Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม

  • กล้อง CLSM : กล้องฟลูออเรสเซนต์สำหรับศึกษาสแกนภาพแบบ 3 มิติ ทางชีววิทยา

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยโครงการจัดตั้งสถานวิจัยวิทยาการสุขภาพและศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบด้วยกล้อง CLSM (Confocal Laser Scanning Microscope) ยี่ห้อ LEICA รุ่น SP5 II หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า กล้องฟลูออเรสเซนต์สำหรับศึกษาสแกนภาพแบบ 3 มิติ ซึ่งเป็นกล้องจุลทรรศน์แบบคอนโฟคอนชนิดที่ใช้เลเซอร์ในการสแกน สามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวางในการศึกษาทางชีววิทยา ตั้งแต่ชีววิทยาระดับเซลล์ ยีน หรือชีววิทยาระดับไมโครโมเลกุล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับงานที่ต้องการภาพความละเอียดสูงและเก็บภาพเฉพาะบริเวณจุดโฟกัสโดยสามารถเลือกระดับความลึกของชั้นตัวอย่างที่ต้องการได้

    กล้อง CLSM ให้ภาพที่มีความสว่างและความคมชัดสูง ให้ลำแสงที่มีความเข้มสม่ำเสมอ และสามารถเลือกปรับโฟกัสได้ง่าย เพิ่มความแตกต่างของสัญญาณฟลูออเรสเซนต์ ที่สำคัญลดการปนเปื้อนของแสงฟลูออเรสเซนต์จากพื้นหลังได้ ภาพที่ได้จึงมีคุณภาพความคมชัดสูง มีความจำเพาะและความไวในการจำแนกและรับสัญญาณแสงได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมเสริม และยังสามารถสแกนได้ 3 สี พร้อมกัน ทั้งยังสามารถกำหนดค่าการสแกนภาพได้หลายรูปแบบ โดยมีคุณภาพความละเอียดของภาพสูงถึง 8,192 x 8,192 pixels

    กล้อง CLSM มีแหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์ที่ให้ลักษณะสเปกตรัมของแสงที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับการใช้งานสีย้อมที่แตกต่างกัน โดยมี Laser excitation จำนวน 7 lines ได้แก่ 458, 476, 488, 496, 514, 543 และ 633 nm นอกจากนี้ ยังสามารถประยุกต์ใช้งานในการศึกษาแบบ Thick specimen imaging, 2D imaging, 3D imaging, 3D time-lapse (4D) imaging, Multi-dyes immune-labeling imaging : Co-localization study และ Live cell imaging : Development study, Expression over time-lapsed study

    นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังให้บริการอื่นๆ อีก อาทิ การทดสอบด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ AAS, ICP-OES, GC, GC-MS, HPLC, IC, FTIR, NMR บริการเครื่องทำแห้งภายใต้ความเย็นและสุญญากาศ การทดสอบน้ำและน้ำเสีย อาหาร อาหารสัตว์ จุลินทรีย์ในน้ำ อาหาร และอาหารสัตว์ รวมทั้งจัดอบรม/สาธิต/การเรียนการสอนความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

    ผู้สนใจขอรับบริการต่างๆ สามารถติดต่อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 0-7567-3225, 0-7567-3248-49 หรือ เว็บไซต์ http://cse.wu.ac.th

     

    ภาพข่าวโดย ส่วนประชาสัมพันธ์
  • ขอแสดงความยินดีกับผู้รับรางวัลการนำเสนอบทความดีเด่นแบบบรรยายการประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 8

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลการนำเสนอบทความดีเด่นแบบบรรยาย การประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 8 การประชุมวิชาการระดับชาติ “สหวิทยาการสุขภาพ” ครั้งที่ 1 วันที่ 7-8 กรกฎาคม 2559 ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 

    รายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลการนำเสนอบทความแบบบรรยายดีเด่น

  • ศ.นายแพทย์ ดร.ประพันธ์ ภานุภาค บรรยายพิเศษ “เอดส์ : จากการวิจัยสู่ชุมชน” งาน “วลัยลักษณ์วิจัย ครั้งที่ 8”

    ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล บรรยายพิเศษ “เอดส์ : จากการวิจัยสู่ชุมชน (AIDS : From Research to Communities” ในการประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย ครั้งที่ 8” ภายใต้แนวคิด Research for Well-being เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 ณ ห้องประชุม 4 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.ประพันธ์ ได้เล่าให้ฟังถึงมูลเหตุจูงใจให้ทำงานด้านผู้ป่วยโรคเอดส์ ว่า ได้ทำงานทางด้านภูมิคุ้มกัน โดยในปี 2527 ได้รักษาผู้ป่วยจำนวน 2 ราย ต่อมาได้วินิจฉัยว่า เป็นโรคเอดส์ 2 รายแรกในประเทศไทย ซึ่งในสมัยนั้นไม่ได้มีชุดตรวจ HIV อย่างในปัจจุบัน ขณะนั้น โรคเอดส์เป็นปัญหาของสังคม ประชาชนเกิดความกลัวและเป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง จึงได้ทำงานวิจัยโรคเอดส์ตลอดระยะเวลา 31 ปี โดยนำเอาองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง

    ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.ประพันธ์ ได้ร่วมกับนักวิจัยจากประเทศเนเธอร์แลนด์และออสเตรเลีย จัดตั้งศูนย์ประสานความร่วมมือระหว่างไทย ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ เพื่อการศึกษาวิจัยทางเทคนิคด้านโรคเอดส์ (HIV-NAT) โดยขอความร่วมมือจากบริษัทยา เพื่อให้คนไข้ได้รับยา พร้อมกับการทำวิจัยไปด้วยพร้อมๆ กัน โดยได้ทดสอบยาต้านไวรัสเอดส์และวัคซีนเอดส์ครั้งแรกในประเทศไทย ทั้งนี้ หากคนไข้เป็นโรคเอดส์และเริ่มได้รับยาเร็ว จะไม่มีเชื้อไปแฝงตัวอยู่ในเม็ดเลือดแดง โดยเฉพาะถ้าทราบผลเชื้อ HIV ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากเข้าสู่ร่างกาย จะรักษาให้หายได้

    นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.ประพันธ์ ได้ก่อตั้งคลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย ซึ่งก่อนหน้านั้น ถ้าตรวจพบว่าใครเป็นโรคเอดส์จะถูกส่งรายชื่อให้กระทรวงสาธารณสุข ทำให้ทุกคนกลัวการตรวจเชื้อ HIV อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นการให้บริการเชิงรับ โดยรอให้มีคนมาตรวจรับบริการที่คลินิก จึงได้เปลี่ยนมาเป็นคลินิกเคลื่อนที่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นชายรักชายหรือผู้หญิงบริการมากขึ้น โดยไปให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งปากทวารหนัก พร้อมกับเชิญชวนให้ตรวจ HIV ไปด้วย ทั้งนี้ จะไม่มีการถามข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น ทำให้ผู้ใช้บริการมีความมั่นใจในการมาขอปรึกษาเรื่องการตรวจและป้องกันโรคเอดส์มากขึ้น และเชื่อมโยงไปถึงการดูแลและรักษาอีกด้วย ซึ่งคลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย เป็นคลินิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่มีผู้มาใช้บริการถึงปีละ 8,000 – 9,000 คน

    การจัดตั้งคลินิก Tangerine คลินิกสำหรับคนข้ามเพศ เป็นแห่งแรกในเอเชีย โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อให้ส่งคนไข้มาใช้บริการที่คลินิก ซึ่งจะให้คำปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับฮอร์โมนบำบัด การตรวจมะเร็งช่องคลอดใหม่ การแทรกให้ความรู้สุขภาพทางเพศ การคัดกรอง HIV รวมทั้งการให้บริการฉีดโบท๊อกซ์เพื่อความปลอดภัย เป็นต้น ทั้งยังตั้งจุดบริการ Test&Treat ตามภูมิภาคต่างๆ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สุรินทร์ ชลบุรี และสงขลา

