Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม

  • Walailak J Sci & Tech ก้าวสู่ปีที่ 15 เตรียมเผยแพร่ 12 ฉบับ ในปี พ.ศ. 2561

    Walailak J Sci & Tech ก้าวสู่ปีที่ 15 เตรียมเผยแพร่ 12 ฉบับ ในปี พ.ศ. 2561

    ในปี พ.ศ. 2561 วารสาร Walailak Journal of Science and Technology ก้าวสู่ปีที่ 15 เตรียมเผยแพร่บทความที่ Accept แล้ว และบทความที่เชื่อมโยงกับการประชุมวิชาการ จัดตาม Thematic Issue ที่มีผู้เชี่ยวชาญในสาขาทำหน้าที่บรรณาธิการประจำฉบับหรือบรรณาธิการรับเชิญ ได้แก่

    Vol 15: Forthcoming Issue: Plant Sciences
    Guest Editor: Dr. CHATCHAI KANLAYANAPAPHON

    Vol 15: Forthcoming Issue: Data and Mathematical Sciences
    Issue Editor: Dr. PHONGPICHIT CHANNUIE

    Vol 15: Forthcoming Issue: Food Science and Microbiology
    Issue Editor: Dr. PIYAPONG CHOTIPUNTU

    Vol 15: Forthcoming Issue: Special Issue on Computer Science and Software Engineering
    Guest Editor: Dr. CHIDCHANOK LURSINSAP

    Vol 15: Forthcoming Issue: Biodiversity
    Issue Editor: Dr. PIMCHANOK PIMTON

    Vol 15: Forthcoming Issue: Chemical Engineering
    Issue Editor: Dr. UTHEN THUBSUANG

    Vol 15: Forthcoming Issue: Special Issues on Medical Technology
    Guest Editor: Dr. NUTJAREE JEENDUANG

    Vol 15: Forthcoming Issue: Biomedical Sciences
    Issue Editor: Dr. SARAWOOT PALIPOCH

    Vol 15: Forthcoming Issue: Special Issue on Sustainable Agriculture and Agroindustry
    Guest Editor: Dr. NARUMOL MATAN

    Vol 15: Forthcoming Issue: Special Issue on Nursing
    Guest Editor: Dr. WONGCHAN PETPICHETCHIAN and Dr. JOM SUWANNO

    Vol 15: Forthcoming Issue: Internet Technology
    Issue Editor: Dr. CHAIROTE YAIPRASERT and Dr. CHITNARONG SIRISATHITKUL

    Vol 15: Forthcoming Issue: Public Health and Area Based Research

    ผู้สนใจสามารถดูรายชื่อบทความได้จาก http://wjst.wu.ac.th/index.php/wjst/issue/archive และสอบถามหรือให้ข้อเสนอแนะได้ที่บรรณาธิการจัดการ คุณโกสินธุ์ ศิริรักษ์ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม อีเมลล์ sikosin@wu.ac.th

  • Walailak J Sci & Tech ออกเผยแพร่ออนไลน์ครบ 12 ฉบับ ในปี พ.ศ. 2560

    Walailak J Sci & Tech ออกเผยแพร่ออนไลน์ครบ 12 ฉบับ ในปี พ.ศ. 2560

    วารสาร Walailak Journal of Science and Technology ปีที่ 14 ฉบับที่ 12 (Vol. 14 No. 12 December 2017: Bioresouces) ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว ประกอบด้วย บทความ 7 เรื่อง ด้านอุตสาหกรรมการเกษตร จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Ton Duc Thang University, Vietnam โดย รศ.ดร. วรรณา ชูฤทธิ์ อาจารย์สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้เกียรติทำหน้าที่บรรณาธิการรับเชิญ (Guest Editor)

    วารสารฉบับนี้ นับเป็นการเผยแพร่แบบรายเดือนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ต่อเนื่องรวม 48 ฉบับของ Walailak Journal of Science and Technology โดยในปี พ.ศ. 2560 มี Thematic Issue ที่หลากหลาย และมีผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นทำหน้าที่บรรณาธิการประจำฉบับหรือบรรณาธิการรับเชิญ ได้แก่

