Author: wichukorn.dn

  • 12 กรกฎาคม 2561 : ขอเชิญเข้าร่วมโครงการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ “ก้าวแรกสู่การขอรับทุนและการเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ของ สกว. (พ.ศ. 2562-2564)” สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม

    โครงการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ “ก้าวแรกสู่การขอรับทุนและการเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ของสกว. (พ.ศ. 2562-2564)” สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม จัดการบรรยายพิเศษและตอบข้อซักถามโดยผู้ทรงคุณวุฒิในหัวข้อเรื่อง “โจทย์วิจัยและการเขียน research proposal ที่ดีในด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม” ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ลงทะเบียนได้ที่ https://goo.gl/forms/RpwBjtQ8vs9huJQ83

    ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 เวลา 16.30 น.เท่านั้น!!

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 097-259 1646, 
    trf.newresearchers@gmail.com

    แบบแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรม

  • ศูนย์ความเป็นเลิศฯนำเสนอผลงาน”การพัฒนาระบบออกแบบรูปแบบการเลื่อย ระบบควบคุมการอัดน้ำยา ระบบควบคุมการอบและเตาอบไม้ตันแบบ สำหรับการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม”

    ศูนย์ความเป็นเลิศฯนำเสนอผลงาน”การพัฒนาระบบออกแบบรูปแบบการเลื่อย ระบบควบคุมการอัดน้ำยา ระบบควบคุมการอบและเตาอบไม้ตันแบบ สำหรับการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม”

     

    รองศาสตราจารย์ ดร. นิรันดร มาแทน หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และคณะวิจัย ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัสวดี กุลบุญ ก่อเกื้อ นายทวีศิลป์ วงศ์พรต นายวีระชาติ รานวล และนายจิรพงศ์ กาละกาญจน์ เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยจากโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาระบบออกแบบรูปแบบการเลื่อย ระบบควบคุมการอัดน้ำยา ระบบควบคุมการอบและเตาอบไม้ตันแบบ สำหรับการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม” เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2561 ในการประชุม “อนาคตประเทศไทย โจทย์วิจัยเพื่อประชาชน” ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 4 แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

    ในงานนี้ทางคณะวิจัยได้นำเสนอ “DryWooD” ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาขึ้นช่วยให้โรงงานสามารถควบคุมสภาวะการอบในเตาอบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยระบบที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถควบคุมการอบไม้ยางพาราอัตโนมัติผ่านทางไมโครคอนโทลเลอร์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งต่อกันด้วยระบบไร้สาย ระบบสามารถควบคุมการอบได้พร้อมกัน ผู้ใช้สามารถตั้งโปรแกรมควบคุมการอบไม้ในรูปแบบต่าง ๆ ได้โดยการควบคุมสามารถทำได้จากไมโครคอนโทลเลอร์ที่หน้าเตาอบ หรือจากคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุม ทั้งยังสามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งระหว่างการอบได้หากการอบในขั้นตอนนั้นยังไม่เสร็จสิ้น ระบบมีหน่วยความจำสำรอง มีระบบเก็บข้อมูล ทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการอบไม้ของตนเองได้

    ข่าวโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้

  • อ.ภก.ดร. กรวิทย์ อยู่สกุล : เชี่ยวชาญด้านเภสัชเวท(ศาสตร์ด้านสาระสำคัญของพืชสมุนไพร)

    อ.ภก.ดร. กรวิทย์ อยู่สกุล : เชี่ยวชาญด้านเภสัชเวท(ศาสตร์ด้านสาระสำคัญของพืชสมุนไพร)

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ อยู่สกุล อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เชี่ยวชาญด้านเภสัชเวท(ศาสตร์ด้านสาระสำคัญของพืชสมุนไพร) คาดหวังว่า จะมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยในการรักษาและป้องกันโรค บนพื้นฐานการแพทย์เชิงประจักษ์ 

