Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม

  • 15-16 พฤษภาคม 2561 : ขอเชิญอบรม “ผลงานวิจัยและนวัตกรรมกับการขอมาตรฐาน อย.”

    15-16 พฤษภาคม 2561 : ขอเชิญอบรม “ผลงานวิจัยและนวัตกรรมกับการขอมาตรฐาน อย.”

    กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการจดทะเบียนนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์จากผลงานวิจัย ขอเชิญ อาจารย์ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยลัยลักษณ์ เข้าร่วมกิจกรรมอบรม “ผลงานวิจัยและนวัตกรรมกับการขอมาตรฐาน อย.” เพื่อสนับสนุนการวิจัย พัฒนาและจดทะเบียนเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้เครื่องมือแพทย์นวัตกรรม มีคุณภาพและความปลอดภัยตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 และความสอดคล้องกับกลุ่มประเทศอาเซียน และสากล

    เนื้อหา
    1. การวินิจฉัยผลิตภัณฑ์สุขภาพในการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
    2. ตัวอย่างการวินิจฉัยผลิตภัณฑ์ของกองควบคุมเครื่องมือแพทย์
    3. การให้คำปรึกษานักวิจัยที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเฉพาะราย

    วิทยากร
    1.นางสิรินมาส คัชมาตย์ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ
    กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
    2.นางสาวกมลเนตร อุดมรัตน์
    กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

    วันที่ เวลา สถานที่
    15 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.30 น. – 16.00 น. ณ ห้องประชุม 4 อาคารปฎิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    16 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.00 น. – 14.00 น. ณ ห้องประชุม 4 อาคารปฎิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์


    • รายละเอียดเพิ่มเติม – http://stp.wu.ac.th/2018/มาตรฐาน-อย-กับผลงาน/
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ทุนวิจัย : ส่งข้อเสนอโครงการเพื่อการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปีงบประมาณ 2562 จากสำนักงาน กปร. (Deadline: 30/06/2561)

    ด้วยกองประสานงานโครงการพื้นที่ 4 (กปค.4)  สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)  ได้กำหนดแนวทางการจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณปี 2562 เพื่อการดำเนินงานภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยแต่ละหน่วยงานจะต้องส่งข้อเสนอโครงการผ่านศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มนํ้าปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายในเดือนมิถุนายน 2561  ซึ่งมีกรอบแนวทางการจัดทำข้อเสนอโครงการ ดังนี้

    1. กรอบการจัดทำข้อเสนอโครงการ
    • โครงการสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และ/หรือ (ซึ่งสำนักงาน กปร.ได้จัดทำข้อสรุปพระราชดำริ ดังเอกสารแนบ)
    • โครงการอยู่ในกรอบแผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ.2560-2564
    • ไม่ใช่งานฟังก์ชั่นที่มีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว
    • เป็นโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อการใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน/สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ที่มีผู้ใช้ประโยชน์อย่างชัดเจน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย ซึ่งต้องอยู่ในกรอบ ข้อ 1), 2) และ 3)
    • กรณีเป็นโครงการวิจัย ไม่ใช่เป็นโครงการวิจัยพื้นฐาน จะต้องเป็นโครงการวิจัยเพื่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน/สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง  โดยมีผู้ใช้ประโยชน์งานวิจัยร่วมเป็นทีมวิจัย มีลักษณะเป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และผลงานวิจัยที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที  ซึ่งต้องอยู่ในกรอบ ข้อ 1),  2) และ 3)
    • มีระยะเวลาในการดำเนินงานในปีงบประมาณ

     

    1. ลำดับขั้นตอนการเสนอและพิจารณาข้อเสนอโครงการ
    30 มิถุนายน 2561 ส่งข้อเสนอโครงการมายังสถาบันวิจัยและนวัตกรรม เพื่อรวบรวมส่งข้อเสนอโครงการไปยัง ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มนํ้าปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
    กรกฎาคม 2561 ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มนํ้าปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  รวมรวมข้อเสนอโครงการทั้งหมดจากหน่วยงาน  ส่งให้ สำนักงาน กปร.
    สิงหาคม 2561 -ประชุมหารือร่วมกันทั้งหน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุน  สำนักงาน กปร.

    และศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มนํ้าปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    -หน่วยงานปรับปรุงเอกสารข้อเสนอโครงการตามที่รับคำแนะนำจากที่ประชุม และส่งให้กับสำนักงาน กปร. ผ่านทางศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มนํ้าปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงนาม
    กันยายน 2561 สำนักงาน กปร. พิจารณาข้อเสนอโครงการ และเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ลงนาม
    1. เอกสารแนบ

    1)  แบบคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณ กปร (1)

    2)  ข้อสรุปพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    3)  แผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ.2560-2564

    ท่านใดที่สนใจส่งข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณปี 2562  ในการดำเนินงานภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จาก สำนักงาน กปร. สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รัชฎา  คชแสงสันต์ และ ปิ่นเพชร  ภักดีณรงค์  สถาบันวิจัยและนวัตกรรม  โทร 3559

  • ม.วลัยลักษณ์ ร่วมหารือการพัฒนางานวิจัยในการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช

    ม.วลัยลักษณ์ ร่วมหารือการพัฒนางานวิจัยในการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช

    เมื่อวันที่ 20-21 เมษายน 2561 2561 ศ.น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม ผศ.ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ผศ.ดร.นิพนธ์ ทิพย์ศรีนิมิต คณบดีสำนักวิชาศิลปศาสตร์ ผศ.ดร.ปกรณ์ ดิษฐกิจ และ อาจารย์ ดร.เรจีย์ แก้วส่อง จากสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร นักวิจัยจากสถาบันวิจัยและนวัตกรรม และผู้ช่วยวิจัยจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนิเวศวิทยาพยากรณ์และการจัดการ ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือเพื่อประสานความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยในการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับ คุณโกเมศร์ ทองบุญชู ผู้ประสานงานเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติพื้นที่ภาคใต้ คุณธวัชชัย ฟักอังกูร ประกรรมการบริหารแผนงาน คณะที่ 3 สสส. คุณสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต รองประธานกรรมการบริหารแผนงาน คณะที่ 3 สสส. คุณดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และนายอำเภอชะอวด ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการและลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายจัดการภัยพิบัติระหว่างเครือข่ายตำบลจัดการภัยพิบัติจังหวัดนครศรีธรรมราช กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานกองทุนสนับสุนนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) ณ หอประชุมประชาคมที่ว่าการอำเภอชะอวด ตำบลชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีเครือข่ายอาสมัครจัดการภัยพิบัติระดับตำบล 30 ตำบล นำร่องในจังหวัดนครศรีธรรม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช และมูลนิธิ เข้าร่วมประชุมดังกล่าว จำนวนประมาณ 200 คน

    จากประชุมหารือดังกล่าว มหาวิทยาลัยได้รับประเด็นโจทย์วิจัยที่สำคัญจากการประชุม คือ การพัฒนางานวิจัยและบูรณาการความร่วมมือในการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนถิ่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งสถาบันวิจัยและนวัตกรรม  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จะได้ประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนประเด็นวิจัยดังกล่าวร่วมกับ สสส.และเครือข่ายจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน ต่อไป

    ประมวลภาพ

    ข่าวโดย นางสาวรัชฎา คชแสงสันต์

     

  • ขอแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

    ขอแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

    ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ในวาระก่อนการประชุมสภาวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ณ ห้องโมคลาน อาคารบริหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ทั้งนี้ สภามหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 2/2561 วันที่ 30 มีนาคม 2561 ได้มีมติอนุมัติกำหนดตำแหน่งทางวิชาการให้แก่คณาจารย์จำนวน 5 รายดังนี้

