Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม

  • ขอเชิญสมัครเข้าร่วมโปรแกรม 24 เพื่อนำงานวิชาการรับใช้สังคมส่งวารสารนานาชาติใน 24 สัปดาห์

    โครงการ “นวัตกรรมเพื่อสังคมและชุมชนไทยสู่การตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ” ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ขอเชิญนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ นวัตกรรมบริการวิชาการเพื่อชุมชนสังคม พันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม สมัครเข้าร่วมโปรแกรม 24: The Best of Both Worlds เพื่อพัฒนาต้นฉบับ 24 บทความจากทั่วประเทศไทย ให้สามารถส่งวารสารนานาชาติตามฐานข้อมูล ISI ได้ภายใน 24 สัปดาห์

    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด เพิ่มเติมได้จาก Facebook: Walailak Journal และแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโดย ส่งอีเมลล์ระบุชื่อนักวิจัย สถาบันการศึกษา และชื่อผลงาน ไปยัง ดร. ธนิดา เจริญสุข อีเมลล์ thanida.chrs@gmail.com ได้ตั้งแต่วันที่ 1-24 มิถุนายน 2559

    ———————————-
    24 คำถามเกี่ยวกับ 24: The Best of Both Worlds

    คำถาม 1: 24 คืออะไร?
    ตอบ: เป็น “Process” กระบวนการหนุนเสริม ให้งานวิจัยเชิงพื้นที่ งานวิชาการรับใช้สังคม ส่งวารสารนานาชาติพิจารณาได้ใน 24 สัปดาห์

    คำถาม 2: เป็น การอบรมบรรยายเกี่ยวกับวิธีการเขียนบทความวิจัย ใช่ไหม?
    ตอบ: ไม่ใช่ เพราะ การฟังบรรยายเรื่องการเขียน ไม่ได้รับประกันว่าจะเขียนบทความส่งได้

    คำถาม 3: เป็น ค่ายเก็บตัวเขียน paper ใช่ไหม?
    ตอบ: ไม่ใช่ เพราะ การกักตัวคนไว้ 24 ชั่วโมง มีคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่เขียนบทความส่งได้ การกักตัวคนไว้ 24 วัน ผิดกฎหมายและใช้งบประมาณสูง

    คำถาม 4: แล้วจะเกิดอะไรบ้าง ใน 24 สัปดาห์?
    ตอบ: “Process occurs in real time” โดยผู้เข้าร่วมไม่ต้องเดินทางจากภูมิลำเนา สามารถทำควบคู่ไปกับภารกิจและกิจวัตรปกติ
    -เริ่มจากสร้างสัญญาใจ ที่จะฝ่าฟันอุปสรรคสู่เป้าหมายร่วมกัน ที่จะมีส่วนยกระดับงานวิชาการรับใช้สังคมของไทยสู่นานาชาติ
    -ใช้เฟซบุ๊ค ในการแชร์แนวปฏิบัติในการเขียนพัฒนาต้นฉบับ ช่องทางในการตีพิมพ์ รวมทั้ง หลายสิ่งที่ไม่พบเห็นกันมาก่อนแต่ช่วยสร้างพลังและทักษะที่จำเป็นสู่เป้าหมายร่วม
    -ใช้อีเมลล์สื่อสาร ติดตามผลงานรายกรณีเพื่อวิเคราะห์ต้นฉบับ-ผู้เขียน-งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง-วารสาร ตรวจภาษา ตรวจแนะนำต้นฉบับร่างเพื่อการปรับปรุง จนสามารถส่งบทความวารสารพิจารณาได้

    คำถาม 5: ใครที่ควรจะสมัคร?
    ตอบ: อาจารย์ นักวิจัยที่พิสูจน์ตนเองแล้วว่ามีงานวิชาการที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ แต่ที่ผ่านมาเหตุปัจจัยยังไม่เอื้อให้มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ

    คำถาม 6: The Best of Both Worlds ในชื่อ สื่อถึงอะไร?
    ตอบ: คุณประโยชน์ 2 ด้าน จากงานวิจัยหนึ่งเดียว (ตีพิมพ์ได้-ให้ประโยชน์ชุมชนด้วย)

    ถามและติดตามอ่านคำตอบที่เหลือได้ ที่ Facebook: Walailak Journal

  • อาจารย์สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ได้รับเกียรติเป็นผู้ประเมินให้กับวารสารโบราณคดี ชั้นนำของโลก