    การจัดทำเว็บไซต์ Adam’s love (www.adamslove.org) ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับชายรักชายที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิง การให้บริการตรวจ HIV โดยส่งชุดตรวจไปให้ถึงบ้าน เจ้าหน้าที่จะติดต่อไปหลังจากที่ได้ชุดตรวจแล้วและดูวิธีการตรวจแบบออนไลน์ การตั้ง Communitiy-led MSM (ชายรักชาย) โดยให้ชุมชนร่วมมือกับภาครัฐ เริ่มจากการสร้างศักยภาพของชุมชน เช่น เรียนรู้วิธีการตรวจ คนที่ติดเชื้อมีอาการอย่างไร รักษาอย่างไร ถ้าไม่พบว่าเป็นเอดส์จะให้ยาป้องกันอย่างไร เป็นต้น โดยทำเป็นโครงการวิจัยย่อยภายใต้สภากาชาดไทย ซึ่งเรื่องนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.ประพันธ์ บอกว่า ได้เรียนรู้จากองค์กรชุมชน เช่น องค์กรชุมชนสามารถให้บริการตรวจเอดส์ที่มีคุณภาพ สามารถเข้าถึงกลุ่มชุมชนได้ดีกว่าภาครัฐและเสริมงานภาครัฐ และองค์กรชุมชนรู้สึกภูมิใจ ที่สำคัญชุมชนต้องได้รับการยอมรับจากเพื่อนและภาครัฐ

    โครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูกซึ่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 1 ล้านบาท เป็นทุนตั้งต้นของโครงการ ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2539 โดยปัจจุบันได้มีการให้ยากับหญิงตั้งครรภ์และติดเชื้อเอดส์ทุกคนเพื่อลดปริมาณเชื้อไวรัสในตัวของแม่ให้เหลือน้อยที่สุด ลูกจะได้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสน้อยลงเหลือเพียง 1-2% นอกจากนี้ ยังมีโครงการ PrEP ซึ่งเป็นการให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV ก่อนมีการสัมผัสที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV จากการสัมผัส

    การนำผลการวิจัยสู่ชุมชน จะต้องบอกได้ว่าใครจะสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ ต้องปลูกฝังแนวคิดการวิจัย พัฒนาศักยภาพในการทำวิจัย และการทำให้ประชาชนรู้จักการตั้งสมมุติฐาน ดูผลการวิจัยเป็น เอาไปใช้ประโยชน์ได้ เพื่อช่วยให้คนไทยฉลาดและรู้จักคิดรอบด้าน ที่สำคัญการทำให้ชุมชนสามารถทำวิจัยได้จะเป็นเรื่องที่ดีมาก

    ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.ประพันธ์ ภานุภาค ปิดท้ายว่า ก่อนทำอะไรควรปรึกษาชุมชน ต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และเราต้องฟังเสียงของชุมชนเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น

    สมพร อิสรไกรศีล ข่าว
    ธีรพงศ์ หนูปลอด ภาพ

  • นายแพทย์มงคล ณ สงขลา : การเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางสุขภาพของท้องถิ่นในศตวรรษที่ 21

    นายแพทย์มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บรรยายพิเศษ “การเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางสุขภาพของท้องถิ่นในศตวรรษที่ 21” ในการประชุมวิชาการระดับชาติด้าน “สหวิทยาการสุขภาพ” ครั้งที่ 1 ภายใต้แนวคิด Smart and Healthy Life เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ณ ห้องประชุม 4 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    นายแพทย์มงคล ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เริ่มจากการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จำนวน 13 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2583 ขณะที่คนทำงานมีอายุระหว่าง 15-59 ปี รับภาระเลี้ยงดูผู้สูงอายุ เฉลี่ย 5 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน ปัญหาผู้สูงอายุที่พึ่งพึง ช่วยตัวเองไม่ได้มีประมาณ 5% ทำอย่างไรจะลดระยะเวลาการพึ่งพิงให้น้อยลง เมื่อโครงสร้างผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จากเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีเด็กเกิดใหม่ 8 แสนกว่าคน แต่ปัจจุบันมีเด็กเกิดใหม่ไม่ถึง 7 แสนคน ดังนั้น โครงสร้างการเกิด ตาย และการมีชีวิตในศตวรรษที่ 21 จึงต้องรับภาระผู้สูงอายุมากขึ้น แต่คนในวัยแรงงานไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยลง นอกจากนี้ สิ่งที่ส่งผลตามมาของจำนวนเด็กเกิดใหม่ คือ ปัญหาของสถานศึกษา ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมีความต้องการรับนักศึกษา จำนวน 1 แสน 2 หมื่นคน แต่มีผู้สมัครเพียง 7 หมื่นคน มหาวิทยาลัยก็จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลน้อยลง ทำให้มหาวิทยาลัยบางแห่งต้องออกไปประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักเรียนมาสมัครเรียนมากขึ้น

