Category: ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

ข่าวกิจกรรมงานวิจัยและงานวิจัยเผลแพร่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรม

  • ศูนย์ความเป็นเลิศวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรม “อบรมและศึกษาดูงาน นวัตกรรมยางพาราและนวัตกรรรมไม้ 4.0”

    ศูนย์ความเป็นเลิศวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรม “อบรมและศึกษาดูงาน นวัตกรรมยางพาราและนวัตกรรรมไม้ 4.0”

    ศูนย์ความเป็นเลิศวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดกิจกรรม “อบรมและศึกษาดูงานนวัตกรรมยางพาราและนวัตกรรรมไม้ 4.0” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมในส่วนภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ด้วยการศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่ให้กับผู้ประกอบธุรกิจยางพาราและไม้ยางพาราในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 13 ท่าน เมื่อวันพฤหัสดีที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ณ อาคารศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.เกริกชัย ทองหนู คณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร และ ดร.บุญส่ง หวังสินทวีกุล ผู้อำนวยการศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยคณาจารย์ พนักงาน และนักศึกษาบัณฑิตศึกษา ของสาขาวิศวกรรมพอลิเมอร์และวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ให้การต้อนรับ

    การจัดอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยการบรรยายและสาธิต ในหัวข้อ

    ภาคเช้า นวัตกรรมยางพารา 4.0
    “ผลิตภัณฑ์ยางพาราเพื่อสุขภาพ” โดย ผศ.ดร.อรสา ภัทรไพบูลย์ชัย
    “ผลิตภัณฑ์ยางพาราทางยุทโธปกรณ์” โดย อาจารย์ ดร.ประชิด สระโมฬี
    “ผลิตภัณฑ์ไม้และโฟมยางพาราสำหรับอาคาร” โดย ผศ.ดร.สุฤกษ์ คงทอง

    ภาคบ่าย นวัตกรรมไม้ 4.0
    “ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไม้และไม้ประกอบครบวงจร” โดย ผศ.ดร.พรรณนิภา เชาวนะ
    “ผลิตภัณฑ์ไม้ปาล์มน้ำมันสำหรับโลกอนาคต” โดย ผศ.ดร.สุธน ศรีวะโร
    “นวัตกรรมดิจิตอลการแปรรูปไม้ในโรงงานอุตสาหกรรม” โดย รศ.ดร.นิรันดร มาแทน

    กิจกรรมดังกล่าวนี้ได้ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงเพื่อนำงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไปใช้ประโยชน์ โดยผู้ประกอบการยางพารา ไม้ยางพารา และไม้ปาล์มน้ำมัน อย่างยั่งยืนในโอกาสต่อไป


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
  • ศ.น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย รุ่นที่ 1/2561

    ศ.น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย รุ่นที่ 1/2561

    ศ.น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย รุ่นที่ 1/2561 ระหว่างวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมทวินโลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้รับการสนับสนุน และส่งเสริมจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นำทีมโดย นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ ผู้อำนวยการ สวรส. และศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยระบบสุขภาพและการแพทย์ (CE-HSMR) ซึ่ง อาจารย์ ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว หัวหน้าศูนย์ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมอบรม

    ทั้งนี้ นักวิจัยแต่ละท่านได้นำเสนอ concept paper ของตัวเองแก่ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยได้รับเกียรติจาก พญ.วัชรา ริ้วไพบูลย์ ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ ทพ.จเร วิชาไทย จากสวรส. ผศ.ดร.นัยนา หนูนิล ผศ.ดร.ศศิธร ธนะภพ และ อ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว จากมหาวิทยาลัยวลักษณ์ ให้ข้อเสนอแนะกับนักวิจัยที่เข้าร่วม

    นอกจากนี้ ยังให้ผู้เข้าร่วมได้ทำงบประมาณ และแบ่งงวดงานงวดเงินตามข้อเสนอโครงการที่เตรียมมา โดยมีทีมนักบริหารโครงการจาก สวรส.คอยให้คำแนะนำ และทำกิจกรรมสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักวิจัยในเครือข่ายร่วมกันด้วย