    Vol 14, No 12 (2017): Special Issue on Bioresources
    Guest Editor: Dr. WANNA CHOORIT

    Vol 14, No 11 (2017): Agricultural Technology
    Issue Editor: Dr. PIYAPONG CHOTIPUNTU

    Vol 14, No 10 (2017): Special Issue on Data Analytics
    Guest Editor: Dr. SALIN BOONBRAHM
    Issue Editor: Dr. CHITNARONG SIRISATHITKUL

    Vol 14, No 9 (2017): Special Issue on Pharmaceutical Sciences
    Guest Editor: Dr. APICHART ATIPAIRIN and Dr. NAMON HIRUN

    Vol 14, No 8 (2017): Sport and Health Sciences
    Issue Editor: Dr. SARAWOOT PALIPOCH

    Vol 14, No 7 (2017): Natural Rubber, Oil Palm and Rice
    Issue Editor: Dr. PIYAPONG CHOTIPUNTU

    Vol 14, No 6 (2017): Engineering Mathematics and Image Processing
    Issue Editor: Dr. CHAIROTE YAIPRASERT and Dr. CHITNARONG SIRISATHITKUL

    Vol 14, No 5 (2017): Materials and Thermal Engineering
    Issue Editor: Dr. UTHEN THUBSUANG and Dr. CHITNARONG SIRISATHITKUL

    Vol 14, No 4 (2017): Communication and Information Technology
    Issue Editor: Dr. CHAIROTE YAIPRASERT and Dr. CHITNARONG SIRISATHITKUL

    Vol 14, No 3 (2017): Plant Sciences and Microbiology
    Issue Editor: Dr. PIMCHANOK PIMTON

    Vol 14, No 2 (2017): Heat Transfer
    Issue Editor: Dr. PHONGPICHIT CHANNUIE

    Vol 14, No 1 (2017): Healthcare
    Issue Editor: Dr. SARAWOOT PALIPOCH

    ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดบทความเพื่ออ่านและอ้างอิงได้ที่ http://wjst.wu.ac.th/index.php/wjst/issue/archive

  • ม.วลัยลักษณ์เสริมฐาน 5 ด้าน สู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยคุณภาพ

    ม.วลัยลักษณ์เสริมฐาน 5 ด้าน สู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยคุณภาพ

    ด้วยนโยบาย “รวมบริการ ประสานภารกิจ” นำไปสู่ความสำเร็จด้านการวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในปีงบประมาณ 2560 เสริมฐานสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย 5 ด้าน คือ ด้านนักวิจัย ด้านบทความวิจัย ด้านการประชุมวิชาการและวารสาร ด้านทุนวิจัย และด้านเครือข่ายวิจัย

    รองศาสตราจารย์ ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในปีงบประมาณ 2560 ว่า เป็นปีที่มหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในด้านการวิจัยเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสรุปผลการดำเนินงานใน 5 ด้าน คือ ด้านนักวิจัย ได้สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย เช่น อาจารย์ ดร. พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 5 นักวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม Global Young Scientist Summit (GYSS) ประจำปี 2560 รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร มาแทน ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ และอาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นด้านพาณิชย์เรื่อง “การพัฒนาระบบออกแบบรูปแบบการเลื่อย ระบบควบคุมการอัดน้ำยา ระบบควบคุมการอบ และเตาอบไม้ต้นแบบ สำหรับการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม” จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ประจำปี 2559 รองศาสตราจารย์ ดร.สรศักดิ์ ด่านวรพงศ์ หัวหน้าสาขาวิชาฟิสิกส์และอาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ได้รับทุนช่วยเหลือทางด้านวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของมูลนิธิโทเรฯ (Thailand Toray Science Foundation: Science and Technology Research Grant) ครั้งที่ 23 ปี พ.ศ. 2559 ด้วยงานวิจัย เรื่อง การศึกษาผลกระทบของคลื่นเหนือเสียงที่มีต่อการผลิตน้ำมันของสาหร่าย Botryococcus braunii รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษณะเดช เจริญสุธาสินี และรองศาสตราจารย์ ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ได้รับการจารึกชื่อในหอเกียรติยศ “พสวท.”

