Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม

  • รายงานพิเศษ แปรรูปสะตออบแห้ง มีกินได้ทั้งปี | 02-04-60 | new)ข่าวค่ำ | new)tv

    รายงานพิเศษ แปรรูปสะตออบแห้ง มีกินได้ทั้งปี | 02-04-60 | new)ข่าวค่ำ | new)tv

  • Untitled post 2156

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดประชุมเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัย เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิจัย การประชุมในครั้งนี้เป็นกระบวนการต่อเนื่องจากการลงพื้นที่เพื่อพัฒนากรอบโจทย์วิจัยในการการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งเน้น อาชีพเกษตรกรรม 4 อาชีพด้วยกันคือ การทำสวนส้มโอทับทิมสยาม การทำนาข้าวพันธุ์พื้นเมือง การทำไร่จาก และการปลูกพืชผัก ซึ่ง ณ วันนี้ มีนักวิจัยเข้าร่วมนำเสนอโครงการ เพื่อขอรับการพิจารณาเพื่อขอรับทุนทั้งสิ้น จำนวน 7 โครงการเดี่ยว และ 1 ชุดโครงการ (มี 2 โครงการย่อย) โดยได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ทรงคุณวุฒิ รศ.ดร.ก้าน จันทร์พรหมมา อาจารย์สุปราณี จงดีไพศาล ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา คุณศุภชัยอักษรวงศ์ พันเอกนายแพทย์วิเชียร ชูเสมอ รวมทั้ง พาณิชย์จังหวัด ผู้แทนเกษตรกรและสหกรณ์จังหวัด และตัวแทนเกษตรกร ทั้งนี้ ผลจากการนำเสนอข้อเสนอโครงการดังกล่าว จะนำไปสู่การสรุปข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปรับปรุง และแจ้งให้นักวิจัยทราบผลการพิจารณาในลำดับต่อไปภายในวันที่ 22 เมษายน 2560 นี้

    ภาพและข่าวโดย สุจินดา ย่องจีน

  • ภาพบรรยากาศการเลือกตั้งสภานักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ภาพบรรยากาศการเลือกตั้งสภานักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กำหนดให้มีการเลือกตั้งสภานักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ณ บริเวณโถงกลาง อาคารไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ภาพบรรยากาศ

  • ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งกรรมการสภานักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งกรรมการสภานักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้ผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ณ บริเวณโถงกลาง อาคารไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีรายชื่อดังนี้

    – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ สำนักวิชาการจัดการ
    – อาจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี สำนักวิชาการจัดการ
    – รองศาสตราจารย์ ดร.วาริน อินทนา สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    – รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จอม สุวรรณโณ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
    – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หมุดตอเล็บ หนิสอ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
    – รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนพงศ์ เกิดทองมี สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
    – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ดิษฐกิจ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
    – ผู้ช่วยศาสตราจารย์เรวัต สุขสิกาญจน์ สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ
    – รองศาสตราจารย์ ดร.จิตรบรรจง ตั้งปอง สำนักวิชาสหเวชศาสตร์

    ทั้งนี้ รายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกดังกล่าวไม่ได้เรียงตามลำดับคะแนน

  • รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล มาแทน : นวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยสำหรับความปลอดภัยในอาหารและบรรจุภัณฑ์

    รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล มาแทน : นวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยสำหรับความปลอดภัยในอาหารและบรรจุภัณฑ์

    รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล มาแทน อาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และทีมงาน บรรยายพิเศษเรื่อง “นวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยสำหรับความปลอดภัยในอาหารและบรรจุภัณฑ์” ในการประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย ครั้งที่ 9” ภายใต้แนวคิด Research for Competitiveness and Contextual Innovation เนื่องในโอกาสครบปีที่ 25 แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม 4 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล เริ่มจากการพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ในองค์ความรู้ขั้นพื้นฐานอย่างละเอียดลึกซึ้งกับการพัฒนาองค์ความรู้ของนักวิจัยให้ไปสู่ขั้นสูงเพื่อการสร้างนวัตกรรม โดยได้อธิบายถึงการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมว่า การศึกษาในระดับประถมศึกษาเป็นความรู้ที่ได้มาจากครู พอถึงระดับมัธยมศึกษาก็มีการขยายฐานความรู้กว้างขึ้น จนถึงระดับปริญญาตรี องค์ความรู้ที่ได้รับจะมีพัฒนาการในเชิงลึกมากขึ้นและเฉพาะเจาะจงในสิ่งที่สนใจ ยิ่งเมื่อศึกษาถึงระดับปริญญาโทและเอกแล้วจะต้องมีการสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยยกตัวอย่างว่าตนเองกว่าจะพัฒนางานวิจัยให้สร้างนวัตกรรมบางอย่างได้ ต้องผ่านการเรียนรู้ตั้งแต่วัยเยาว์ จนถึงระดับปริญญาเอกโดยมีพ่อ แม่ ครู อาจารย์เป็นผู้คอยให้ความรู้ จนเกิดความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะศาสตร์ด้านน้ำมันหอมระเหย ที่ตนเองมีความหลงไหลในเสน่ห์ของสิ่งนี้ตั้งแต่การทำวิจัยครั้งแรกในระดับปริญญาตรีจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาถึง 23 ปี จนเกิดเป็นนวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยในที่สุด

    จุดเริ่มต้นของงานวิจัยทางด้านน้ำมันหอมระเหยของ รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล เริ่มจากการศึกษาองค์ความรู้พื้นฐานทางด้านนี้ โดยศึกษางานวิจัยและบทความทางวิชาการต่างๆ รวมทั้งการทดลองทำในห้องปฏิบัติการ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ช่วงที่มาเป็นอาจารย์ที่สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และลาศึกษาต่อระดับปริญญาเอก จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาและกลับมาสอนหนังสืออีกครั้ง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรด้านอุปกรณ์และห้องปฏิบัติการ และสถาบันวิจัยและพัฒนาที่ให้ทุนส่งเสริมนักวิจัยใหม่ ทำให้มีผลงานวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่ทุกปี ปีละไม่ต่ำกว่า 10 เรื่อง จนมีความเชื่อมั่นว่า รู้จักพฤติกรรมและธรรมชาติของน้ำมันหอมระเหยเพียงพอต่อการสร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยได้

    จากองค์ความรู้พื้นฐานที่ได้ศึกษาและเรียนรู้มาอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาของการสร้างองค์ความรู้ใหม่จากน้ำมันหอมระเหย ซึ่ง รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล บอกว่า การเลือกโจทย์วิจัยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ก่อนจะเริ่มการวิจัยจะต้องศึกษาโจทย์วิจัยว่า น้ำมันหอมระเหยเหมาะกับสิ่งไหนบ้าง ในที่สุดก็ค้นพบว่า ควรจะเป็นอาหารและบรรจุภัณฑ์ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และจากการศึกษาโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวนกว่า 4,685 โครงการ โดยลงลึกในรายละเอียดของโครงการในพระราชดำริที่ดำเนินการในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พบว่า วัตถุดิบในท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีศักยภาพที่ควรนำมาประยุกต์ใช้คือ ไม้ยางพารา มังคุด ข้าวไข่มดริ้น แก้วมังกร และส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งตลอดเวลา 10 ปีกว่าที่ผ่านมา ทำให้เชื่อมั่นว่า เลือกโจทย์วิจัยที่เหมาะสมกับการพัฒนานวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยสำหรับความปลอดภัยในอาหารและบรรจุภัณฑ์

    รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล เล่าต่อว่า งานวิจัยที่โดดเด่นเป็นเรื่องบรรจุภัณฑ์ไม้ยางพาราต้านเชื้อรา และการยืดอายุข้าวโดยใช้ไอน้ำมันหอมระเหย ซึ่งนครศรีธรรมราชเป็นแหล่งอุตสาหกรรมไม้ยางพาราที่สำคัญของประเทศ และเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่มีคุณภาพสูง มีสารอาหารสูงเช่น โปรตีนที่ไม่ถูกทำลายได้ง่ายจากการแปรรูป แต่ปัญหาหนึ่งที่พบ คือการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งปัญหาวัตถุดิบกับการเสื่อมสภาพเป็นของคู่กัน จึงทำการศึกษาเพื่อให้เข้าใจถึงปัญหานี้ พบว่า เชื้อราเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่ส่งออก เนื่องจากภาคใต้ฝนตกชุก ความชื้นสูง ถ้ากำจัดความชื้นกับออกซิเจนจะทำให้เชื้อราไม่เติบโต ซึ่งคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้มีอยู่ในอนุภาคเล็กๆ ของน้ำมันหอมระเหย แต่เราจะทำอย่างไรที่จะนำมาใช้ป้องกันสองสิ่งนี้ได้

    หลังจากที่มีโจทย์และทราบปัญหาแล้ว เบื้องต้นรองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล และทีมงานได้ร่วมมือกับหน่วยวิจัยไม้ (ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ พัฒนาเทคนิคการนำน้ำมันหอมระเหยมาอยู่ในเนื้อไม้เพื่อไม่ให้ขึ้นรา โดยการทดลองในไม้ยางพารา เพื่อป้องกันเชื้อราและใส่กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยลงไป จากนั้นได้พัฒนาต่อยอดงานวิจัยไปสู่วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้าน และร่วมกับภาคเอกชนอีกด้วย

    รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ได้เล่าต่อถึงการสร้างนวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยหลังจากที่ได้ทดลองทำกับไม้ยางพาราแล้วว่า น้ำมันหอมระเหยทั้งส่วนที่เป็นของเหลวและไอสามารถต้านเชื้อจุลินทรีย์ได้ ซึ่งการใช้ไอของน้ำมันหอมระเหยสามารถช่วยลดผลกระทบต่อกลิ่นรสของอาหารได้ จึงได้ทำการทดลองเพื่อหาเทคนิคการจัดระเบียบของไอระเหย จนพบเทคนิคการเก็บกักและควบคุมให้ไอระเหยระเหยได้ตามเวลา โดยออกฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์บริเวณผิวที่สัมผัสได้อย่างยาวนาน ทั้งนี้การประยุกต์ใช้ไอน้ำมันหอมระเหย มีข้อดี คือ มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อราสูง สามารถแทรกซึมและป้องกันเชื้อจุลินทรีย์บนพื้นผิวอาหาร มีผลกระทบต่อกลิ่นและรสของอาหารน้อย จึงได้นำไปพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น กระสอบข้าวหอมกันเชื้อรา กระดาษต้านเชื้อราสำหรับบรรจุวัตถุดิบเกษตร ถาดไข่ต้านแบคทีเรียสำหรับลำเลียงไข่ไก่สดในระดับอุตสาหกรรม เป็นต้น

    จากความมุ่งมั่นตั้งใจและความหลงไหลในเสน่ห์ของน้ำมันหอมระเหย ทำให้ผลงานทางด้านนี้ของ รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ได้รับรางวัลผลงานนวัตกรรมระดับเหรียญทองจากการประกวดและจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ (ITEX) รางวัลพิเศษจากสมาคมสิ่งประดิษฐ์และทรัพย์สินทางปัญญาโลก และรางวัลพิเศษจากไต้หวันและรัสเซีย เป็นต้น ได้รับทุนวิจัยอย่างต่อเนื่องจากแหล่งทุนต่างๆ ที่สำคัญของประเทศ เช่น มูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ทั้งยังมีนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ซึ่งได้รับทุนการศึกษาจากแหล่งทุนต่างๆ เช่น ทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ทุนโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) และทุนบัณฑิตศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นต้น