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนบ้านถ้ำผึ้ง อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนสุราษฏร์ธานี 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี-โท จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho : MEXT) เพื่อศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Kyushu ประเทศญี่ปุ่น โดยในปี 2560 ได้รับรางวัลศิษย์เก่าแห่งความภาคภูมิใจจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และรางวัลผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลงานวิจัยยอดเยี่ยมจากมหาวิทยาลัย Kyushu ประเทศญี่ปุ่น 

    หลังจากสำเร็จการศึกษา อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ ได้มาเป็นอาจารย์ที่สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2560 โดยได้เล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมาในชีวิต นอกจากมีพ่อแม่ที่ดีคอยสนับสนุนแล้ว ยังมีครูที่ดีคอยให้คำแนะนำและแนะแนวทางด้านการศึกษา ส่งเสริมความคิด ความฝันและอุดมการณ์ ทำให้ทุกก้าวย่างของชีวิตเพื่อไปยังจุดหมายมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับ จนวันหนึ่งเมื่อประสบความสำเร็จด้านการเรียน จึงเลือกอาชีพการเป็นครู/อาจารย์ เพราะต้องการใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีเป็นสะพาน แนวทาง และสนับสนุนให้นักศึกษาได้กล้าที่จะก้าวเดินตามความฝันและอุดมการณ์ของตน เหมือนกับครั้งที่เคยเป็นนักเรียนและนักศึกษา 

    ขณะเดียวกัน ด้านการสอนนักศึกษา จะใช้ตัวเองเป็นพี่เลี้ยง ให้นักศึกษาได้เรียน ได้ทำ ตามความอยากรู้ อยากทำ ในรูปแบบของตน ปลูกฝังให้นักศึกษามีจิตใจสาธารณะ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาสังคมโดยเฉพาะปัญหาเรื่องการใช้ยา และสุขภาพของคนไทย 

    ด้านการวิจัย อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ เล่าว่า เป็นความชอบส่วนตัวในลักษณะเนื้องานและกระบวนการทำงาน แต่การเลือกหัวข้องานวิจัยนั้น นอกจากเป็นเรื่องที่สนใจและถนัดแล้ว ผลงานวิจัยที่ได้ทำ ควรจะมีส่วนในการแก้ไขปัญหาสังคมในวงกว้าง หรือทำให้สังคมมีการพัฒนาขึ้น เมื่องานวิจัยนั้นเกิดประโยชน์ต่อสังคมแล้ว ถือเป็นความคุ้มค่าในการทุ่มเทแรงกาย พลังสมอง และงบประมาณในการดำเนินงานวิจัยนั้น 

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ มีความเชี่ยวชาญทางด้านเภสัชเวท (ศาสตร์ด้านสารสำคัญของพืชสมุนไพร) ของวิทย์ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสมุนไพร การพัฒนาแอนติบอดี (polyclonal, monoclonal, and recombinant antibody) และการพัฒนาวิธีวิเคราะห์ทางภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassays) ซึ่งการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสมุนไพรมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการผลิตสารออกฤทธิ์ของสมุนไพร โดยเฉพาะสมุนไพรที่ใช้เวลาการเพาะปลูกนาน และความต้องการของตลาดสูง การพัฒนาแอนติบอดี เน้นที่การผลิตแอนติบอดีต่อสารที่ออกฤทธิ์ทางยา เพื่อใช้ในการพัฒนาวิธีวิเคราะห์ทางภูมิคุ้มกันวิทยา เช่น enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) และ immunochromatographic assay (ICA) strip ซึ่งวิธีเหล่านี้มีความไวและความจำเพาะในการวิเคราะห์สูง และไม่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ ดังนั้นจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยกับผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม 

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ เล่าต่อว่า มีความสนใจด้านสมุนไพรเพื่อการรักษาหรือป้องกันโรคบนพื้นฐานการแพทย์เชิงประจักษ์ โดยผู้บริโภคจะได้รับผลการรักษาและความปลอดภัยของการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเหล่านั้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูก การควบคุมคุณภาพ การผลิตและการใช้สมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงการติดตามและเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ จึงมีแนวคิดในการใช้ศาสตร์ด้านเภสัชเวทที่เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยให้กระบวนการเหล่านี้มีความเหมาะสมมากขึ้น และคาดหวังว่า สุดท้ายจะมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยในการรักษาและป้องกันโรค ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายมาก 

