Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม รับรางวัลหน่วยงาน 5ส ดีเด่น ประจำปี 2560

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม รับรางวัลหน่วยงาน 5ส ดีเด่น ประจำปี 2560

    เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2560 ผู้ช่่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ พร้อมด้วยบุคลากรสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  รับรางวัลหน่วยงาน 5ส ดีเด่น ประจำปี 2560 ในกิจกรรม “รักวลัยลักษณ์ …. รักษ์สุขภาพ” ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ อาคารบริหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

                

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี ชินนาพันธ์ : ศึกษาเกี่ยวกับกลไกการป้องกันต้นยางพาราต่อเชื้อรา Phytophthora palmivora

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี ชินนาพันธ์ : ศึกษาเกี่ยวกับกลไกการป้องกันต้นยางพาราต่อเชื้อรา Phytophthora palmivora

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี ชินนาพันธ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สนใจศึกษาเกี่ยวกับกลไกการป้องกันต้นยางพาราต่อเชื้อรา Phytophthora palmivora นำไปต่อยอดพัฒนาเป็นการผลิตสารจากเชื้อราสำหรับการป้องกันการติดเชื้อของต้นยางพาราได้

     

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ เกียรตินิยมอันดับสอง จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   จากนั้นได้รับทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ศึกษาต่อระดับปริญญาโทควบเอก สาขาวิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระหว่างที่ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโทควบเอก ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “Diverse Functions of  Polypeptide Effectors from Phytophthora palmivora, a Pathogen of Hevea brasiliensis” หลังสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2552  ได้มาเป็นอาจารย์สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

     

    นอกจากการสอนที่เน้นให้นักศึกษาเข้าใจในเนื้อหาที่สอนตั้งแต่ในห้องเรียน โดยพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษาผ่านกระบวนการเรียนแบบ Active Learning แล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี  ยังสนใจศึกษาเกี่ยวกับกลไกการป้องกันของต้นยางพาราต่อเชื้อรา P. palmivora ซึ่งเป็นเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคใบร่วงและเส้นดำในยางพารา จากการวิจัยพบว่า เอฟเฟคเตอร์ต่างๆ ที่ผลิตออกมาจากเชื้อรา สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเหนี่ยวนำให้ต้นยางพาราเกิดระบบป้องกันตนเองได้ โดยเอฟเฟคเตอร์ที่เป็นอิลิซิเตอร์ชนิดโพลีเปปไทด์ในน้ำเลี้ยงเชื้อ P. palmivora ขนาด 10 กิโลดาลตัน และอิลิซิเตอร์ชนิดใหม่ขนาด 75 กิโลดาลตัน สามารถกระตุ้นการสร้างสารฟีนอลิก o-dianisidine เปอร์ออกซิเดส และเหนี่ยวนำการต้านทานต่อเชื้อ P. palmivora ในต้นอ่อนยางพาราได้ นอกจากนี้ได้ศึกษากลไกการทำลายต้นยางพาราของเชื้อรา พบว่า P. palmivora ผลิต PpEPI10 ซึ่งเป็น serine protease inhibitor ที่สามารถจับและยับยั้ง protease ขนาด 95 kDa ในใบยางพาราได้ ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการบุกทำลายต้นยางพารา ประโยชน์จากงานวิจัยสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาเป็นการผลิตสารจากเชื้อราสำหรับการป้องกันการติดเชื้อของต้นยางพาราได้

     

    สำหรับการสร้าง serine protease inhibitor ในใบยางพารา พบว่าใบยางพาราผลิต serine protease inhibitor ที่สามารถยับยั้งเอนไซม์ไคโมทริปซิน และซับทิลิซิน เอ แต่ไม่สามารถยับยั้งทริปซิน และพบว่า serine protease inhibitor ในใบยางพารา สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ Trichophyton rubrum ซึ่งเป็นเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคกลากที่เท้าหรือฮ่องกงฟุต (Tinea pedis)

     