    การทำงานในศตวรรษที่ 21 ในฐานะบุคลากรทางด้านสุขภาพ ที่จะต้องอยู่กับผู้สูงอายุที่เป็นโรคเรื้อรังไม่มีโอกาสหาย จะต้องเตรียมใจให้พร้อมทำ พร้อมให้ จริงใจ และทุ่มเท ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือ นักกายภาพบำบัด พยาบาล แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนโบราณ

    การเปลี่ยนแปลงสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม การวางเส้นทางคมนาคมของประเทศไทยได้มีการศึกษามาตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันได้ดำเนินการในหลายเส้นทาง ในอนาคตอีกประมาณ 7-8 ปี เส้นทางคมนาคมของไทยจะโยงใยไปทั่วประเทศ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นตามเส้นทางคมนาคมที่ผ่าน เช่น มีโรงงานอุตสาหกรรมไปตั้ง เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงงานและการขนส่งที่สะดวกขึ้น จำนวนคนเพิ่มมากขึ้น มีโรงแรม บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล สิ่งเหล่านี้ต้องการแรงงานไปทำงานด้านการให้บริการ ซึ่งเป็นแรงงานจากภาคการเกษตร ทำให้ต่อไปจะไม่มีคนทำงานด้านการเกษตร เพราะคนเหล่านี้จะไปทำงานที่มีเงินเดือนและวันหยุดพักที่ชัดเจน ในอนาคตเราจะไม่มีคนผลิตอาหารในฐานะ “ครัวอาหารของโลก” แต่ต้องซื้ออาหารมารับประทาน สิ่งที่เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพจะทำได้ คือ การไปอยู่ตามคลินิก ที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ หรือตามโรงงาน เพราะกฎหมายแรงงานบังคับให้โรงงานจะต้องมีหน่วยปฐมพยาบาล เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพที่เป็นข้าราชการจะน้อยลง ส่วนพยาบาลมีความต้องการสูงขึ้น โดยปัจจุบันยังขาดพยาบาลอีกประมาณเท่าตัว ดังนั้น ควรผลิตพยาบาลเพิ่มมากขึ้น และมีเจ้าหน้าที่ดูแลด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และดูแลโรงงาน

    เมื่อการคมนาคมครอบคลุมไปทั่วประเทศ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพที่อาจต้องไปเยี่ยมเยียนคนไข้ที่อยู่ตามคอนโดมิเนียม บางบ้านอาจไม่มีคนอยู่บ้าน ความยากในการทำงานก็จะเพิ่มขึ้น คนป่วยและโรคภัยไข้เจ็บจะมีมากขึ้น เนื่องจากการซื้ออาหารรับประทานทำให้มีการปนเปื้อนเชื้อโรค อาจมีการใช้เทคโนโลยีในการติดตามคนไข้ โดยใช้ Application และ Google ในการติดตามอาการคนไข้ในแต่ละบ้าน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพจะต้องศึกษาทางด้านเทคโนโลยีทีเปลี่ยนแปลงด้วย

    นายแพทย์มงคล ณ สงขลา กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า “สิ่งที่เตรียมการคือ ทางด้านกายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย พยาบาล การดูแลด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย พร้อมกับเตรียมตัว เตรียมวิชาชีพ เตรียมกายและใจของเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพให้พร้อมกับการทำงาน เราช่วยคนแล้วมีความสุข เราก็ได้ทำบุญ ถ้าไม่มีความปิติในการช่วยเหลือคนไข้ ก็เสียลมหายใจเปล่าๆ”

    จากนั้น นายแพทย์มงคล ณ สงขลา ได้ตอบคำถามของผู้เข้าร่วมประชุมในประเด็นการผลิตบัณฑิตว่า การสอนนักศึกษาอย่าเน้นตรงความรู้ เพราะความรู้สามารถหาจากตรงไหนก็ได้ แต่ให้สอนปฏิบัติให้มาก ให้นักศึกษาเรียนรู้จากการปฏิบัติ โดยเอาหัวเรื่องมากำหนดกรอบ จากนั้นไปหาความรู้จากแหล่งต่างๆ มาพูดคุย เสวนา แลกเปลี่ยนกัน โดยยกตัวอย่างของประเทศเยอรมนีที่เรียนครึ่งหนึ่งและปฏิบัติครึ่งหนึ่ง

