/index.php/thaijphys/issue/archive

    ขอเชิญชวนทุกท่านส่งบทความตีพิมพ์เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวารสารเข้าสู่ฐานข้อมูล Thai-Journal Citation Index (TCI) และ ASEAN Citation Index (ACI) ต่อไป

    ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงจากบรรณาธิการวารสาร รศ.ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล อีเมล์ schitnar@wu.ac.th 

  • ม.วลัยลักษณ์จับมือบริษัทเอกชน ร่วมวิจัยและพัฒนาศูนย์กำจัดขยะแบบครบวงจร

    ม.วลัยลักษณ์จับมือบริษัทเอกชน ร่วมวิจัยและพัฒนาศูนย์กำจัดขยะแบบครบวงจร

    ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ และนายธเนศ วิชชุไตรภพ กรรมการผู้จัดการบริษัท แฟร์เวย์ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการร่วมวิจัยและพัฒนาศูนย์กำจัดขยะแบบครบวงจร ระหว่างบริษัท แฟร์เวย์ โฮลดิ้ง จำกัด และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อการบริหารจัดการขยะที่ดีและเกิดประโยชน์ต่อสังคม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนา และนายไพรวัลย์ เกิดทองมี ผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำเสียฯ ลงนามเป็นพยาน พร้อมผู้บริหารของทั้ง 2 ฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมโมคลาน อาคารบริหาร 

     
    ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากบริษัท แฟร์เวย์ โฮลดิ้ง จำกัด และ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการขยะชุมชนและขยะติดเชื้อ โดยจากการหารือร่วมกันระหว่าง บริษัท แฟร์เวย์ โฮลดิ้ง จำกัด และ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มองเห็นความสำคัญต่อการบริหารจัดการขยะที่ดีจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนใกล้เคียง เป็นสถานที่ฝึกอบรมดูงาน และสามารถเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงได้ โดยอาศัยจุดเริ่มต้นจากการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบันและมาผนวกกับเครื่องจักรที่เหมาะสมกับขยะประเภทต่าง ๆ ของบริษัท แฟร์เวย์ โฮลดิ้ง จำกัด 

    “ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีเตาเผาขยะที่รองรับการเผาขยะประเภทต่างๆ โดยเฉพาะขยะติดเชื้อ ซึ่งมาจากหน่วยงานภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในอนาคตจะมีการพัฒนาเป็นเตาเผาที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ด้วย และจะพัฒนาโรงเผาขยะให้เป็นต้นแบบของการกำจัดขยะที่ถูกต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการร่วมมือกับบริษัท แฟร์เวย์ โฮลดิ้ง ครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยทำให้การกำจัดขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระเรื่องขยะของจังหวัดและของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย”ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว 

    สำหรับการลงนามในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายในการร่วมกันวิจัยและพัฒนาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้านการวิจัยและพัฒนาการคัดแยกขยะอินทรีย์ นำกลับมาใช้ประโยชน์ ในรูปแบบของสารปรับปรุงดิน การกำจัดขยะอันตรายประเภทหลอดฟลูออเรสเซนต์ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการโดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพเพื่อใช้ในการคัดแยก และกำจัดขยะมูลฝอยของชุมชน การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการขยะติดเชื้อให้มีประสิทธิภาพและถูกต้อง ตามหลักวิชาการ ให้เป็นไปตาม พรบ.ขยะติดเชื้อ โดยสามารถรองรับขยะติดเชื้อในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงได้ ตลอดจนการพัฒนาให้ศูนย์กำจัดขยะมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นต้นแบบการบริหารจัดการ ขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ ศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการขยะและพัฒนาบุคคลากรด้วย ภายใต้กรอบความร่วมมือในระยะเวลา 5 ปี 

    ประมวลภาพ 

    ข่าวและภาพโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนสื่อสารองค์กร


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • ผลงานวิจัยเรื่อง “ค่าจุดตัดความเร็วในการเดินสำหรับทำนายการกลัวการหกล้มในผู้สูงอายุ”ได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานวิจัยแบบบรรยายดีเด่น