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี มีผลงานวิจัยและบทความวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทั้งระดับนานาชาติและระดับชาติ เช่น ผลงานวิจัยเรื่อง Isolation, expression, and characterization of the serine protease inhibitor gene (600Hbpi) from Hevea brasiliensis leaves, RRIM600 cultivar  และ Cloning and characterization of a putative gene encoding serine protease inhibitor (251Hbpi) with antifungal activity against Trichophyton rubrum from Hevea brasiliensis leaves ตีพิมพ์ในวารสาร Plant Omics Journal และบทความวิชาการเรื่อง Virulence Factors Involved in Pathogenicity of Dermatophytes ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร  Walailak Journal of Science and Technology เป็นต้น

     

    นอกจากนี้  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี ให้ความสนใจศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแล็กโทส เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะนี้ยังคงสามารถดื่มนมได้ โดยได้จัดทำโครงการบริการวิชาการ “การประเมินภาวะพร่องเอนไซม์แล็กเทสเบื้องต้นในเด็กชั้นประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช” โดยเล่าว่า คนไทยมีการดื่มนมและบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน  เพราะนมเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและแคลเซียม อย่างไรก็ตาม มีประชากรบางส่วนไม่สามารถดื่มนมวัวหรือผลิตภัณฑ์จากนมวัวได้   เนื่องจากมีภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแล็กโทสที่อยู่ในนมวัวหรือผลิตภัณฑ์นมวัว ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของการมีภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแล็กโทส คือ การมีปริมาณเอนไซม์แล็กเทสในปริมาณต่ำเมื่อมีอายุมากขึ้น ดังนั้น  การบริโภคนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมซึ่งมีน้ำตาลแล็กโทสเป็นองค์ประกอบ ทำให้ผู้ที่มีภาวะนี้มีอาการอย่างน้อย 1 อย่างต่อไปนี้  ได้แก่ ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน ท้องอืดท้องเฟ้อ เสียงลมในท้อง ทำให้ประชากรกลุ่มนี้มีข้อจำกัดในการดื่มนม ส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับกระดูกพรุนตามมา หากไม่ได้รับแคลเซียมที่เพียงพอ

     

    ภาวะพร่องเอนไซม์แล็กเทส (เอนไซม์ย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนม) พบได้ตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบขึ้นไป เพราะการสร้างเอนไซม์เริ่มลดลง จึงมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ดื่มนมไม่ได้ หรือดื่มแล้วมีอาการปวดท้อง ท้องเสีย ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะโภชนาการของเด็ก  ทำให้เด็กเจริญเติบโตไม่เต็มที่ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี  ได้ทำการสำรวจภาวะดังกล่าวในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2-4 โรงเรียนวัดโคกเหล็ก และโรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช “ณ นครอุทิศ” จากการประเมินโดยการวัดปริมาณแก๊สไฮโดรเจนในลมหายใจหลังจากอดอาหารเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ร่วมกับการทำแบบสอบถาม พบว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเรียนในโรงเรียนที่สำรวจมีภาวะพร่องเอนไซม์แล็กเทสจำนวนน้อย เนื่องจากการดื่มนมอย่างต่อเนื่อง เพราะทั้ง 2 โรงเรียนสนับสนุนให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนม โดยการแจกนมให้นักเรียนได้ดื่มทุกวัน ส่งผลให้การทำงานของเอนไซม์แล็กเทสยังคงอยู่

     

    ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี  ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะพร่องเอนไซม์แล็กเทสให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2-4 ของทั้งสองโรงเรียนอีกด้วย เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจเกี่ยวกับภาวะนี้และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติ  เพื่อป้องกันการเกิดภาวะพร่องเอนไซม์แล็กเทสในอนาคต ในส่วนของนักเรียนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์แล็กเทสอยู่แล้ว  ได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อให้สามารถกลับมาดื่มนมได้อีก  ในอนาคตจะทำการศึกษาเพื่อดูแนวโน้มความชุกของภาวะพร่องเอนไซม์แล็กเทสเบื้องต้นในทุกช่วงวัย ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแล็กโทส

    “การนำองค์ความรู้ที่ได้จากการบริการวิชาการและวิจัยมาใช้ในการสอนแก่นักศึกษา  รวมทั้งการให้ความรู้และคำปรึกษาในลักษณะการบริการวิชาการแก่ประชาชนในชุมชน” เป็นความมุ่งมั่นและความตั้งใจของ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี ชินนาพันธ์ ในการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดทั้งในฐานะอาจารย์และนักวิจัย