    ประมวลภาพ

    สมพร อิสรไกรศีล ข่าว
    ชลธิชา ปานแก้ว ภาพ

  • ม.วลัยลักษณ์ จัดเวทีประชุมวิชาการระดับชาติ “สหวิทยาการสุขภาพ” ครั้งที่ ๑

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ ร่วมกับ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์และสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “สหวิชาการสุขภาพ” ครั้งที่ ๑ ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุม 4 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    โอกาสนี้ ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วาริท เจาะจิตต์ คณบดีสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ กล่าวรายงาน

    ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด กล่าวว่า การประชุมวิชาการระดับชาติ “สหวิชาการสุขภาพ” ครั้งที่ ๑ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการด้านสุขภาพ จากคณาจารย์ นักวิจัย บุคคลากรทางสุขภาพและนักศึกษาในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตลอดจนนักวิจัยโดยทั่วไป เพื่อสร้างความร่วมมือในการขยายเครือข่ายทางวิทยาการสุขภาพระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับหน่วยงานภายนอก รวมทั้งเพื่อผลักดัน ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัยและสำนักวิชา ตลอดจนการพัฒนานักวิจัยให้กับสังคมไทย อันจะขับเคลื่อนงานวิจัยให้ตอบสนองต่อการพัฒนาของประเทศ

    การประชุมวิชาการระดับชาติ “สหวิชาการสุขภาพ” ครั้งที่ ๑ ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางสุขภาพของท้องถิ่น ในศตวรรษที่ 21″ โดยนายแพทย์ มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “พิษวิทยาโลหะหนัก แนวทางการป้องกันดูแลสุขภาพ Heavy metal toxicity : Prevention and Intervention” โดย ศาสตราจารย์ ดร. สร้อยสังวาล สาตะรักษ์ จาก Queensland University ประเทศออสเตรเลีย การนำเสนอผลงานวิชาการตามกลุ่มย่อย(Session) และการจัดแสดงนิทรรศการโปสเตอร์ผลงานวิจัยด้านต่างๆ

    ประมวลภาพ

     

    วันที่ส่งข่าว 08/07/2559

     

    ภาพข่าวโดย ส่วนประชาสัมพันธ์
  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรเครื่องยิงลูกเทนนิส

    เครื่องยิงลูกเทนนิส

    คำขอเลขที่ 1603001032 ยื่นคำขอเมื่อ 7 มิถุนายน 2559

    ประดิษฐ์โดย: อาจารย์ลัคนา พิมพ์จันทร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ และ นายสุเทพ เหนือคลอง นายช่างเทคนิค ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ผู้ถือสิทธิ: มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ข้อมูลผลงาน: การประดิษฐ์ชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับ

    ในปัจจุบันการฝึกปฏิบัติทักษะกีฬาเทนนิสเป็นการเพิ่มการเรียนรู้ พัฒนาและมีประสบการณ์การเล่นเทนนิสเพิ่มขึ้น แต่การเรียนรู้ด้วยตนเองไม่สามารถพัฒนาทักษะเทนนิสได้ดีเท่ากับการมีอุปกรณ์ที่คอยส่งลูกเทนนิส ที่สามารถส่งลูกเองโดยระบบควบคุมอัตโนมัติ ทำให้ฝึกทักษะได้แม้อยู่คนเดียว การสั่งซื้อและนำเข้าอุปกรณ์กีฬาที่ยังไม่สามารถผลิตในคุณภาพที่ดีและจำหน่ายในราคาถูกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าเครื่องยิงลูกเทนนิสจากต่างประเทศทำให้รัฐบาลไทยสูญเสียรายได้ให้กับนานาประเทศค่อนข้างสูง โดยมีราคาตั้งแต่ 78,000 บาท ถึงราคา 342,000 (บริษัทฟุตบอลไทย มหาชนจำกัด)