    จากนวัตกรรมด้านน้ำมันหอมระเหยของห้องปฏิบัติการนวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยสำหรับความปลอดภัยในอาหารและบรรจุภัณฑ์ ที่มีผลงานวิจัยออกมาอย่างต่อเนื่อง สามารถนำไปต่อยอดและใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผลได้จากนวัตกรรมเหล่านี้ รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล มาแทน บอกในตอนท้ายว่า อยากเห็นผลงานวิจัยด้านนี้ไปสู่อุตสาหกรรมไทยและผลิตออกจำหน่ายไปทั่วโลก อยากให้คนไทยได้ภูมิใจกับการได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันหอมระเหยที่มีความปลอดภัยสูง ภูมิใจกับนวัตกรรมของนักวิจัยไทย สุดท้ายอยากสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ด้านนวัตกรมน้ำมันหอมระเหยให้กับประเทศของเรา โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งภาครัฐและเอกชนจะสนับสนุนการทำงานวิจัยด้านนี้ต่อไปเพื่อต่อยอดงานวิจัยและให้ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาอย่างต่อเนื่องต่อไป เพราะการศึกษาด้านน้ำมันหอมระเหยเป็นสิ่งที่ทำด้วยความรักมาตลอด 23 ปี ของการเรียนและการทำงาน จึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าหากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจะทำให้ขยายผลตามความตั้งใจได้อย่างแน่นอน

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร เรียบเรียง


    • วันที่ส่งข่าว – 10/04/2560
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าวส่วนสื่อสารองค์กร
  • ขอเชิญชวนเลือกตั้งกรรมการสภานักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ วันที่ 19 เมษายน 2560

    ขอเชิญชวนคณาจารย์เลือกตั้งกรรมการสภานักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในวันพุธ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2560 ระหว่างเวลา 09.00-15.00 น. ณ บริเวณโถงชั้นล่าง อาคารไทยบุรี

    ตามประกาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรื่อง สภานักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กำหนดให้กรรมการสภานักวิจัยส่วนหนึ่ง (จำนวน 10 คน) มาจากการเลือกตั้งโดยพนักงานสายวิชาการ และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นั้น

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม ในฐานะคณะทำงานดำเนินการเลือกตั้งกรรมการสภานักวิจัยจากพนักงานสายวิชาการ ได้เปิดรับสมัคร รับการเสนอชื่อ และดำเนินการสอบถามความสมัครใจจากผู้ได้รับการเสนอชื่อแล้ว (สิ้นสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560) สรุปมีพนักงานสายวิชาการ จำนวน 17 คน จาก 9 สำนักวิชา เข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการสภานักวิจัย ดังรายนามต่อนี้

    1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ สำนักวิชาการจัดการ
    2. อาจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี                                   สำนักวิชาการจัดการ
    3. อาจารย์ ดร.พิมพ์ลภัส พงศกรรังศิลป์                สำนักวิชาการจัดการ
    4. รองศาสตราจารย์ ดร.วาริน อินทนา                   สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    5. รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์                 สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จอม สุวรรณโณ           สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
    7. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สวัสดี              สำนักวิชาเภสัชศาสตร์
    8. อาจารย์ ดร.นมนต์ หิรัญ                                    สำนักวิชาเภสัชศาสตร์
    9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หมุดตอเล็บ หนิสอ      สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
    10. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัปสร บุญยัง                สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
    11. รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนพงศ์ เกิดทองมี       สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
    12. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ดิษฐกิจ            สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
    13. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เรวัต สุขสิกาญจน์             สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ
    14. รองศาสตราจารย์ ดร.จิตรบรรจง ตั้งปอง         สำนักวิชาสหเวชศาสตร์
    15. อาจารย์ ดร.วิยดา กวานเหียน                          สำนักวิชาสหเวชศาสตร์
    16. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุปรีชา แก้วสวัสดิ์      สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์
    17. อาจารย์ ดร.สุภาภรณ์ ยิ้มเที่ยง                        สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์

    จึงขอเรียนเชิญคณาจารย์ทุกท่านที่มีรายชื่อดังบัญชี ข ไปลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการสภานักวิจัย จำนวน 10 คน (โดยเลือกจากสำนักวิชาเดียวกันไม่เกิน 2 คน) ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน

    บัญชีรายชื่อ ข

  • วลัยลักษณ์วิจัย ครั้งที่ 9 : ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานแบบบรรยายดีเด่น

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลการนำเสนอผลงานแบบบรรยายดีเด่น การประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 9 วันที่ 30-31 มีนาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  โดยมีรายละเอียดดังนี้

    รางวัลการนำเสนอผลงานประเภทบรรยายดีเด่น

  • มวล.จัดวลัยลักษณ์วิจัยครั้งที่ 9 “Research for Competitiveness and Contextual Innovation”นักวิชาการจากทั่วประเทศร่วมนำเสนองานวิจัยกว่า 200 บทความ

    มวล.จัดวลัยลักษณ์วิจัยครั้งที่ 9 “Research for Competitiveness and Contextual Innovation”นักวิชาการจากทั่วประเทศร่วมนำเสนองานวิจัยกว่า 200 บทความ

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) โดยสถาบันวิจัยและพัฒนา ร่วมกับเครือข่ายการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนรากฐาน สกอ.ภาคใต้ตอนบน และเครือข่ายการวิจัยภูมิภาค: ภาคใต้ จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 9 เนื่องในโอกาสครบปีที่ 25 แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หัวข้อ Research for Competitiveness and Contextual Innovation ระหว่างวันที่ 30-31 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม โดยมีนักวิชาการส่งผลงานทั้งภาคบรรยายและโปสเตอร์เข้าร่วมนำเสนอกว่า 200 บทความ จาก 62 หน่วยงานทั่วประเทศ

    โดยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการพร้อมกล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบ (Research University)แห่งคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการวิจัย ทั้งการวิจัยพื้นฐานเพื่อการเรียนการสอน และการวิจัยขั้นสูงเพื่อประโยชน์แก่สังคมและการพัฒนาประเทศตั้งแต่ระดับชุมชน ผู้ประกอบการขนาดย่อมไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0

    อย่างไรก็ตามในแต่ละปีมหาวิทยาลัยมีผลงานวิจัยตีพิมพ์กว่า 100 ผลงาน และวารสารวิจัยของวลัยลักษณ์ (Walailak Journal of Science and Technology ) เป็นวารสารวิจัยที่ติดอันดับ 1 วารสารวิจัยของประเทศ และควอไทล์ที่2 ของวารสารวิจัยนานาชาติ ตอกย้ำในคุณภาพและความน่าเชื่อถือของ WJST ในเวทีวิจัยนานาชาติด้วย

    ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศราวุธ ปาลิโภชน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ม.วลัยลักษณ์ กล่าวว่า การประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) บรรยายเปิดการประชุมในหัวข้อ “แนวทางการสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อส.สธ.)”และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร บรรยายพิเศษหัวข้อ “Innovation by Design Thinking” นอกจากนี้ยังมีการบรรยายจากบุคลากรมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่มีผลงานวิจัยดีเด่น คือ รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล มาแทน บรรยายพิเศษ หัวข้อ “นวัตกรรมน้ำในหอมระเหยสำหรับความปลอดภัยในอาหารและบรรจุภัณฑ์”

    ส่วนภาคการนำเสนอผลงาน แบ่งเป็น 7 กลุ่ม และ 2 หัวข้อพิเศษ คือ กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กลุ่มสารสนเทศศาสตร์ กลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากร กลุ่มวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ กลุ่มสถาปัตยกรรมศาสตร์ การออกแบบและศิลปกรรม กลุ่มสหเวชศาสตร์ เภสัชศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกลุ่มพยาบาลศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ หัวข้อพิเศษ: เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หัวข้อพิเศษ : ภาษาและการใช้ภาษา มีผู้ส่งผลงานแบบบรรยายและโปสเตอร์เข้าร่วมกว่า 200 บทความ จาก 62 หน่วยงานและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการนำเสนอผลความก้าวหน้าโรงการวิจัยของนักศึกษาบัณฑิตศึกษา ภาคนิทรรศการ และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันเนื่องมาจากงานวิจัยด้วย

    ประมวลภาพ

    ข่าวโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนประชาสัมพันธ์
    ภาพโดยนักศึกษาช่วยงานฝ่ายประชาสัมพันธ์


    • วันที่ส่งข่าว – 31/03/2560
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าวส่วนประชาสัมพันธ์