    1) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์พิชิต จันทร์นุ้ย อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ดำรงตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ สาขาวิชาฟิสิกส์
    2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรรณนิภา เชาวนะ อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม้
    3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชูชาติ พันธ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ดำรงตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ สาขาวิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน
    4) อาจารย์ ดร.น้ำฟ้า เสริมแก้ว อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์
    5) อาจารย์ ดร.ธัญวัฒน์ ลิมปิติ อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม

    ประมวลภาพ
    ข่าว/ภาพ ชลธิชา ปานแก้ว ส่วนสื่อสารองค์กร


    • วันที่ส่งข่าว – 26/04/2561
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • วช.จับมือ มวล. จัดอบรม 2 หลักสูตร มุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่นักวิจัย

    วช.จับมือ มวล. จัดอบรม 2 หลักสูตร มุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่นักวิจัย

    สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) จัดอบรมหลักสูตรการประเมินโครงการวิจัยที่ได้รับทุน รุ่นที่ 11 (ภาคใต้) และหลักสูตรพัฒนาผู้จัดการงานวิจัย(Research Manager : RM) เพื่อให้ผู้เข้ารับการเข้าใจการประเมินโครงการวิจัยอย่างถูกต้อง และสามารถเป็นผู้จัดการงานวิจัยอย่างมืออาชีพ

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการ วช. กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ มีภารกิจเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการและแนวทางการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนติดตาม ประเมินผลการวิจัยของประเทศ รวมทั้งกำหนด ส่งเสริมและกำกับมาตรฐานการวิจัย ดังนั้น วช. จึงร่วมกับหน่วยงานด้านการวิจัยหรือเครือข่ายด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัยและบุคลากรด้านการวิจัยในการที่จะนำงานวิจัยมาช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ซึ่งการจัดอบรมหลักสูตรการประเมินโครงการวิจัยฯ มีการจัดอบรมจำนวน 4 รุ่น รุ่นละ 80 คน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ส่วนการอบรมหลักสูตรผู้จัดการงานวิจัยมีการจัดอบรม จัดอบรมจำนวน 4 รุ่น รุ่นละ 80 คน ทั่วประเทศเช่นเดียวกัน

    “หลักสูตรการประเมินโครงการวิจัยฯ จะช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในการประเมินโครงการวิจัยได้อย่างถูกต้อง สามารถนำเทคนิคการประเมินโครงการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการประเมินผลงานวิจัยของตนเองและหน่วยงานได้ ส่วนหลักสูตรพัฒนาผู้จัดการงานวิจัย จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการจัดการงานวิจัยในหน่วยงานตั้งแต่ก่อน ระหว่างและหลังดำเนินการโครงการวิจัย มีความรู้ความสามารถในการดำเนินการจัดการงานวิจัยอย่างถูกต้องตามขอบเขต TOR ของแหล่งทุนวิจัย ตรงตามข้อกำหนดอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงานวิจัย” ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าว

    ศ.น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม ม.วลัยลักษณ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีเป้าหมายที่จะเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบชั้นนำของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยอาศัยกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในการถ่ายทอดความรู้และการผลิตบัณฑิต มุ่งเน้นการวิจัยเป็นหลัก มีความเป็นเลิศในการวิจัยที่หลากหลายสาขา มีผลงานวิจัยเป็นที่ประจักษ์ มีคณาจารย์และนักศึกษาที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมาก และมีจำนวนทุนและทรัพยากรด้านการวิจัยระดับแนวหน้า รวมทั้งพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัย โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัย 17 ศูนย์ มีบุคลากรที่มีศักยภาพสูง มีผลงานวิจัยและบริการวิชาการเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ โดยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนทั้งภายในและภายนอกอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการจัดอบรมทั้ง2หลักสูตรช่วยให้นักวิจัยมีความรู้ความเข้าใจในการประเมินโครงการวิจัยได้อย่างถูกต้อง และเป็นผู้จัดการงานวิจัยอย่างมืออาชีพต่อไป

    ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม ม.วลัยลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดอบรมหลักสูตร การประเมินโครงการวิจัยฯ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีคณาจารย์ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ จากสถาบันการศึกษาทั่วภาคใต้ ประมาณ 100 คน ส่วนหลักสูตรพัฒนาผู้จัดการงานวิจัย(Research Manager : RM) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2561 ณ โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีผู้เข้าอบรมจากทั่วประเทศ เข้าร่วมประมาณ 100 คน

    โอกาสเดียวกันนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการ วช. พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จาก วช. ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ความเป็นเลิศ ต่าง ๆของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และผู้บริหารของศูนย์ความเป็นเลิศ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ประมวลภาพ

    ข่าวและภาพโดย นายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนสื่อสารองค์กร


    • วันที่ส่งข่าว – 26/04/2561
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา สมุหเสนีโต : องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานการพัฒนางานวิจัย

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา สมุหเสนีโต : องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานการพัฒนางานวิจัย

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา สมุหเสนีโต อาจารย์ประจำสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สนใจศึกษาเกี่ยวกับการแสดงออกของโปรตีน Sphingosine kinase 1 (SphK1) และ Sphingosine 1 phosphate receptor 4 (S1PR4) ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเชื่อว่า องค์ความรู้ด้านกลไกการเจริญของเซลล์มะเร็งเป็นพื้นฐานในการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสตรีพัทลุง จ.พัทลุง และได้รับทุนการศึกษาในโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) จากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก

    ระหว่างที่ศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา ได้ทำโครงงานวิจัย (Research Project) เกี่ยวกับฤทธิ์ของสารสกัดจากต้นบอระเพ็ดต่อการทำงานของหัวใจในหนูแร็ท ซึ่งจากการทำโครงงานวิจัยนี้ ทำให้ค้นพบตนเองว่า มีความชอบในสาขาวิชาสรีรวิทยา ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่และการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ดังนั้น เมื่อสำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) จึงได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก สาขาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้น ได้มาเป็นอาจารย์ ที่สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา ให้ความสำคัญในกระบวนการเรียนการสอนแบบ active learning ในสาขาสรีรวิทยาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินจากสิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้นักศึกษาแพทย์เข้าใจและสามารถนำความรู้ทางด้านสรีรวิทยาไปเชื่อมโยงในระดับชั้นคลินิกได้

    นอกจากด้านการสอนแล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา ยังให้ความสนใจในงานด้านการวิจัย โดยมีความเชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาระบบทางเดินอาหารและตับ สารบ่งชี้ (tumor markers) ในมะเร็งลำไส้ใหญ่ ฤทธิ์ของสมุนไพรต่อการทำงานของตับ และการย่อยแล็กโทสบกพร่อง (lactose maldigestion) ทั้งนี้ ได้ศึกษาการแสดงออกของโปรตีนบางชนิดในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในลำดับ 3 ของผู้ป่วยมะเร็งในเพศชาย และเป็นอันดับ 5 ของผู้ป่วยมะเร็งในเพศหญิงในประเทศไทย

    มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกจะไม่มีอาการ ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์และได้รับการวินิจฉัยส่วนใหญ่พบการเจริญของมะเร็งอยู่ในระยะที่ 2 และ 3 หรือในระยะสุดท้าย ซึ่งทำให้อัตราการรอดชีพ (survival rate) ลดลง การศึกษาโปรตีนและยีนเพื่อใช้เป็นเครื่องหมายพยากรณ์โรค (prognostic markers) รวมทั้งศึกษากลไกการเจริญของมะเร็งในแต่ระยะจึงมีความสำคัญ โปรตีนที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา สนใจศึกษา คือ Sphingosine kinase 1 (SphK1) และ Sphingosine 1 phosphate receptor 4 (S1PR4) เนื่องจากเป็นโปรตีนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งแต่ยังมีข้อมูลการศึกษาน้อยในมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผลจากการวิจัยพบว่า ชิ้นเนื้อของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่จำนวน 32 คน มีการแสดงออกของโปรตีน SphK1 และ S1PR4 เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับชิ้นเนื้อปกติ โดยพบในบริเวณไซโตพลาสซึมของเซลล์มะเร็ง การค้นพบการแสดงออกของโปรตีน S1PR4 ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดงานวิจัยยารักษาโรคมะเร็งที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการแสดงออกของโปรตีน S1PR4 ได้ โดยผลงานวิจัย Sphingosine 1-Phosphate Receptor 4 Expression in Colorectal Cancer Patients ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Walailak Journal Science & Technology ในปี 2017 รวมทั้งมีผลงานวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารต่างๆ อีก 10 เรื่อง