  • วารสารวิชาการ ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกิจกรรม Clarivate Analytics Editors Day 2018

    วารสารวิชาการ ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกิจกรรม Clarivate Analytics Editors Day 2018

    เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 วารสารวิชาการ สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมการอบรม เรื่อง  Clarivate Analytics Editors Day 2018 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร จัดโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นสำหรับอาจารย์ บรรณาธิการ ผู้จัดการวารสารวิชาการ โดยได้รับเกียรติจาก Mr.Chris BURGHARDT, Vice President for Content Management และ Mr.Diu Seng SEE, Solution Consultant, Clarivate Analytics การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับวารสารในประเทศไทยเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการนำวารสารเข้าสู่ฐานข้อมูล ISI หรือการปรับปรุงคุณภาพวารสารให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งให้กับวารสารของไทยต่อไป กิจกรรมในครั้งนี้มีอาจารย์ บรรณาธิการ ผู้จัดการวารสารทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 100 คน ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหา ประสบการณ์และแนวทางแก้ไข รวมถึงเทคนิคในการพัฒนาคุณภาพวารสารต่าง ๆ อีกด้วย

    ประมวลภาพ

  • งานวิจัยเชิงพื้นที่ร่วมนำเสนอรายงานโครงการ การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

    งานวิจัยเชิงพื้นที่ร่วมนำเสนอรายงานโครงการ การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

    เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมประชุมเพื่อนำเสนอรายงานความก้าวหน้า “โครงการ การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ในกิจกรรม ประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยภายใต้ทุนท้าทายไทยฯกลุ่มเรื่อง นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ณ ห้องคริสตัล 1–2 ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

    การประชุมในครั้งนี้เป็นการติดตามความก้าวหน้าในรอบ 16 เดือน และรอบ 12 เดือน ของมหาวิทยาลัยที่ได้รับทุนดังกล่าว จำนวน 24 มหาวิทยาลัย ซึ่งมีทั้งมหาวิทยาลัยที่ได้รับทุนนวัตกรรมมาเป็นระยะที่ 3 มหาวิทยาลัยที่รับทุน ABC ระยะที่ 2 และ 3 รวมทั้งมหาวิทยาลัยใหม่ที่เพิ่งรับทุนในลักษณะ Matching fund เป็นครั้งแรก เนื้อหาสำคัญของการรายงานความก้าวหน้าในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัยเชิงพื้นที่ของมหาวิทยาลัย และ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ ข้อเรียนรู้จากการร่วมประชุม สามารถสรุปได้เป็นประเด็นดังต่อไปนี้