    ดร. วัณณสาส์น นุ่นสุข อาจารย์สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ได้รับเชิญเป็นผู้ประเมินพิจารณาบทความ ให้กับวารสาร Antiquity ซึ่งเป็นวารสารวิชาการชั้นนำทางด้านโบราณคดี ที่จัดพิมพ์โดย Cambridge University Press ต่อเนื่องยาวนานสู่ปีที่ 90 และมีค่า journal impact factor ล่าสุด 1.717

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สนับสนุนการวิจัยด้านโบราณคดี ให้เชื่อมโยงกับการเรียนการสอน โดยได้รับทุนวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้ง ทุนการศึกษาวิจัยโบราณคดี ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกษม ลิ่มวงศ์ ที่นายแพทย์ชนินท์ ลิ่มวงศ์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล มอบให้แก่หน่วยวิจัยโบราณคดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อจัดสรรให้นักศึกษาได้ศึกษาวิจัยทางด้านโบราณคดี ปีละ 450,000 บาท โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    ผู้สนใจสามารถติดต่อ สอบถาม และปรึกษาหัวข้อวิจัย ได้จาก ดร. วัณณสาส์น นุ่นสุข (wn35@cornell.edu)

  • ม. วลัยลักษณ์ สนับสนุนงบประมาณให้กับ 26 ศูนย์-หน่วย-กลุ่มวิจัยในปี2559

    จากการประชุม คณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนอุดหนุนและติดตามประเมินผลการวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครั้งที่1/2559 ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา ได้พิจารณางบประมาณสนับสนุน กลุ่มวิจัย-หน่วยวิจัย-ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ จากผลดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ-หน่วยวิจัย-กลุ่มวิจัย เดิมรวม 25 หน่วย และ ผลประเมินข้อเสนอโครงการจัดตั้ง หน่วยวิจัย-กลุ่มวิจัย ใหม่รวม 7 หน่วย

    ผลสืบเนื่องจากการประชุมทำให้ ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ-หน่วยวิจัย-กลุ่มวิจัย ของมหาวิทยาลัยได้รับทุนสนับสนุนพร้อมกัน 26 ทุน ในปี2559 ได้แก่

    ทุนกลุ่มวิจัย

    1. กลุ่มวิจัยนวัตกรรมด้านการจัดการและพันธกิจเพื่อสังคม (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาการจัดการ
    2. กลุ่มวิจัยอิสลามศึกษาและการพัฒนาชุมชนมุสลิมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาศิลปศาสตร์
    3. กลุ่มวิจัยการเคลื่อนย้ายของผู้คนในยุคโลกไร้พรมแดน (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาศิลปศาสตร์
    4. กลุ่มวิจัยการดูแลสุขภาวะชุมชน (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
    5. กลุ่มวิจัยโรคเขตร้อนและโรคติดเชื้อปรสิต (กลุ่มวิจัยใหม่) สำนักวิชาแพทยศาสตร์
    6. กลุ่มวิจัยเพื่อพยากรณ์ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคในชุมชนและผลกระทบต่อสุขภาพ (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    7. กลุ่มวิจัยพยาธิชีววิทยาของเซลล์และเนื้อเยื่อ (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาแพทยศาสตร์
    8. กลุ่มวิจัยนวัตกรรมการเพาะเลี้ยงปลานิล (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    9. กลุ่มวิจัยการสร้างแบบจำลองทางทฤษฎีและการคำนวณ (ก่อตั้งปี 2557) สำนักวิชาวิทยาศาสตร์

    ทุนหน่วยวิจัย

    10.หน่วยวิจัยทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (หน่วยวิจัยใหม่) สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
    11. หน่วยวิจัยมนุษยพันธุศาสตร์ (หน่วยวิจัยใหม่) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    12. หน่วยวิจัยพิษวิทยาและโรคติดเชื้อ (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    13. หน่วยวิจัยการสาธารณสุขเชิงบูรณาการ (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    14. หน่วยวิจัยปาล์มน้ำมัน (ก่อตั้งปี 2558) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    15. หน่วยวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องสำอาง (พัฒนาจาก กลุ่มวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องสำอาง ที่ก่อตั้งปี 2557)สำนักวิชาเภสัชศาสตร์
    16. หน่วยวิจัยอาหารเพื่อสุขภาพ (ก่อตั้งปี 2556) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    17. หน่วยวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก (พัฒนาจาก กลุ่มวิจัยการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชน ที่ก่อตั้งปี2556) สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
    18.หน่วยวิจัย การบริโภคและเศรษฐกิจยั่งยืน (พัฒนาจากกลุ่มวิจัยการบริโภคและเศรษฐกิจยั่งยืน ที่ก่อตั้งปี 2554) สำนักวิชาการจัดการ
    19. หน่วยวิจัย นวัตกรรมด้านสารสนเทศ (ก่อตั้งปี 2553) สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์
    20. หน่วยวิจัย ชีวเวชศาสตร์ (ก่อตั้งปี 2554) สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
    21. หน่วยวิจัย ไม้ผลเขตร้อน (ก่อตั้งปี 2547) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    22. หน่วยวิจัย เทคโนโลยีโมเลกุล (แยกจาก หน่วยวิจัยฟิสิกส์ทดลอง ที่ก่อตั้งปี 2545) สำนักวิชาวิทยาศาสตร์

    ทุนศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ

    1. ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ ด้านกุ้ง (พัฒนาจาก หน่วยวิจัย กุ้ง ที่ก่อตั้งปี 2551) สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    2. ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ ด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ (พัฒนาจาก หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ ที่ก่อตั้งปี 2545) สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
    3.ศูนย์ความรู้เฉพาะด้านนิเวศวิทยาพยากรณ์และการจัดการ (พัฒนาจาก หน่วยวิจัยระบบซับซ้อน ที่ก่อตั้งปี 2545) สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
    4. ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ ด้านนวัตกรรมฟิสิกส์ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมเกษตร (แยกจาก หน่วยวิจัยฟิสิกส์ทดลอง ที่ก่อตั้งปี 2545)สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร

    ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ-หน่วยวิจัย-กลุ่มวิจัย เหล่านี้ ต้องผ่านการตรวจสอบหลักฐานค่าใช้จ่ายงบประมาณปีที่ผ่านมา (สำหรับศูนย์/หน่วย/กลุ่มเก่า) และ แก้ไขข้อเสนอการจัดตั้งหน่วยตามผลประเมิน (สำหรับหน่วย/กลุ่มที่ตั้งใหม่) และ สรุปการปรับเปลี่ยนเพิ่ม-ลดสมาชิกสำหรับการดำเนินงานในปี 2559 ก่อนที่สถาบันวิจัยและพัฒนา โดย คุณแก้วใจ สุขสอาด จะประสานการลงนามในสัญญารับทุนต่อไป

    อนึ่ง การจัดตั้งหน่วยวิจัยในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารมหาวิทยาลัยในปี 2545 ที่ส่งเสริมการทำงานวิจัยร่วมกัน ในแบบบูรณาการศาสตร์ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการในประเด็นที่ 1)ตอบสนองความต้องการในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ให้เกิดSocial Engagement และ/หรือ 2) มุ่งสู่มาตรฐานระดับนานาชาติ ให้มีส่วนนำมหาวิทยาลัยสู่ World Ranking โดยอาศัยประโยชน์จากการรวมบริการประสานภารกิจ ภายใต้การดูแลของสถาบันวิจัยและพัฒนา ให้ข้ามพ้นอุปสรรคในการทำงานวิจัยระหว่างสาขา สำนักวิชา และหน่วยงาน จนในปี 2552 มหาวิทยาลัยได้ออกประกาศสนับสนุนกลุ่มวิจัยซึ่งดำเนินการในลักษณะเดียวกับหน่วยวิจัย แต่มีขนาดเล็กกว่า และหน่วยวิจัยความเป็นเลิศ ซึ่งกลายมาเป็น ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ ในปี 2557 สำหรับหน่วยวิจัยที่มี Social impact สร้างความโดดเด่นให้กับมหาวิทยาลัยได้

  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรเทคนิคการเลี้ยงเชื้อสเตรปโตมัยซีทในหลอดทดลองเพื่อลดระยะเวลาในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ

    เทคนิคการเลี้ยงเชื้อสเตรปโตมัยซีทในหลอดทดลองเพื่อลดระยะเวลาในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรเทคนิคการเลี้ยงเชื้อสเตรปโตมัยซีทในหลอดทดลองเพื่อลดระยะเวลาในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ คำขอเลขที่ 1503002065 ยื่นคำขอเมื่อ 30 พ.ย.58