    ในอนาคต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา อยากเห็นองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนางานวิจัย โดยเชื่อว่า องค์ความรู้ด้านกลไกการเจริญของเซลล์มะเร็งจะยังคงไม่หยุดนิ่ง เพื่อพัฒนายารักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    การบูรณาการความรู้ด้านวิจัย สู่การเรียนการสอน และบริการวิชาการสู่ชุมชน นับเป็นบทบาทที่ท้าทายและมีความสำคัญในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา สมุหเสนีโต

    ประวัติและผลงาน 

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร เรียบเรียง

    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • คณาจารย์หลักสูตรชีวเวชศาสตร์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับการจัดสรรทุน คปก. รุ่นที่ 21

    คณาจารย์หลักสูตรชีวเวชศาสตร์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับการจัดสรรทุน คปก. รุ่นที่ 21

    คณาจารย์หลักสูตรชีวเวชศาสตร์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ได้รับเลือกเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ที่ได้รับการจัดสรรทุน “โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษกรุ่นที่ 21” จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ รศ.ดร.มณฑล เลิศคณาวนิชกุล ผศ.ดร.นุชจรี จีนด้วง ผศ.ดร.วรวุฒิ สมศักดิ์ และ ผศ.ดร.วรางคณา จุ้งลก นักศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่มีผลการเรียนดีสามารถติดต่อกับอาจารย์ได้โดยตรงดังรายละเอียดตามแจ้ง


  • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมอบรม โครงการ “การประเมินโครงการวิจัยที่ได้รับทุน” และ โครงการ “พัฒนาผู้จัดการงานวิจัย”

    ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดรับสมัครบุคคลเข้าร่วมอบรมโครงการ “การประเมินโครงการวิจัยที่ได้รับทุน” รุ่นที่ 11(ภาคใต้) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ในวันจันทร์ ที่ 23 เมษายน 2561 ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และ/หรือ โครงการ “พัฒนาผู้จัดการงานวิจัย” (Research Manager: RM) รุ่นที่ 16 (ภาคใต้) วันที่ 25 – 27 เมษายน 2561 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องอรพินธ์ โรงแรมทวินโลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นั้น

    เพื่อเป็นการยืนยันการเข้าร่วมการอบรมดังกล่าว ขอให้ผู้ที่สมัครเข้าอบรม กรุณาตอบกลับตาม google form ที่แนบ ภายในวันอังคารที่ 10 เมษายน 2561 (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่สมัครเข้าอบรมแล้วเท่านั้น)
    โครงการ “การประเมินโครงการวิจัยที่ได้รับทุน” กรุณาตอบกลับ เพื่อยืนยันสิทธิ์ทาง. https://goo.gl/pr2xva
    โครงการ “พัฒนาผู้จัดการงานวิจัย” กรุณาตอบกลับ เพื่อยืนยันสิทธิ์ทาง https://goo.gl/afE1oY

    ทั้งนี้ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมอบรม และดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม ได้ที่ https://goo.gl/1QGcJs

    กรณีส่งใบสมัครแล้วไม่มีชื่อกรุณาติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ 0 7567 3543 หรือแจ้งทางอีเมล kaewjai.suksaard@gmail.com ภายในวันที่ 10 เมษายน 2561

  • ศ.ดร.สุภางค์ จันทวนิช : การศึกษาวิจัยทางสังคมศาสตร์กับความท้าทายในยุคไทยแลนด์ 4.0

    ศ.ดร.สุภางค์ จันทวนิช : การศึกษาวิจัยทางสังคมศาสตร์กับความท้าทายในยุคไทยแลนด์ 4.0