    อาจารย์จิรพัฒน์  นาวารัตน์ อาจารย์สาขาวิชากายภาพบำบัด สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น ภาคบรรยาย สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ จากผลงานวิจัยเรื่อง “ค่าจุดตัดความเร็วในการเดินสำหรับทำนายการกลัวการหกล้มในผู้สูงอายุ” ในการประชุมวิชากรระดับชาติมหาวิทยาลัยทักษิณ ครั้งที่ 28 ประจำปี 2561 ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2561

    อาจารย์จิรพัฒน์ นาวารัตน์ กล่าวว่าผลงานวิจัยเรื่องดังกล่าวเกิดจากปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคือการเคลื่อนไหวลำบากและการสูญเสียการทรงตัวส่งผลให้ผู้สูงอายุหกล้มและเกิดการกลัวกการหกล้มตามมา ผู้สูงอายุกลุ่มนี้จะมีความเร็วในการเดินลดลง โดยทั่วไปการเดินถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญของผู้สูงอายุในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อมีปฏิสัมพันธ์และเข้าร่วมบทบาททางสังคม เกิดเป็นคำถามวิจัยครั้งนี้ว่าความเร็วในการเดินเท่าไหร่ที่จะบ่งบอกได้ว่าผู้สูงอายุมีการกลัวการหกล้ม อาจารย์จิรพัฒน์ จึงได้ศึกษาค่าจุดตัด (Cut-off point) ของความเร็วในการเดินสำหรับใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองการกลัวการหกล้มของผู้สูงอายุอย่างง่ายทางคลีนิก งานวิจัยนี้พบว่าค่าจุดตัดของความเร็วในการเดินสำหรับทำนายการกลัวการหกล้มอยู่ที่ 0.95 เมตร/วินาที มีค่าความไวร้อยละ 70 ความจำเพาะร้อยละ 60 และมีความถูกต้องของการทำนายร้อยละ 74.9 ดังนั้น นักกายภาพบำบัดใช้การทดสอบความเร็วในการเดินเพื่อทำนายการกลัวการหกล้มได้ เนื่องจากทำได้ง่ายใช้เวลาน้อย รวมถึงสามารถนำค่าจุดตัดความเร็วในการเดินดังกล่าวมาตั้งเป้าหมายการรักษาและติดตามผลการฟื้นฟูทางกายภาพบำบัดเพื่อมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุมีการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ดีขึ้นต่อไป

  • บรรณาธิการจัดการ Walailak J Sci & Tech ได้รับเกียรติเป็นวิทยากร แนะนำการพัฒนาวารสารเข้าสู่ Scopus

    บรรณาธิการจัดการ Walailak J Sci & Tech ได้รับเกียรติเป็นวิทยากร แนะนำการพัฒนาวารสารเข้าสู่ Scopus

    คุณโกสินธุ์ ศิริรักษ์ บรรณาธิการจัดการ Walailak Journal of Science and Technology สังกัดสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับเชิญเป็นวิทยากร ของ คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี บรรยายและให้คำปรึกษาในโครงการจัดทำวารสารวิชาการระดับนานาชาติ โดยมี พลเรือโท ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นิรุทธ์ หงส์ประสิทธิ์ (คณบดี) รศ.ดร.เชิดวงศ์ แสงศุภวานิช (รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม) อาจารย์ ดร.ศุภวัฒน์ ชัยเกษม (ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม) นางสาวริสา ฟองสายชล เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป คณะกรรมการวิชาการและบุคลากรคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ให้เกียรติต้อนรับ ร่วมฟังการบรรยาย และ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในวันที่ 30 เมษายน 2561 – 1 พฤษภาคม 2561 ณ ห้องประชุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

    บรรณาธิการจัดการ Walailak Journal of Science and Technology ได้บรรยาย หัวข้อ “การจัดทำวารสารวิชาการตามหลักเกณฑ์ของฐานข้อมูล Scopus” โดยนำเสนอความสำคัญของวารสารระดับนานาชาติ การต่อสู้ของวารสารยุคบุกเบิก นำเสนอหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพวารสารระดับนานาชาติของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), เสนอกรอบแนวคิดการจัดทำวารสารระดับนานาชาติ คือ การเตรียมวารสาร-การวิเคราะห์ฐานข้อมูล-การจัดทำและเผยแพร่วารสาร-การพัฒนาวารสาร รวมถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพวารสารของฐานข้อมูล Scopus จำนวน 5 หัวข้อหลัก ข้อมูลเชิงเทคนิคของฐานข้อมูล Scopus และหลักเกณฑ์ของฐานข้อมูล ISI จำนวน 4 หัวข้อหลัก เพื่อวางแนวทางให้วารสารเข้าสู่ฐานข้อมูลระดับนานาชาติ