    ด้านบทความวิจัย จำนวนตีพิมพ์บทความวิจัยของมหาวิทยาลัยสะสมรวมในฐานข้อมูล Scopus เกินกว่า 900 บทความ โดยขณะนี้มีจำนวนประมาณ 0.25 บทความนานาชาติต่ออาจารย์ต่อปี และมีบทความ 12 เรื่องในปีนี้ที่ได้ตีพิมพ์ ในวารสารที่มีค่า ISI impact factor มากกว่า 4 โดยบทความที่มีค่า ISI impact factor สูงสุด อยู่ที่ 9.144 ด้านการประชุมวิชาการและวารสาร มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ มากกว่า 10 รายการต่อปี เช่น The Second International Symposium on Sustainable Agriculture and Agro-Industry การประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” การประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัยทางการจัดการ” การประชุมวิชาการระดับชาติการเรียนรู้เชิงรุก และการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติด้านเทคนิคการแพทย์ เป็นต้น และยังผลิตวารสารคุณภาพในฐาน TCI 4 วารสาร คือ Walailak Journal Science and Technology วารสารสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ วารสารการจัดการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และสารอาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์ และ Walailak Journal Science and Technology ยังอยู่ในฐานข้อมูล Scopus อีกด้วย

    ด้านทุนวิจัย ในปีงบประมาณ 2560 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่นๆ รวมสูงถึง 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปี 2559 ด้านเครือข่ายวิจัยมหาวิทยาลัยได้เป็นแม่ข่าย สกอ. ภาคใต้ตอนบน รับผิดชอบ Innovation Hub : Creative Economy เพิ่มเติมจากเครือข่ายวิจัยฯ ชุมชนฐานราก และ เครือข่ายวิจัยฯ เชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังร่วมดำเนินโครงการใหม่ของประเทศ ได้แก่ Talent Mobility, Innovative Startup, Research for Community และ ทุนท้าทายไทย : นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ อีกด้วย

    “จากผลงานทั้ง 5 ด้าน ที่เสริมฐานของงานวิจัย ถือได้ว่า เป็นการบูรณาการและความร่วมมือของนักวิจัยและหน่วยงานต่างๆ ด้วยนโยบาย“รวมบริการ ประสานภารกิจ” ของ สำนักวิชา สถาบันวิจัยและนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์และหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะนำมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยคุณภาพ สมบูรณ์แบบชั้นนำของประเทศในอนาคต” รองศาสตราจารย์ ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล กล่าวในตอนท้าย

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร เรียบเรียง

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การจัดประชุมวิชาการระดับชาติ”

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การจัดประชุมวิชาการระดับชาติ”

    เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย อาจารย์ ดร. สุภาภรณ์  ยิ้มเที่ยง รองคณบดีสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์และบุคลากร ให้การต้อนรับวิทยากรจากสถาบันวิจัยและนวัตกรรม นำโดย นายโกสินธุ์ ศิริรักษ์ นางสาวสุจินดา ย่องจีน และ นางลัดดาวัลย์ มนต์แก้ว ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง การจัดประชุมวิชาการระดับชาติ โดยมีประเด็นเกี่ยวกับการจัดเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมวิชาการระดับชาติ การลงทะเบียนส่งบทความด้วยระบบ EasyChair การลงทะเบียนเข้าร่วมงานและการชำระเงินผ่านระบบ JotForm โดยได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากการจัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ทำให้ผูู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานการจัดประชุมวิชาการระดับชาติต่อไป กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยทักษิณ เข้าร่วมกิจกรรมด้วย  ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิชาการ 2 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ประมวลภาพ

               

  • งานวิจัยเชิงพื้นที่ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “โครงการการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช”

    งานวิจัยเชิงพื้นที่ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “โครงการการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช”

    เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนการทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ในระยะต้นของนักวิจัยที่ได้รับทุนนวัตกรรมเพื่อพัฒนาพื้นที่ (ท้าทายไทย) ภายใต้โครงการการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง นำกิจกรรมโดย ผศ.ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม และ ผศ.ดร.ศราวุธ ปาลิโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการแลกเปลี่ยนการทำงานในในช่วงระยะ 4 เดือนแรกของนักวิจัย ซึ่งในแต่ละโครงการได้นำเสนอประสบการณ์ในการทำงานช่วงแรก โดยเปรียบเทียบกับแผนงานและเป้าหมายของโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ตามแผนร้อยละ 40 ของแต่ละโครงการ โดยมีการทบทวนวรรณกรรม ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ประสานความร่วมมือกับชุมชน เข้าพบหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้อง ปัญหาอุปสรรคสำคัญของนักวิจัยที่ต้องการให้ทางหน่วยจัดการช่วย คือการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลของพื้นที่ในแต่ละพื้นที่ ปัญหาความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งปัญหาด้านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโครงการย่อยต่างๆ ซึ่งทางหน่วยจัดการจะดำเนินการในการประสานงานให้เกิดการพูดคุยระหว่างโครงการย่อยอยู่เสมอ และจะรับคำปรึกษาในลักษณะของคลินิกให้คำปรึกษา ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงสถิติ และด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

  • รายการ บ่ายนี้มีคำตอบ ม.วลัยลักษณ์ สร้างคนดี มีคุณภาพ

    เชิญรับชมรายการ บ่ายนี้มีคำตอบ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และการดำเนินตามภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย และงานวิจัยบริการวิชาการสนองพระราชดำริ โครงการพัฒนาพื้นท่ลุ่มน้ำปากพนัง “ม.วลัยลักษณ์ สร้างคนดี มีคุณภาพ” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมรายการ ซึ่งได้มีการออกอากาศสดไปแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2560 เวลา 13.00 -13.35 น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 9 อสมท.


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว ส่วนสื่อสารองค์กร
  • ม.วลัยลักษณ์ – กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงนาม MOU พัฒนาวิชาการและการวิจัยด้านชีวเวชศาสตร์

    ม.วลัยลักษณ์ – กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงนาม MOU พัฒนาวิชาการและการวิจัยด้านชีวเวชศาสตร์


    ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือกับ นายแพทย์ ดร.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2560 ณ หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมมือพัฒนาวิชาการ วิจัย บริการวิชาการ และการพัฒนาบุคลากร นักศึกษาของทั้ง 2 สถาบัน โดยหลักสูตรปริญญาเอกชีวเวชศาสตร์มีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตปริญญาเอกร่วมกัน ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.จิตรบรรจง ตั้งปอง รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ และนายแพทย์ สมชาย แสงกิจพร รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย ร่วมเป็นสักขีพยาน

    ความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนานักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาชีวเวชศาสตร์ พัฒนางานวิจัย นวัตกรรมและนักวิจัย โดยการพัฒนาโครงการวิจัยที่มีความสนใจร่วมกัน ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน ประชาชน ภาคเอกชน และประเทศชาติ โดยใช้ศักยภาพด้านบุคลากรและเครื่องมือของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งร่วมกันพัฒนาด้านวิชาการ การเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานของนักศึกษาและบุคลากรของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนพัฒนาการบริการวิชาการ เช่น ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

    ประมวลภาพ


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  • บูรณาการงานบริการวิชาการด้วยวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยี ไชยาโมเดล: โมเดลเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก แก่ 18 อำเภอ จังหวัดสุราษฏร์ธานี

    บูรณาการงานบริการวิชาการด้วยวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยี ไชยาโมเดล: โมเดลเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก แก่ 18 อำเภอ จังหวัดสุราษฏร์ธานี

    หน่วยวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย “การจัดการความรู้เพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม” ภายใต้โครงการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2560 คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