    เมื่อพูดถึงความภาคภูมิใจเกี่ยวกับงานวิจัย อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ เล่าว่า เป็นความภูมิใจในงานวิจัยที่เคยทำระหว่างการศึกษาระดับปริญญาโท ซึ่งเป็นการพัฒนาแอนติบอดีเพื่อตรวจวิเคราะห์สารสำคัญของกวาวเครือขาว ซึ่งต่อมาได้ถูกนำไปใช้จริง เพื่อตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบกวาวเครือขาวที่จะส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์กวาวเครือขาว ทั้งยังได้นำความรู้ไปช่วยแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสกัดสารสำคัญของหัวกวาวเครือขาว ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์กวาวเครือขาวมีคุณภาพสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับผลการรักษาและความปลอดภัยจากการใช้กวาวเครือขาวเพื่อบรรเทาอาการวัยทองอีกด้วย 

    นอกจากนี้ ในปี 2559 ได้รับรางวัล Egon-Stahl Award in Bronze 2016 จาก the Society for Medicinal Plant and Natural Product Research (GA) ที่ประเทศเดนมาร์ก เพื่อเชิดชูเกียติทางด้านการพัฒนาแอนติบอดีเพื่อใช้วิเคราะห์สารสำคัญของสมุนไพร และในปี 2561 ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 ของตัวแทนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม 10th HOPE Meeting with Nobel Laureate ที่เมือง Yokohama ประเทศญี่ปุ่น สนับสนุนทุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ Japan Society for the Promotion of Science (JSPS) 

    “แรงบันดาลใจ หรือ inspiration” ถ้าสามารถสร้างให้กับใครได้แล้ว จะเป็นแรงผลักดันให้กับคนคนนั้นไปตลอดชีวิต ดังนั้นเป้าหมายการสอนของอาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ คือการสร้างแรงบันดาลใจจากภายในของนักศึกษา พร้อมทั้งสนับสนุนให้นักศึกษาได้ก้าวไปในแนวทางที่ต้องการและเกิดประโยชน์ต่อสังคม ส่วนเรื่องงานวิจัยยังคงเน้นที่การพัฒนาสมุนไพรให้มีคุณภาพสูงขึ้น เพื่อให้สมุนไพรไทยสามารถใช้รักษาโรคได้จริง และมีความปลอดภัย 

    อาจารย์ ภก.ดร. กรวิทย์ อยู่สกุล อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะอาจารย์รุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทั้งด้านการสอนและการทำวิจัย 

    ประวัติและผลงาน 

    สมพร อิสรไกรศีล ส่วนสื่อสารองค์กร เรียบเรียง


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • Vision

    Main Purposes:
    1. To become a leading research university, where new knowledge is created, among the top research universities in the world.
    2. To become a research university, solving problems and responding to the needs of local communities in upper Southern Region.

    Vision “3 L”:
    Institute of Research and Innovation at Walailak University will be the “location” for producing research, be the “local developer” for sustainable development of our local communities and become one of the world’s “leading” research-intensive universities.

    Mission:
    Support and promote researches which will help solving problems of our local communities.  The institute will also support researches that create new knowledge and promote researches as our learning process.

    University Research Policy :
    Walailak University supports the researches with “NAB (National Area-Based) Policy”, which means the university supports researches that focus on the Southern Region of Thailand. The purpose is to develop useful knowledge to apply for Thai society and to create new knowledge for world academic society.  University has external funding sources to support both basic and applied researches. These will help to reach our goal of academic excellence.

    Institute of Research and Innovation Policy:
    To support area-based researches in order to respond to the needs of our upper Southern Region local communities, to develop researches with new knowledge to become one of the leading research universities in the world, and to promote researches as the learning process. Therefore, research management is usually involved with academic service. There will be the balance between basic and applied researches which can solve problems or can support development of the communities.