    หลังการบรรยาย คณะกรรมการโครงการจัดทำวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันวางแผนเรื่องชื่อวารสาร และได้ตั้งชื่อ “Maritime Technology and Research (MTR)” การเตรียมทีมกองบรรณาธิการวารสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ การรับบทความต่างประเทศ และวางแผนการฝึกอบรมระบบวารสารออนไลน์กับทางศูนย์ NECTEC รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดทำวารสาร Walailak Journal of Science and Technology ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

     

  • ชมนาดสะตออบแห้งคว้ารางวัลผลิตภัณฑ์กระบวนการนวัตกรรม

    ชมนาดสะตออบแห้งคว้ารางวัลผลิตภัณฑ์กระบวนการนวัตกรรม

    เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ทางอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์โดยการสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดแข่งขันการประกวด STSP Innovation Awards 2018 ระดับภูมิภาคสำหรับผู้เข้ารับบริการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ ใน 2 สาขา คือ สาขานักธุรกิจนวัตกรรม และ สาขาผลิตภัณฑ์/กระบวนการนวัตกรรม ณ หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยชมนาดสะตออบแห้งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 สาขา ผลิตภัณฑ์/กระบวนการนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ชมนาดสะตออบแห้ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกระบวนการบ่มเพาะวิสาหกิจ (พัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการ) ของอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยได้ร่วมวิจัยกับทีมนักวิจัยของ ผศ.ดร.หมุดตอเล็บ หนิสอ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ด้านการอบแห้งด้วยอากาศแห้งที่อุณหภูมิต่ำ จนสามารถผลิตสอตออบแห้งได้สำเร็จ ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในช่วงของการนำผลิตภัณฑ์ไปทดสอบตลาดและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่


    • รายละเอียดเพิ่มเติม – http://stp.wu.ac.th/2018/ชมนาดสะตออบแห้งคว้าราง/
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ผู้อำนวยการ สกว. และคณะเยี่ยมชมระบบอบไม้ DryWooD ที่บริษัท ทิพย์เมธา จำกัด

    ผู้อำนวยการ สกว. และคณะเยี่ยมชมระบบอบไม้ DryWooD ที่บริษัท ทิพย์เมธา จำกัด

    ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุภาวดี โพธิยะราช ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายทุนวิจัยมุ่งเป้า และบุคลากรของ สกว. เยี่ยมชมการใช้งานระบบควบคุมการอบไม้อัตโนมัติ DryWooD ที่บริษัททิพย์เมธาจำกัด อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา โดยมี คุณประชา งามรัตนกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ และคณะทำงานจากศูนย์ความเป็นเลิศไม้ฯ ให้การต้อนรับ

    ระบบอบไม้อัตโนมัติ DryWooD เป็นผลงานวิจัยของทีมนักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จนสามารถใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมไม้ยางพารา

    ทั้งนี้ บริษัททิพย์เมธา จำกัด ได้แจ้งความประสงค์ที่จะดำเนินการติดตั้งระบบควบคุมการอบไม้อัตโนมัติ DryWooD เพื่อปรับปรุงกระบวนการอบไม้ของบริษัทฯ และได้มีการลงนามความร่วมมือ โดยมีอธิการบดี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน ที่ศูนย์ความเป็นเลิศไม้ฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 โดยคณะทำงานได้ดำเนินการติดตั้งระบบแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 โดยขณะนี้บริษัทสามารถใช้ระบบ DryWooD ควบคุมการอบไม้ของบริษัทจำนวน 10 เตาอบพร้อมๆกัน โดยผลการใช้งานในเบื้องต้นพบว่า สำหรับเตาไม้อบที่ได้รับการปรับปรุงจนสมบูรณ์แล้ว ระบบสามารถลดระยะเวลาการอบไม้ลงจาก 120 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 72 ชั่วโมง โดยผู้ใช้งานสามารถควบคุมการทำงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารออนไลน์ตลอดเวลา และหากมีปัญหาระหว่างการอบก็สามารถสังเกตได้จากกราฟข้อมูลที่แสดงผลแบบเรียลไทม์ได้ทันที ซึ่งทำให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุภาวดี โพธิยะราช ได้เยี่ยมชมการใช้งานระบบดังกล่าวในโรงงานพร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่คณะนักวิจัยเพื่อการขยายผลและพัฒนาระบบอบไม้ในอนาคตต่อไป