               จากต้นแบบในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก “ไชยาโมเดล: โมเดลเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วย 7 กิจกรรม ได้แก่ 1) ประเมินหมู่บ้านพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคไข้เลือดออก (dengue risk assessment) และสิ่งแวดล้อมชุมชนเพื่อกำหนดพื้นที่เสี่ยงในการเฝ้าระวัง 2) ติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลาย (larval indices surveillence system)  3) โปรแกรมดัชนีลูกน้ำยุงลาย http://lim.wu.ac.th 4) ประเมินและเตรียมความพร้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านเกี่ยวกับความรู้และความเข้าใจดัชนีลูกน้ำยุงลาย 5) การประเมินและกระตุ้นการสร้างสมรรถนะชุมชน (community capacity building) ของหมู่บ้านที่มีความเสี่ยงสูง  6) การพัฒนาทีมทำงานประจำให้เป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่ และ 7) การทำงานเชิงเครือข่ายที่มีกลุ่มคนเข้ามาเกี่ยวข้องทั้ง 4 กลุ่มโดยผ่านเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอ

    ประกอบกับสถานการณ์ปัญหาโรคไข้เลือดออกของจังหวัดสุราษฏร์ธานีซึ่งมีอีก 18 อำเภอที่มีปัญหาโรคไข้เลือดออกที่มีธรรมชาติการระบาดของโรคปีเว้นปี ทั้งนี้ นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ในฐานะผู้ดูแลสุขภาพภาพรวมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ได้เล็งเห็นความสำคัญและทำข้อตกลงให้ความร่วมมือ สนับสนุนการถ่ายทอดฯ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 
    1) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการดำเนินการของ “ไชยาโมเดล” โมเดลการสร้างเครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนแก่ แกนนำอำเภออื่นๆ อีก 18 อำเภอ ใน
    จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    2) สนับสนุนและส่งเสริมการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่นำร่อง 3 อำเภอซึ่งมีบริบทแตกต่างกันของอำเภอเมือง อำเภอเวียงสระ และอำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    3) สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการขยายผลการดำเนินการระดับจังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อการดำเนินการของเครือข่ายไปยังจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้

           โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินการมุ่งเน้นบุคลากรแกนนำหน่วยงานและผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล รพ./รพ.สต. แบ่งเป็น 4 กลุ่มเป้าหมาย ประมาณ 3,380 คน คือ
    กลุ่มที่ 1 กลุ่มแกนนำวิทยากรพื้นที่ ของการดำเนินการจากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่สนใจจำนวน 10 คนซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบที่เป็นตัวแทนจาก 4 กลุ่มคน  จะได้รับการพัฒนาทักษะในการดำเนินการในการถ่ายทอดฯ และการประสานพื้นที่อำเภออื่นๆ
    กลุ่มที่ 2 กลุ่มแกนนำระดับโซน เป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก จาก รพช.  สสอ. เทศบาล และ รพ.สต. ของทั้งจังหวัด กำหนดจากอำเภอต่างๆในแต่ละโซนๆ ละ 60 คนรวม 4 โซน จำนวน 240 คน ได้รับการชี้แจงแนวคิดทั้ง 5 กิจกรรมของระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลาย  ที่มีการใช้โปรแกรม http://lim.wu.ac.th  กิจกรรมการให้ความรู้และความเข้าใจดัชนีลูกน้ำยุงลาย การประเมินความหมู่บ้านเสี่ยงต่อการระบาดของโรคไข้เลือดออก ทั้งนี้กลุ่มแกนนำดังกล่าวจะนำความรู้ที่ได้ไปดำเนินการในพื้นที่ของแต่ละอำเภอ  
     กลุ่มที่ 3 กลุ่มแกนนำระดับอำเภอ  เป็นแกนนำตัวแทนของหน่วยงานระดับตำบล และหมู่บ้าน ของแต่ละอำเภอ แก่ ตัวแทน รพ.สต. อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมอำเภอละ 60 คน รวม 19 อำเภอ รวมประมาณ 1,140 คน
     กลุ่มที่ 4  กลุ่มแกนนำของอำเภอนำร่อง  เป็นอำเภอที่มีความพร้อมในการดำเนินการตามอำเภอต้นแบบของ “ไชยาโมเดล” จำนวน 3 อำเภอจะมีการดำเนินในการติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำฯ  การสนับสนุนการดำเนินการจากทีมวิจัยและอำเภอไชยาในการเป็นพี่เลี้ยง และจะมีการติดตามในเดือนที่ 3 และ 6 โดยการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะด้านความรู้ของ อสม. และประเมินสิ่งแวดล้อมของครัวเรือน รวม 2,000 คน  จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่ม แสดงดังตารางที่ 1