  • ผู้บริหารและบุคลากรเข้าร่วมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    ผู้บริหารและบุคลากรเข้าร่วมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ยุวดี วิทยพันธ์ ผอ.สถาบันวิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับทีมงานฝ่ายวิจัยเชิงพื้นที่ นักวิจัยลุ่มน้ำปากพนัง เข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปี พ.ศ.2561 ณ โรงแรมเดอะพีค บูติค อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช

    ข่าวโดย ผศ.ดร.ยุวดี วิทยพันธ์

  • นักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นำเสนอผลงานต่อคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

    นักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นำเสนอผลงานต่อคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

    คณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 14 คน นำโดย พลเอกปัญจะ ธรรมศรี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หัวหน้าคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เยี่ยมชมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมหารือความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เพื่อแสวงหาข้อมูลและแนวทางการสนับสนุนการดำเนินการด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่งานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา โดยให้การต้อนรับ ณ ห้องตุมปัง อาคารบริหาร 

    ศาสตราจารย์ น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวต้อนรับ และพูดคุย “ภาพรวมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศักยภาพ ผลงาน ความสำเร็จด้านงานวิจัย” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิยม กำลังดี รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม อาจารย์ ดร. นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม และนักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอผลงานวิจัย 

    สำหรับนักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่ร่วมนำเสนอต่อคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประชิด สระโมฬี เรื่อง ปืน มีดยางพารา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรสา ภัทรไพบูลย์ชัย เรื่อง เสื้อเกราะยางพารา/ชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์ รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนพงศ์ เกิดทองมี เรื่อง ระบบให้บริการการตรวจการ เพื่อตรวจจับผู้บุกรุกจากกล้องวงจรปิด โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมแบบลึก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุรักษ์ ถุงทอง เรื่อง ควบคุมเครื่องเปิด-ปิดแอร์ด้วยซอฟแวร์ รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษณะเดช เจริญสุธาสินี เรื่อง Drone / เซ็นเซอร์ IoT รองศาสตราจารย์ ดร.พูลพงษ์ บุญพราหมณ์ เรื่อง Ar mug ใช้ซ้อนภาพ 3 มิติ ในวัตถุต่าง ๆ Ar cards เป็นเทคนิคที่ใช้ในการซ้อนข้อความหรือรูปภาพไปกับเอกสาร Face detection เป็นเทคนิคการจับใบหน้าตัวบุคคลแปลกปลอมในองค์กร Ar logic gate เป็นเทคนิคประมวลผลข้อมูลโดยสามารถปรับเปลี่ยนค่าตัวแปรได้ 

    ภาพกิจกรรม

    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
     
  • 26-28 พฤศจิกายน 2561 ประชุมวิชาการรับใช้สังคมระดับนานาชาติ

    มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำหนดจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “The 4th AsiaEngage Regional Conference (AE) 2018 ” Theme: Rising to the Challenge of SDGs in Asia through University-Community Engagement ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2561 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่

    ผู้สนใจลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ http://asiaengage2018.cmu.ac.th 

  • 5-6 กันยายน 2561 : ขอเชิญเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “สนุกกับงานวิจัยด้วย Microsoft Excel 2013”

    มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “สนุกกับงานวิจัยด้วย Microsoft Excel 2013” ในวันที่ 5-6 กันยายน 2561 ณ ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ 620 อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 6 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กทม.

    ผู้สนใจลงทะเบียนได้ที่ http://bdm.si.mahidol.ac.th/Excel2018 

  • ขอเชิญเข้าร่วมโครงการค่ายฝึกอบรมสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ด้านยางพาราระดับอุดมศึกษา

    สถาบันการยางแห่งประเทศไทย ขอเชิญเข้าร่วมโครงการค่ายฝึกอบรมสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ด้านยางพาราระดับอุดมศึกษา ในหัวข้อ การประกวดโครงการร่างงานวิจัยนวัตกรรมเครื่องมือเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำยาง 

    ผู้สนใจดุรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rubber.co.th