    ขณะนี้ มีบริษัทไม้ยางพาราแปรรูป ได้นำระบบอบไม้อัตโนมัติ DryWooD ไปใช้งานแล้วทั้งสิ้น จำนวน 3 บริษัท โดยมีการติดตั้งระบบควบคุมจำนวน 7 ระบบ และมีเตาอบไม้ที่ใช้ระบบควบคุมทั้งสิ้นจำนวน 64 เตาอบ และอยู่ระหว่างการติดตั้งอีก 1 บริษัท จำนวน 4 ระบบ คิดเป็นจำนวน 40 เตาอบ

    ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ ขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้ให้การสนับสนุนการทำงานของศูนย์ฯ เป็นอย่างดียิ่งมาโดยตลอด ทั้งนี้ศูนย์ฯมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตผลงานวิชาการและนวัตกรรมออกสู่สังคมอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ผู้สนใจสามารถรับชมรายละเอียดได้ที่ รายการเมืองไทยใหญ่อุดม ช่องสปริงนิวส์ ออกอากาศ วันที่ 29 เมษายน 2561 เรื่อง สกว. ผลักดันงานวิจัย อุตสาหกรรมไม้ยางพารา จ.ตรังhttps://www.youtube.com/watch?v=cgYteeIpOek&feature=youtu.be นาทีที่ 12.57 – 16.03 น.

    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร

     

  • ขอเรียนเชิญตอบแบบประเมินความพึงพอใจ ต่อระบบสนับสนุนการวิจัย สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปีงบประมาณ 2561

    ด้วยสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอความอนุเคราะห์ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความพึงพอใจของ คณาจารย์ นักวิจัย บุคลากร นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้องต่อระบบสนับสนุนการวิจัย และนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงแก้ไข ในการพัฒนาระบบสนับสนุนการวิจัยโดยมีรายละเอียดตามแบบประเมินที่แนบมาพร้อมนี้

    แบบประเมินความพึงพอใจ

  • ประกาศรายชื่อนักวิจัยที่ยื่นขอรับทุนวิจัยภายในประเภทบุคคล ประจำปี 2562

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรมได้ตรวจสอบข้อเสนอโครงการที่นักวิจัยได้จัดส่งมาเรียบร้อยแล้ว จึงขออนุญาตเรียนแจ้งให้ทุกท่านดำเนินการเพิ่มเติมตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

    1. ตรวจสอบรายชื่อโครงการของตนเองว่าถูกต้องหรือไม่ ตกหล่นหรือไม่
    2. ส่งข้อเสนอโครงการ (กรณีท่านที่ยังไม่ได้ส่งข้อเสนอฉบับสมบูรณ์)
    3. ทุกโครงการขอให้ส่งสำเนาโครงการเป็น hard copy มายังสถาบันวิจัยและนวัตกรรม เพิ่มเติมอีกโครงการละ 3 ฉบับ (ไม่จำเป็นต้องมีลายเซ็นต์)
    4. ส่งไฟล์ข้อเสนอโครงการในรูปแบบ PDF มายังอีเมล์ panipook2@gmail.com

    {รายชื่อโครงการตามไฟล์แนบ}

    ทั้งนี้ขอให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2561 รวมทั้งโครงการที่ต้องการปรับของตนเองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก็สามารถแก้ไขได้ และส่งมาภายใน 20 พฤษภาคม 2561 เช่นกัน

    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 3567 นางสาวสุจินดา ย่องจีน panipook2@gmail.com

    หมายเหตุ : ข่าวนี้ได้ส่งไปยังอีเมล์ของนักวิจัยอีกช่องทางหนึ่งพร้อมกันนี้แล้ว