    ข่าวโดย ส่วนสื่อสารองค์กร

  • ผลการประเมินประจำปี วารสารในฐานข้อมูล TCI และ Scopus

    ฐานข้อมูลวารสารระดับชาติ และ นานาชาติ ได้ประกาศ ผลการประเมินคุณภาพวารสารจากการอ้างอิงในปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อและค่าดัชนีคุณภาพได้ดังนี้

    1 ฐานข้อมูล TCI (Thai-journal Citation Index)
    -สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีวารสารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ Walailak Journal of Science and Technology เป็น 1 ใน 273 วารสาร ตรวจสอบได้จาก http://www.kmutt.ac.th/jif/Impact/impact_s.php
    -สายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีวารสารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ วารสารการจัดการ (WMS Journal of Management) วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ สารอาศรมวัฒนธรรม เป็น 3 ใน 383 วารสาร ตรวจสอบได้จาก http://www.kmutt.ac.th/jif/Impact/impact_h.php

    2 ฐานข้อมูล Scopus www.scopus.com มีวารสารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ Walailak Journal of Science and Technology
    -มีค่า SJR สูงเป็นอันดับ 73 จากทั้งหมด 112 วารสารสาขา Multidisclipinary ในฐานข้อมูล จึงจัดอยู่ใน Quartile 3 ตรวจสอบได้จาก http://www.scimagojr.com/journalrank.php?area=1000
    -มีค่า SJR สูงเป็นอันดับ 13 จาก 28 วารสารจากประเทศไทยทุกสาขาในฐานข้อมูล ตรวจสอบได้จาก http://www.scimagojr.com/journalrank.php?country=TH

    หน่วยงานผู้ส่งข่าว หน่วยงานช่วยนักบริหาร

  • Walailak J Sci & Tech November 2017: Agricultural Technology ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว

    Walailak J Sci & Tech November 2017: Agricultural Technology ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว

    วารสาร Walailak Journal of Science and Technology ปีที่ 14 ฉบับที่ 11 (Vol. 14 No. 11 November 2017: Agricultural Technology) ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว ประกอบด้วยบทความวิทยาศาสตร์เกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี 2 เรื่อง, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Kashmar Higher Education Institute ประเทศอิหร่าน และ University of Ngaoundéré ประเทศแคเมอรูน

    วารสารฉบับนี้มี ผศ.ดร. ปิยะพงษ์ โชติพันธุ์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการประจำฉบับ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด-อ่าน-อ้างอิง บทความได้ที่ เว็บไซต์วารสาร (wjst.wu.ac.th)

    รายละเอียดเพิ่มเติม – http://wjst.wu.ac.th


  • ประสานความร่วมมือบูรณาการงานสถาบันวิชาการ หน่วยงานฟังก์ชัน และท้องถิ่น

    ประสานความร่วมมือบูรณาการงานสถาบันวิชาการ หน่วยงานฟังก์ชัน และท้องถิ่น

    เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2560 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรม และศูนย์บริการวิชาการ ร่วมกับ คุณเศวตฉัตร บุญมิ่ง นักวิชาการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับเทศบาลตำบลหัวไทร โดย คุณพลภัคฐ์ พูลเจริญ รองนายกเทศมนตรี ร่วมหารือ วางแผนการทำงาน และสำรวจพื้นที่ริมคลองหัวไทร ในการ “สร้างบ้านให้ปูดำ เพื่อสร้างอาชีพให้ชุมชน” ซึ่งเป็นประเด็นที่เทศบาลตำบลหัวไทรได้นำมาหารือในที่ประชุมคณะทำงานฯ แผนบริหารจัดการและฟื้นฟูลุ่มน้ำปากพนังเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดนำเสนอผลการดำเนินงานพร้อมนำเสนอการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ

    เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รองศาสตรจารย์ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดประชุมการนำเสนอผลการดำเนินงานของศูนย์ความเป็นเลิศ พร้อมด้วยนำเสนอข้อเสนอโครงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ  เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาความเป็นเลิศทางการวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ ห้องประชุม 2 อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

  • หน่วยวิจัยพืชเขตร้อน ร่วมกับ โครงการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดอบรมการเพาะขยายเชื้อไตรโคเดอร์มา