    ตารางที่ 1 โซนพื้นที่ แกนนำโซน และแกนนำระดับอำเภอในการถ่ายทอดฯ

    ลำดับ โซนพื้นที่ อำเภอ                  แกนนำโซน แกนนำระดับอำเภอ

    1

    เหนือ อำเภอท่าชนะ

    15

    60

    2

    เหนือ อำเภอท่าฉาง

    15

    60

    3

    เหนือ อำเภอพุนพิน

    15

    60

    4

    เหนือ อำเภอไชยา

    15

    60

    5

    ตะวันออก อำเภอเมือง

    12

    60

    6

    ตะวันออก อำเภอเกาะสมุย

    12

    60

    7

    ตะวันออก อำเภอเกาะพงัน

    12

    60

    8

    ตะวันออก อำเภอดอน

    12

    60

    9

    ตะวันออก อำเภอกาญจนดิษฐ์

    12

    60

    10

    ตะวันตก อำเภอตาขุน

    12

    60

    11

    ตะวันตก อำเภอเคียนซา

    12

    60

    12

    ตะวันตก อำเภอวิภาวดี

    12

    60

    13

    ตะวันตก อำเภอพนม

    12

    60

    14

    ตะวันตก อำเภอคีรีรัฐ

    12

    60

    15

    ใต้ อำเภอชัยบุรี

    12

    60

    16

    ใต้ อำเภอพระแสง

    12

    60

    17

    ใต้ อำเภอบ้านนาสาร

    12

    60

    18

    ใต้ อำเภอบ้านนาเดิม

    12

    60

    19

    ใต้ อำเภอเวียงสระ

    12

    60

    รวม

    4 โซน

    18 อำเภอ

    240

    1,140

                 
                  ทั้งนี้ทั้งนี้ระยะเวลาในการถ่ายทอดฯทั้งหมด 18 อำเภอภายในเวลา 10 เดือน โดยมีการประชุมเปิดโครงการถ่ายทอดฯ ทั้งจังหวัดสุราษฏร์ธานีในวันที่ 28 กันยายน 2560 มีวิทยากรพื้นที่จากอำเภอไชยาจำนวน 10 คน และตัวแทนจากอำเภอต่างๆ ทั้ง 18 อำเภอ โดยมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฏร์ธานีทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน  โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ สาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานไข้เลือดออก รวมจำนวน 50 คน  ดังภาพ

    ผลการดำเนินการทุกอำเภอมีความต้องการและยินดีรับการถ่ายทอดฯ  มีอำเภอนำร่องที่จะดำเนินการเต็มรูปแบบของการดำเนินการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก  คือ อำเภอเวียงสระ  อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอเมืองสุราษฏร์ธานี
    อย่างไรก็ตามการจัดบริการวิชาการร่วมกับการวิจัยถ่ายทอดฯ จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้รับบริการหรือรับการถ่ายทอดฯ มีการพัฒนารูปแบบในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่นั้นๆ
              