    ศาสตราจารย์ ดร.สุภางค์ จันทวานิช สถาบันเอเซียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายพิเศษเรื่อง : การศึกษาวิจัยทางสังคมศาสตร์กับความท้าทายในยุคไทยแลนด์ 4.0 ในการประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย 2018” เนื่องในโอกาสครบปีที่ 26 แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ อาคารเรียนรวม 3 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ศาสตราจารย์ ดร.สุภางค์ เริ่มพูดถึงข้อท้าทายที่ว่า การอยู่บนหอคอยงาช้าง ซึ่งไม่ได้ดีอย่างที่ทุกคนเข้าใจ นักวิจัยอยากทำงานวิจัยชิ้นเล็กๆ เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ ทุนวิจัยมีแต่ว่าเรามีความสามารถที่จะทำมั๊ย ซึ่งนักศึกษาระดับปริญญาโท-เอก ส่วนมากยังไม่มีแนวคิดหรือประเด็นด้านการวิจัย หรือมีความสงสัย/สนใจในเรื่องอะไร นำมาสู่ข้อเรียกร้องการวิจัยเชิงนโยบายตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งแบ่งเป็น ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี เพื่อตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ การท้าทายสังคม การสร้างองค์ความรู้พื้นฐานของประเทศ และการสร้างบุคลากรพัฒนาระบบนิเวศและเครือข่ายการวิจัยและนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ส่วนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสู่ประเทศไทย 4.0 ใช้ความหลากหลายเชิงชีวภาพและความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม มาปรับให้เป็นความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เติมเต็มด้วยวิทยาการ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ โดยกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(2560-2579) ใน 6 ด้าน คือ ด้านความมั่นคง การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน การสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

    ศาสตราจารย์ ดร.สุภางค์ กล่าวต่อถึงการพัฒนาฐานรองรับงานที่เกี่ยวข้องกับด้านสังคมศาสตร์ ได้แก่ เทคโนโลยีด้านสุขภาพ บริการสุขภาพต่างๆ เทคโนโลยีด้านการเงิน เช่น e-market และเทคโนโลยีการออกแบบ เช่น ธุรกิจไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว โดยกำหนดเป้าหมายให้เป็นระบบเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่า อยู่ดีมีสุข ไม่ทอดทิ้งกัน ยกระดับคุณค่ามนุษย์ รักษาสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินงาน 3 ขั้น คือ เตรียมคน เตรียมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เตรียมผู้ประกอบการและเครือข่ายวิสาหกิจ และเตรียมพื้นที่ระดับจังหวัด เช่น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เราจะแข่งขันได้มั๊ย เรามีอะไรดี พฤติกรรมผู้บริโภคในภาพรวมอยากได้สิ่งที่เรานำเสนอหรือไม่ ดังนั้น การวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมต้อง “ใหม่ ใหญ่ ดัง” มีการถกประเด็นปัญหา พบข้อค้นพบใหม่ ต้องสามารถขายความคิด ให้เป็นที่ยอมรับ และคนรับรู้ เมื่อเป็นดังนี้ นักวิจัยต้องสร้างเครือข่ายการวิจัยทางสังคมทั้งในแนวนอน เพื่อสร้างแนวร่วมผนึกกำลังในลักษณะกลไกพหุภาคี ต้องมีหลายฝ่ายเพื่อให้เกิดกลไกเชื่อมโยงกัน เช่น ภาครัฐ – กรมเจ้าท่า เอกชน – นายทุนทำประมง สมาคมประมง ประชาสังคม – NGO สมาคมรักทะเล ฝ่ายวิชาการ – จากหลากหลายสถาบัน เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งนักวิจัยต้องทำงานกับทุกฝ่าย ทำอย่างไรให้ฟังเรา เนื่องจากทุกฝ่ายตั้งธงของตัวเองไว้แล้ว การทำให้ทุกฝ่ายอยากฟังในสิ่งที่เรานำเสนอเป็นเรื่องที่ยาก ส่วนแนวตั้งเพื่อการสื่อสารทั้งระดับล่างและระดับบน และเพื่อการผลักดันด้านนโยบาย ระดับล่าง คือ พลัง ระดับบน คือ ผู้กำหนดนโยบาย เราจำเป็นต้องผลึกกำลังทั้งระดับล่างและบน ต้องพยายามให้ข้อมูลไปถึงผู้กำหนดนโยบาย สร้างเครือข่ายทั้งแนวนอนและแนวตั้งเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น