    ดังนั้น ทีมนักวิจัยจึงคิดประดิษฐ์และการสร้างเครื่องยิงลูกเทนนิส “วลัยลักษณ์โมเดล” ที่มีราคาถูก รวมทั้งมีประสิทธิภาพการใช้งานได้คล้ายกับเครื่องยิงที่สั่งซื้อในราคาสูงจากต่างประเทศอุปกรณ์เครื่องยิงลูกเทนนิสซึ่งสามารถจ่ายไฟได้นานเกินกว่า 12 ชั่วโมง ทั้งนี้เป็นการทำให้เคลื่อนย้ายเครื่องยิงลูกเทนนิสไปได้สะดวกทุกสนาม ทุกสถานที่ โดยไม่ต้องเสียบสายไฟ การยิงลูกเทนนิส สามารถควบคุมและสั่งงานด้วยระบบรีโมท ไกลในระยะทาง 30 เมตร สามารถบังคับให้ส่งลูกเทนนิสอยู่บริเวณเดียวกันหรือตกใกล้จุดเดิม หรือ สั่งให้ส่งลูกเทนนิสด้านซ้ายและด้านขวาของสนาม ปรับมุมก้มเงยได้  และสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วของลูกเทนนิสได้ ทำให้สะดวกต่อผู้ที่ไปฝึกซ้อมหรือเล่นเทนนิสคนเดียวอย่างยิ่งเพื่อการเรียนการสอนทักษะกีฬาเทนนิส หรือสำหรับฝึกซ้อมและพัฒนาการเล่นกีฬาเทนนิส เหมาะกับนักเรียน นักศึกษาที่สนใจอยากเล่นเทนนิส บุคลากรและนักกีฬาเทนนิส สำหรับใช้ฝึกปฏิบัติทักษะกีฬาเทนนิสเป็นอย่างยิ่ง

    สนใจสอบถามเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการถ่ายทอดเทคโนโลยีติดต่อได้ที่ คุณพรรษกร ฉันทวีโรจน์ โทร. 0-7567-3575 E-mail: lexykusa25@gmail.com

  • สถาบันวิจัยและพัฒนา ม.วลัยลักษณ์ จัดการนำเสนอเอกสารเชิงหลักการ ทุนงบประมาณแผ่นดิน ปีงบประมาณ 2561

    สถาบันวิจัยและพัฒนา  ม.วลัยลักษณ์ จัดการนำเสนอเอกสารเชิงหลักการ ทุนงบประมาณแผ่นดิน ปี 2561 ระหว่างวันที่  27 – 29 มิถุนายน 2559 ณ ห้องประชุม 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย เข้าร่วมการพิจารณาโครงการวิจัยที่เข้ารับการนำเสนอในครั้งนี้

    ประมวลภาพ

  • ประกาศ รายชื่องาน 24: The Best of Both Worlds

    โครงการ นวัตกรรมเพื่อสังคมและชุมชนไทยสู่การตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้คัดเลือกงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ นวัตกรรมบริการวิชาการเพื่อชุมชนสังคม พันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม เข้าโปรแกรม 24: The Best of Both Worlds จากทั้งหมด 41 งานที่แจ้งตอบรับเข้าร่วม ได้แก่

    TF1 เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับชุมชนในการกำจัดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ในก๊าซชีวภาพ (มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์)
    TF2 กระบวนการสร้างการเรียนรู้ในการพัฒนานโยบายชุมชนสู่ตำบลสุขภาวะ (มหาวิทยาลัยพะเยา)
    TF3 การสร้างและทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์แบบต้นทุนต่ำเพื่อกำจัดมลพิษที่เกิดจากการอบใบจากสูบยาของสถานประกอบการใน ต.ปากพูน อ.ปากพูน จ.นครศรีธรรมรา(มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์)
    TF4 การสร้างมูลค่าเพิ่มวัสดุเหลือใช้จากผลิตภัณฑ์ชุมชน (มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี)
    TF5 การจัดการความรู้เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน(มหาวิทยาลัยศิลปากร)
    TF6 การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกรักษ์น้ำของเยาวชนคนกลางน้ำ คลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง (มหาวิทยาลัยทักษิณ)
    TF7 การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ลุ่มน้ำคลองป่าพะยอม-ท่าแนะ จังหวัดพัทลุง (มหาวิทยาลัยทักษิณ)
    TF8 การบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต คน ลุ่มน้ำอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาคลองป่าพะยอม-คลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง (มหาวิทยาลัยทักษิณ)
    TF9 การใช้ประโยชน์พืชภูมิปัญญาริมน้ำเพื่อสุขภาพชุมชนลุ่มน้ำคลองท่าแนะ กรณีต้นน้ำ-กลางน้ำ คลองท่าแนะ (มหาวิทยาลัยทักษิณ)
    TF10 การสร้างมูลค่าเพิ่มของเห็ดตับเต่าโดยการยืดอายุการเก็บรักษาและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ)
    TF11 การยกระดับผลิตภัณฑ์แปรรูปเห็ดตับเต่าเชิงการค้าสู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ)
    TF12 การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์คลองโพธิ์ ของประชน ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ)
    TF13 การพัฒนาการผลิตมันเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ)
    TF14 ความหลากหลายของพันธุ์ข้าวพื้นเมืองเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารสุขภาพของจังหวัดฉะเชิงเทรา (มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์)
    TF15 รูปแบบการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง ส้มโอ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้สำหรับครูในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐมเขต 2 (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม)
    TF16 วัฒนธรรมครอบครัวในการดูแลสุขภาพทารกของชนเผ่าภูไท จังหวัดนครพนม (มหาวิทยาลัยนครพนม)
    TF17 การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรม กรณีศึกษา: กลุ่มผลิตภัณฑ์มีดพร้านาถ่อน จังหวัดนครพนม (มหาวิทยาลัยนครพนม)
    TF18 กระบวนการสืบค้นอัตลักษณ์ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชนพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
    (มหาวิทยาลัยนครพนม)
    TF19 ผลกระทบด้านสุขภาพจากมลพิษทางอากาศต่อชุมชนรอบเขตอุตสาหกรรมสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา)
    TF20 สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สำหรับการอนุรักษ์ข้าวไร่ในอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา กับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา)
    TF21 ความท้าทายของการพัฒนาท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย (มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น)
    TF22 การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมสําหรับชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท ในพื้นที่ตําบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ (มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น)
    TF23 รูปแบบการใช้ชีวิตตามลำพังของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาผู้สูงอายุในจังหวัดศรีสะเกษ (มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ)
    TF24 ข้าวไร่: พืชเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์)