    ประมวลภาพ

  • ม. วลัยลักษณ์ ผสานวิทย์-ศิลป์ นำมรดกทางวัฒนธรรมไทย เผยแพร่ในวารสารนานาชาติ ISI

    ในช่วงคริสต์ศตวรรษ ที่ 13-14 คาบสมุทรสยาม (พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยในปัจจุบัน) เป็นศูนย์กลางทางการค้าขายและการเดินทางของกลุ่มคนต่างๆ รวมทั้งพระสงฆ์และพราหมณ์ เพราะเป็นประตูสู่มหาสมุทรทั้งสองด้าน เชื่อมโยงเส้นทางในภูมิภาค ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีการผสมผสานทางด้านสังคมและวัฒนธรรม เกิดร่องรอยมรดกวัฒนธรรมในอดีตมากมาย รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นเครื่องใช้และเครื่องประดับ

    ในปี ค.ศ. 2016 ดร. วัณณสาส์น นุ่นสุข อาจารย์สำนักวิชาศิลปศาสตร์ (ปัจจุบันทำงานที่ SEMEO SPAFA) และ รศ. ดร. ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ที่ขุดค้นพบในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่อื่นๆ ไปวิเคราะห์ด้วย X-Ray ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) โดยได้รับความร่วมมือจาก ดร. จารุ จุติมูสิก นักวิจัยหลังปริญญาเอก และ รศ. ดร. รัตติกร ยิ้มนิรัญ อาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

    ผลการศึกษา ได้รับการพัฒนาเป็นต้นฉบับบทความใน โครงการ 24: The Best of Both Worlds ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่มุ่งนำองค์ความรู้เชิงลึกจากงานวิจัยเชิงพื้นที่และอัตลักษณ์พื้นถิ่นไทยไปตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ บทความ Synchrotron XANES and ED-XRF analyses of fine-paste ware from 13th to 14th century maritime Southeast Asia ได้รับการประเมินจากวารสาร X-Ray Spectrometry (จัดพิมพ์โดย John Wiley & Sons, Inc. และ มีค่า ISI impact factor 1.298) ในวันที่ 30 ธันวาคม 2016 ให้แก้ไขข้อบกพร่องหลายด้าน ส่วนสำคัญคือ การแปลความข้อมูลโดยใช้สถิติ ซึ่งคณะผู้วิจัยได้รับความช่วยเหลือจาก ดร. วนิดา ลิ่มมั่น อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ใช้เวลาแก้ไขแล้วเสร็จใน 4 เดือน จนได้รับการเผยแพร่ใน X-Ray Spectrometry ปีที่ 46 เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2017 หน้า 492-496

    ความสำเร็จนี้ จึงเป็นผลจากการบูรณาการศาสตร์ ที่ใช้ความเชี่ยวชาญ ด้านโบราณคดี ฟิสิกส์วัสดุ และ สถิติ เป็นแนวทางให้นักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาของไทยเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือ พัฒนางานร่วมกันเพื่อเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทย ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ เพิ่มมากขึ้นต่อไป


    • รายละเอียดเพิ่มเติม – http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/xrs.2780/full
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
  • วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ ระบบ ThaiJo2

    วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการใช้งานวารสารออนไลน์ระบบ ThaiJo2 . บรรณาธิการ, ผู้ช่วยบรรณาธิการ และเจ้าหน้าที่วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้แก่ สารอาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์, วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, WMS Journal of Management และ Walailak Journal of Science and Technology (WJST) เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการใช้งานระบบวารสารออนไลน์อิเล็คทรอนิกส์ จากการพัฒนาระบบ ThaiJo เดิม ไปสู่เวอร์ชันใหม่เรียกว่าระบบ ThaiJo2 ซึ่งง่ายต่อการใช้งาน และสะดวกรวดเร็วกว่าระบบเดิมมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบ Plagiarism Checker ที่จะตรวจสอบความซ้ำซ้อนของเนื้อหาบทความจากฐานข้อมูลวารสารที่อยู่ในระบบ ThaiJo เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ณ ห้องคอมพิวเตอร์ สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลงฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับการสนับสนุนและร่วมจัดโดย ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) . การฝึกอบรมครั้งนี้มีบุคลากรมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จำนวน 7 คนจาก 5 วารสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาคุณภาพวารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นเพื่อเข้าสู่ระดับอาเซียน ตามนโยบายก้าวสู่สากลของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ต่อไป