    หน่วยวิจัยพืชเขตร้อน ร่วมกับ โครงการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดอบรมการเพาะขยายเชื้อไตรโคเดอร์มา

    เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา หน่วยวิจัยพืชเขตร้อน สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ โครงการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม ได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมการเพาะขยายเชื้อและการใช้ประโยชน์จากเชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราเมธาไรเซียม เชื้อราบิวเวอร์เรีย เพื่อการควบคุมป้องกันโรคพืชและศัตรูพืชให้กับพี่น้องเกษตรกร ณ อนุสรณ์สถานอ่าวศรีเมือง หมู่ที่ 5 ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่่ที่เกษตรกรประสบปัญหาโรคและแมลงในยางพารา ไม้ผล พืชผัก มีเกษตรกรให้ความสนใจมาร่วมฝึกอบรม เรียนรู้ และแลกเปลี่ยน จำนวนประมาณ 50 คน โดยมี ดร.อรรถกร พรมวี และทีมงานจากหน่วยวิจัยพืชเขตร้อน เดินทางไปเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกปฏิบัติการเพาะขยายเชื้อราเพื่อเกษตรกรสามารถทดลองเพาะขยายเชื้อใช้ได้เองในครัวเรือน

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดสัมมนาหน่วยงานสรุปผลการดำเนินงานและจัดทำแผนการดำเนินงานในปี 2561

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดสัมมนาหน่วยงานสรุปผลการดำเนินงานและจัดทำแผนการดำเนินงานในปี 2561

    เมื่อวันที่ 16-17 กันยายน 2560 สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยบุคลากรสถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดสัมมนาหน่วยงานประจำปี 2560 การสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในปี 2560 และจัดทำแผนการดำเนินงานในปี 2561   ณ โรงแรมซีสโตน อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

  • เครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน จัดประชุมพิจารณาข้อเสนอโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

    เครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน จัดประชุมพิจารณาข้อเสนอโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

    เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 เครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน จัดประชุมพิจารณาข้อเสนอโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง ประจำปี 2561  ณ ห้องประชุม 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

  • ทุนวิจัย : งบประมาณตามแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ปีงบประมาณ 2562 (ทุนวิจัยงบประมาณแผ่นดินเดิม)

    ทุนวิจัย : งบประมาณตามแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ปีงบประมาณ 2562 (ทุนวิจัยงบประมาณแผ่นดินเดิม)

    นักวิจัยที่ต้องการเสนอของบประมาณตามแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ปีงบประมาณ 2562 (ทุนวิจัยงบประมาณแผ่นดินเดิม)

    สามารถศึกษาแนวทาง ได้จาก

    1. แนวทางการเสนอของบประมาณบูรณาการการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2562 (power point ของ ผอ.นิตยา วช.)
    2. Budgeting Approach _ เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานฯ (power point ของ ดร.ญาดา สวทน.)
    3. แนวทางการจัดทำแผนงานวิจัย ปีงบประมาณ 2562
    4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้

    การจัดทำข้อเสนอแผนการวิจัย ต้องจัดทำใน 3 ส่วน ดังนี้

    1. ไฟล์ excel ตามตัวอย่างด้านเศรษฐกิจ หรือสังคม (ปรับตัวชี้วัดตามด้านที่เลือก)
    2. ส่วนของแผนการวิจัย (ภาพรวม) ตามแบบ IRI-Program-62 (สำหรับด้านสังคม และสะสมองค์ความรู้) หรือแบบเสนอโครงการ เป้า 1 เป้า 4 (สำหรับด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานฯ)
    3. ส่วนของโครงการวิจัยย่อย ตามแบบ IRI-Project-62

    ทั้งหมดนี้ขอให้จัดทำไว้ก่อนยังไม่ต้องจัดส่ง เพราะยังไม่มีแบบฟอร์มและกำหนดเวลาอย่างเป็นทางการจาก วช.หรือ สวทน. ที่ดูแลงบประมาณนี้ เมื่อมีความชัดเจนแล้ว สถาบันวิจัยและนวัตกรรมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    ไฟล์ทั้งหมดดาวน์โหลดได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/0B-N4I-tQBSU7M1hzQVZJcnNWVkE?usp=sharing

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

    ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม e-mail: yuwadee.wi@wu.ac.th