    เจ้าของผลงานทั้ง 24 นี้ จะได้รับการหนุนเสริมให้พัฒนาต้นฉบับ บทความ ส่งวารสารนานาชาติตามฐานข้อมูล ISI ได้ภายใน 24 สัปดาห์ (สัปดาห์ที่ 1 เริ่มต้นวันที่ 4 กรกฎาคม)

  • Walailak J Sci &Tech เลื่อนขึ้นสู่ Quartile 2 ในฐานข้อมูล SCOPUS

    วารสาร Walailak Journal of Science and Technology ได้รับการเลื่อนขึ้นสู่ Quartile 2 (Q2) ของวารสารประเภท Multidisciplinary ในฐานข้อมูล SCOPUS (โดย 2 ปีที่ผ่านมาอยู่ใน Q3) และ ได้รับค่า SJR (SCImago Journal Rank) เท่ากับ 0.199 จากการประกาศ ปีล่าสุด ซึ่งเป็นค่าสูงลำดับที่ 11 ของวารสารไทย (ลดลงจากอันดับที่ 10 และ SJR เท่ากับ 0.207 ในปีที่แล้ว)

    วารสารในฐานข้อมูล Scopus จะมีค่า SJR และได้รับการจัดอันดับในกลุ่มหมวดหมู่ในแต่ละสาขาวิชา ซึ่งแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม ที่เรียกว่า Quartile Score (Q)
    Q1 = top postion (highest 25% of data) เป็นกลุ่มวารสารที่ดีที่สุดในสาขานั้น
    Q2 = middle-high postion (อยู่ระหว่าง top 50% และ top 25%)
    Q3 = middle-low postion (อยู่ระหว่าง top 75% และ top 50%)
    Q4 = bottom position (bottom 25%)

    ปัจจุบันไม่มีวารสารใดจากประเทศไทยที่อยู่ใน Q1 และมีเพียง 5 วารสาร ที่อยู่ใน Q2 (รวมทั้ง Walailak Journal of Science and Technology)

    สถาบันวิจัยและพัฒนา ขอขอบพระคุณ รศ.ดร. เดวิด เจมส์ ฮาร์ดิง อดีตบรรณาธิการที่ยังคงเป็นที่ปรึกษาและดูแลด้านภาษา, รองบรรณาธิการ 4 ท่าน คือ ผศ.ดร. ปิยะพงศ์ โชติพันธุ์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร, ดร. ปิลันธน์ แสนสุข สำนักวิชาวิทยาศาสตร์, ผศ.ดร. ศราวุธ ปาลิโภชน์ สำนักวิชาแพทยศาสตร์, ผศ. เยาวเรศ ศิริสถิตย์กุล สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ ที่ร่วมรับผิดชอบบทความที่ส่งเข้ามามากกว่า 60 เรื่องต่อเดือนในปัจจุบัน รวมทั้ง ผู้ทรงคุณวุุฒิจากหลากหลายประเทศ ที่ร่วมเป็น Editorial board, Guest Editor, Reviewer แบบจิตอาสา และ นักวิจัยที่เลือกเผยแพร่ผลงานในวารสารและอ้างถึง (cite) บทความในวารสาร