    นอกจากนี้ ประเด็นการวิจัยเชิงนโยบาย ต้องการงานวิจัยที่ทำงานเป็นทีม แหล่งทุนสำหรับการทำงานด้านสังคมศาสตร์ สามารถขอได้จากบริษัทในรูปแบบการทำ CSR ของบริษัท ในส่วนของนวัตกรรมต้องการจินตนาการเชิงสังคมวิทยา (Sociological Imagination)(C.Wright Mills,1959) โจทย์ปัญหาวิจัยที่เป็นประเด็นทางสังคม นักวิจัยต้องวิเคราะห์โดยมีมิติของอดีตและปัจจุบัน ใช้พื้นฐานสำหรับการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ ปรัชญา และสังคมวิทยา เช่น วรรณกรรม เพลงพื้นบ้าน จะบอกอะไรได้บ้าง เพื่อนำมายกระดับการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ ทั้งนี้ จินตนาการและนวัตกรรมสามารถทำเป็นเรื่องเดียวกันได้ แต่จะต้องฝึกคิด เพื่อทำให้งานวิจัยมีความใหม่ ใหญ่ และดัง

    การวิจัยมีบริบทที่กว้างกว่าเดิม เช่น นครศรีธรรมราชอยู่ระนาบเดียวกับเมืองเกิ่นเทอ (Can Tho) ของประเทศเวียดนาม ในภูมิภาคอาเซียน และอยู่บนระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridor) ไทย-พม่า นวัตกรรมสู่อนาคตย่อมต้องถูกตั้งคำถามหรือปฏิเสธในเบื้องต้น อย่าปฏิเสธของใหม่ และทำของใหม่ให้ได้ยินมากขึ้น และการวิจัยตามยุทธศาสตร์ 4.0 ต้องไม่เป็นเสือที่คนขี่ควบคุมไม่ได้ ศาสตราจารย์ ดร.สุภางค์ จันทวานิช กล่าวในตอนท้าย

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร ข่าว

  • รายงานภารกิจการวิจัยไตรมาส 2/2561

    1. บทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติฐานข้อมูล ISI/Scopus  จำนวน 86 เรื่อง แยกเป็น
    – ISI  67 บทความ
    – Scopus  17 บทความ (ทีไม่อยู่ในฐาน ISI)
    – Zoological Record  1 บทความ (ทีไม่อยู่ในฐาน ISI และ Scopus)
    – Agricola  1 บทความ (ทีไม่อยู่ในฐาน ISI และ Scopus)
    อ้างอิงจาก   https://riie.wu.ac.th

    2. การ citation ในไตรมาส 2/2561 ปีงบประมาณ 2561 จำนวน 468 ครั้ง {(953/4)+230}

    3. มีกองบรรณาธิการต่างประเทศมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
                 77 เปอร์เซ็นต์   {มาจากตัวเลข 10(44)}

    4. มีบทความต่างประเทศตีพิมพ์ มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
                 32.55 เปอร์เซ็นต์   {มาจากตัวเลข 14(43)}

    5. จัดพิมพ์วารสาร
                7 ฉบับ (วารสาร WJST 6 ฉบับ และวารสารสังคมศาสตร์ ฯ 1 ฉบับ)

    6. ภารกิจยุทธศาสตร์  WU1-4-16 จำนวนครั้งของวารสารวิชาการที่มีการพัฒนาคุณภาพในระดับที่สูงขึ้น (ในฐานข้อมูลระดับชาติและนานาชาติ)
                 1 ครั้ง (วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ ยื่นวารสารเข้าสู่ฐานข้อมูล TCI เมื่อ มกราคม 2561)