    ประดิษฐ์โดย: รศ.ดร.มณฑล เลิศคณาวนิชกุล และ นายกิจติศักดิ์ ชววิสิฐ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ผู้ถือสิทธิ: มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ข้อมูลผลงาน: สืบเนื่องจากสเตรปโตมัยซีทเป็นแบคทีเรียแกรมบวกรูปท่อนที่มีลักษณะการเจริญเติบโตคล้ายเชื้อรากล่าวคือมีการเจริญเติบโตช้าและต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโตสูง (obligate aerobic bacteria) ซึ่งทำให้การกระตุ้นให้เชื้อผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิในหลอดทดลองเป็นไปได้ช้าต้องใช้เวลายาวนานถึง 30 วันหรือมากกว่านั้นหากบ่มเลี้ยงเชื้อแบบไม่ได้เขย่าโดยการเลี้ยงเชื้อไว้เป็นระยะเวลายาวนานอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ชนิดอื่นในสิ่งแวดล้อม โดยที่เชื้อสเตรปโตมัยซีทในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ (secondary metabolites) ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น สารปฏิชีวนะออกฤทธิ์ต้านสแตฟฟิลโลคอคคัสออเรียสที่ดื้อยาเมธิซิลลิน (methicillin resistant Staphylococcus aureus: MRSA) เป็นต้น

    การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเทคนิคการเลี้ยงเชื้อสเตรปโตมัยซีท (Streptomyces spp.) ในหลอดทดลองเพื่อลดระยะเวลาในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ ด้วยการเลี้ยงเชื้อในขวดที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มปริมาตรการเลี้ยงเชื้อ ซึ่งทำให้สามารถลดระยะเวลาของการบ่มเลี้ยงเชื้อลงได้จาก 12 วัน เหลือเพียง 3-4 วัน ในการผลิตสารเมแทบอไลท์ทุติยภูมิ และสามารถเพิ่มปริมาตรของอาหารเลี้ยงเชื้อได้มากกว่าเกณฑ์ปกติ สำหรับการเลี้ยงเชื้อในแต่ละครั้ง

    สนใจสอบถามเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการถ่ายทอดเทคโนโลยีติดต่อได้ที่ คุณพรรษกร ฉันทวีโรจน์ โทร. 0-7567-3575 E-mail: npatsako@wu.ac.th

  • วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (Journal of Learning Innovations Walailak University) ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2558) ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว

    วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นวารสารวิชาการ ราย 6 เดือน มีกำหนดออก 2 ครั้งต่อปี คือฉบับเดือนมกราคม-มิถุนายน และ กรกฎาคม-ธันวาคม จัดพิมพ์เผยแพร่โดย ส่วนส่งเสริมวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการสู่สังคม และเป็นแหล่งกลางในการศึกษา ค้นคว้าข้อมูลและเป็นแหล่งวิทยาการความรู้ต่างๆ อันเป็นการเปิดโลกกว้างทางการเรียนรู้ ให้แก่บุคลากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยได้รับทราบ ผลงานวิชาการที่รับพิมพ์ ได้แก่ บทความวิชาการ บทความวิจัยบทความ ปริทัศน์ และบทวิจารณ์หนังสือ ต้นฉบับที่ส่งพิจารณาเพื่อตีพิมพ์จะต้องไม่เคยเผยแพร่ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณารอตีพิมพ์ใน วารสารอื่น เรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์จะต้องผ่านการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิใน สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องแบบปิดลับชื่อของผู้ทรงคุณวุฒิประเมินและผู้เขียนและได้รับ ความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ
    จึงขอเชิญชวนอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ส่งผลงานเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ ทั้งนี้ บทความที่จะได้รับการเผยแพร่จะต้องผ่านการพิจารณาจากกองบรรณาธิการฯ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมวิชาการ โทร. 07-567-3770, 3770 ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดบทความวิชาการและบทความวิจัย ทั้ง 6 เรื่อง ได้ทางเว็บไซต์ http://jli.wu.ac.th

  • WMS Journal of Management ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2559) ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว

    WMS Journal of Management มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการด้านการจัดการ บริหารธุรกิจ การบัญชี การท่องเที่ยว เศรษฐศาสตร์และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยรับพิจารณาบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่สร้างองค์ความรู้ใหม่และมีคุณค่าทางวิชาการ สามารถใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงทฤษฏีและเชิงปฏิบัติได้อย่างกว้างขวาง มีกำหนดเผยแพร่ในรูปแบบวารสารอีเล็กทรอนิกส์ (E-Journal) ปีละ 3 ฉบับ คือ ฉบับเดือนมกราคม – เมษายน ฉบับเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม และฉบับเดือนกันยายน – ธันวาคม โดยผลงานแต่ละเรื่องจะได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการ (Peer Review) โดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขานั้นๆ ดำเนินโครงการติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 4 ปี เผยแพร่วารสารแล้ว จำนวน 12 ฉบับ ได้ผ่านการรับรองเข้าสู่ฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) กลุ่มที่ 1 (Thai-Journal Impact Factors = 0.088)
    จึงขอเชิญชวนอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ส่งผลงานเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ ทั้งนี้ บทความที่จะได้รับการเผยแพร่จะต้องผ่านการพิจารณาจากกองบรรณาธิการฯ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองบรรณาธิการจัดการ สำนักวิชาการจัดการ โทรศัพท์ 0 7567 2291, 0 7567 2412 e-mail: wmsjournal@hotmail.com website: www.wmsjournal.com