    ————————————————————————————

    28 อันดับค่า SJR วารสารไทย ในฐานข้อมูล SCOPUS (http://www.scimagojr.com/journalrank.php?country=TH&year=2015)

    1) Asian Pacific Journal of Cancer Prevention 0.641 (อันดับปีที่แล้ว 1)
    2) Asian Pacific Journal of Allergy and Immunology 0.560 (อันดับปีที่แล้ว 2)
    3) Phuket Marine Biological Center Research Bulletin 0.536 (อันดับปีที่แล้ว 5)
    4) Southeast Asian Journal of Tropical Medicine and Public Health 0.423 (อันดับปีที่แล้ว 4)
    5) Maejo International Journal of Science and Technology 0.263 (อันดับปีที่แล้ว 12)
    6) Chiang Mai Journal of Science 0.254 (อันดับปีที่แล้ว 13)
    7) Journal of the Medical Association of Thailand 0.245 (อันดับปีที่แล้ว 9)
    8) Geotechnical Engineering 0.240 (อันดับปีที่แล้ว 3)
    9) Engineering Journal 0.227 (อันดับปีที่แล้ว 6)
    10) International Energy Journal 0.212 (อันดับปีที่แล้ว 18)
    11) Walailak Journal of Science and Technology 0.199 (อันดับปีที่แล้ว 10)
    12) ScienceAsia 0.193 (อันดับปีที่แล้ว 14)
    13) EnvironmentAsia 0.190 (อันดับปีที่แล้ว 15)
    14) Thai Journal of Mathematics 0.182 (อันดับปีที่แล้ว 11)
    15) Thai Journal of Veterinary Medicine 0.180 (อันดับปีที่แล้ว 17)
    16) International Journal of Geoinformatics 0.177 (อันดับปีที่แล้ว 7)
    17) Songklanakarin Journal of Science and Technology 0.171 (อันดับปีที่แล้ว 8)
    18) Buffalo Bulletin 0.169 (อันดับปีที่แล้ว 24)
    19) Chiang Mai University Journal of Natural Sciences 0.150 (อันดับปีที่แล้ว 21)
    20) Transactions on Electrical Engineering, Electronics, and Communications 0.147 (อันดับปีที่แล้ว 23)
    21) Kasetsart Journal – Natural Science 0.145 (อันดับปีที่แล้ว 19)
    22) International Agricultural Engineering Journal 0.143 (อันดับปีที่แล้ว 14)
    23) Asian Biomedicine 0.137 (อันดับปีที่แล้ว -)
    24) Asia-Pacific Population Journal 0.122 (อันดับปีที่แล้ว 26)
    25) Thai Journal of Pharmaceutical Sciences 0.112 (อันดับปีที่แล้ว 22)
    26) GA 2012 – 5th Asian Regional Conference on Geosynthetics: Geosynthetics for Sustainable Adaptation to Climate Change 0.108 (อันดับปีที่แล้ว -)
    27) Kasetsart Journal – Social Sciences 0.107 (อันดับปีที่แล้ว 16)
    28) Thai Journal of Agricultural Science 0.103 (อันดับปีที่แล้ว 25)

  • รายการ หนึ่งในพระราชดำริ ร่วมประชาสัมพันธ์ ม. วลัยลักษณ์ และความร่วมมือของเครือข่ายวิจัยภาคใต้

    รายการ หนึ่งในพระราชดำริ ตอนวิทยาศาสตร์โบราณคดี ที่ออกอากาศ ทาง ช่อง 9 MCOT HD ได้ร่วมประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผ่าน บทสัมภาษณ์คณาจารย์และนักศึกษา ที่แสดงมุมมองประสานความร่วมมือ ข้ามศาสตร์ และ ข้ามสถาบัน สู่พรมแดนใหม่ทางวิชาการไทย อีกทั้งยังถ่ายทอดความสวยงามของอาคารสถานที่ผ่านรายการอีกด้วย

    ผู้สนใจสามารถรับชมรายการย้อนหลัง ได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=FzrTUQj-Q_I