  • เครือข่ายวิจัยและพัฒนาภาครัฐร่วมเอกชนในเชิงพาณิชย์ สกอ. ภาคใต้ตอนบน ม.วลัยลักษณ์ ร่วมพิจารณากลั่นกรองโครงการวิจัย

       เครือข่ายวิจัยและพัฒนาภาครัฐร่วมเอกชนในเชิงพาณิชย์ สกอ. ภาคใต้ตอนบน นำโดย อาจารย์ ดร.เลิศชาย ศิริชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและเครือข่ายสังคม ในฐานะประธานกรรมการบริหารเครือข่ายฯ ประชุมหารือการบริหารงานเครือข่ายร่วมกับสมาชิกเครือข่าย และผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2559 ณ ห้องประชุม 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ประชุมได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานของเครือข่าย พร้อมทั้งได้พิจารณากลั่นกรองข้อเสนอโครงการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 โดยมีโครงการที่ส่งข้อเสนอโครงการจำนวนทั้งสิ้น 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ “การเปลี่ยนหญ้าเนเปียร์เป็นมีเทนโดยใช้เอนไซม์จากวัสดุเศษเหลือการเพาะเห็ดและน้ำทิ้งจากการผลิตมีเทนเป็นกล้าเชื้อ” โดย รศ.ดร.วรรณา ชูฤทธิ์และคณะ โครงการ”การหารูปแบบดีเอ็นเอของพ่อ-แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์หนองเป็ด เพื่อการคัดเลือกคู่ผสม ที่ให้ผลผลิตสูงที่สุดและการยืนยันลูกผสมในเชิงการค้าโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุล” โดย ผศ.ดร.พจมาลย์ สุรนิลพงศ์และคณะ โครงการ “การพัฒนาเครื่องอบแห้งสมุนไพรด้วยคลื่นไมโครเวฟและคลื่นวิทยุที่ความดันต่ำ” โดย ผศ.ดร.หมุดตอเล็บ หนิสอ และคณะ 

             เครือข่ายวิจัยและพัฒนาภาครัฐร่วมเอกชนในเชิงพาณิชย์ สกอ.ภาคใต้ตอนบน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทำหน้าที่ในการบริหาร ติดตาม ประเมินผลโครงการวิจัยและมีภารกิจสร้างความร่วมมือกับนักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิกเครือข่ายฯ ดำเนินโครงการวิจัยตาม Strategy & Theme ประจำปีของเครือข่ายฯ โดยหลักสำคัญคือ ภาคอุตสาหกรรมต้องเป็นผู้กำหนดประเด็นปัญหา โจทย์วิจัยให้นักวิจัย เครือข่ายฯ ดำเนินการศึกษาวิจัย เพื่อให้ผลผลิตตรงตามความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์งานวิจัย และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศ โดยมีสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิกในเครือข่ายฯ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต มหาวิทยาลัยตาปี วิทยาลัยชุมชนระนอง วิทยาลัยชุมชนพังงา และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้

    ประมวลภาพ

  • Walailak J Sci & Tech: Food Technology ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว

    วารสาร Walailak Journal of Science and Technology ปีที่ 13 ฉบับที่ 3 (Vol. 13 No. 3 March 2016) ออกเผยแพร่ออนไลน์แล้ว ประกอบด้วยบทความด้านเทคโนโลยีอาหาร จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2 เรื่อง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2 เรื่อง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 1 เรื่อง มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ 1 เรื่อง และจากประเทศอินเดีย 1 เรื่อง โดยบทความ Research on Using Natural Coating Materials on the Storage Life of Mango Fruit cv. Nam Dok Mai and Technology Dissemination ของ ผศ.ดร. อภิรดี เมืองเดช รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ เป็นงานในลักษณะ Area based research ที่นำผลวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่

    ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดบทความ เพื่อการอ้างอิงได้จากเว็บไซต์วารสาร (wjst.wu.ac.th)