    1. มหาวิทยาลัยที่ได้รับทุนและเข้าร่วมนำเสนอรายงานความก้าวหน้าทั้ง 24 มหาวิทยาลัย มีจุดเด่นที่เป็นข้อเรียนรู้ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยในกลุ่มราชมงคล และกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ มีทุนเดิมในการทำงานกับท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเหล่านั้น สามารถดึง Stake holder ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยได้ชัดเจน
    2. ในมหาวิทยาลัยที่มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัยอย่างเป็นระบบ และเห็นพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ปัจจัยแห่งความสำเร็จคือการสนับสนุนจากผู้บริหาร เช่น อธิการบดีเป็นหัวหน้าโครงการ และเข้าร่วมกระบวนการต่างๆ ด้วยตนเองทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการพัฒนาโจทย์วิจัย พัฒนาข้อเสนอโครงการ การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ
    3. ในมหาวิทยาลัยใหม่ ใช้โครงการท้าทายไทยที่ได้รับทุนในครั้งนี้ เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารจัดการงานวิจัยในมหาวิทยาลัยได้ทั้งระบบ นั่นแสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ มากกว่าการจัดสรรทุนธรรมดาเท่านั้น
    4. มหาวิทยาลัยที่สามารถจัดกระบวนการตอนต้นน้ำ และกลางน้ำได้อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถนำเครื่องมือที่ได้เรียนรู้จาก สกว.ในตอนต้น (Logical Framework) รวมทั้งเครื่องมืออื่นๆ ที่ได้รับการอบรมจาก สกว. มาใช้ทุกกระบวนการ
    5. มหาวิทยาลัยที่ทำงานมาแล้วในระยะหนึ่ง โดยส่วนใหญ่ยังขาดการวิเคราะห์ สังเคราะห์เชื่อมโยงผลการทำงานในระยะแรก กับการทำงานในโครงการท้าทายไทย
    6. การทำงานในพื้นที่ให้ประสบความสำเร็จ มหาวิทยาลัยต้องคำนึงถึงเครือข่ายทุกภาคส่วน บางครั้งการทำงานโดยไม่คำนึงถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง หรือไม่สามารถวิเคราะห์เครือข่ายได้อย่างรอบด้าน ดึงเครือข่ายเข้ามาไม่ครบถ้วน จะเป็นสาเหตุของการทำงานที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงาน function
    7. มหาวิทยาลัยที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในบ่อยครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความไม่ต่อเนื่องของความเข้าใจเป้าหมายของโครงการท้าทายไทย ทั้งในเรื่องของการพัฒนาระบบบริหารจัดการ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ ในขณะเดียวกันในบางมหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์) แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารกี่ครั้ง แต่สามารถสืบทอดแนววิธีการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดวิธีการทำงานที่ดีจากรุ่นสู่รุ่นเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่สามารถเป็นตัวอย่างได้ดี
    8. มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีการเขียน Log Frame แต่ขาดการอธิบายความเชื่อมโยงของ Log Frame ทั้งในส่วนของสภาพปัญหาที่เชื่อมโยงมาสู่ประเด็นกรอบโจทย์วิจัย ประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างกรอบโจทย์วิจัยและโครงการย่อย

    ข้อเสนอแนะที่สำคัญของผู้ทรงคุณวุฒิ (ภาพรวมทุกมหาวิทยาลัย)
    1. มหาวิทยาลัยที่ทำงานมาในระยะหนึ่งแล้ว ควรมีการยกระดับการทำงานให้มีความชัดเจนโดยการจับโจทย์ใหญ่ของจังหวัด โดยใช้การวิเคราะห์การทำงานทุนเดิมมาเชื่อมโยง ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน โดยการดึงทุกภาคส่วนในจังหวัดมาเป็นภาคีร่วมในการทำงานอย่างเป็นระบบ
    2. มหาวิทยาลัยควรใช้โอกาสที่ได้รับทุนท้าทายไทยเป็น plat form ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงระบบบริหารจัดการ ที่ส่งผลให้เกิดต่อการพัฒนาการเรียนการสอน การบริการวิชาการ วัฒนธรรมการเป็นนักวิจัยที่มีคุณภาพของนักวิจัย รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่
    3. ระบบติดตามการวิจัยของแต่ละมหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเสนอโครงการ รายงานความก้าวหน้า ตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ
    4. การเขียนรายงานโดยส่วนใหญ่ของทุกมหาวิทยาลัย ควรเน้นการเขียนเชิงวิเคราะห์สังเคราะห์ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบบริหารจัดการงานวิจัย และการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ มากกว่าการเขียนรายงานกิจกรรม
    5. การรายงาน final report ทุกมหาวิทยาลัยควรวิเคราะห์ output outcome และ impact ให้เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน โดยยึด Tor เป็นหลักรวมทั้งการเชื่อมโยงต่อการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของมหาวิทยาลัย โดยอธิบายกรอบ Frame work ของโครงการให้ชัดเจนว่ามาจากฐานปัญหาใด มหาวิทยาลัยเข้าไปจับโจทย์ปัญหาเหล่านั้นขึ้นมาทำงานด้วยวิธีใด รวมทั้งวิเคราะห์สังเคราะห์ศักยภาพ ข้อจำกัด และข้อเสนอแนะ
    6. ทุกมหาวิทยาลัยที่จะต้องรายงานปิดโครงการ จะต้องมีการออกแบบการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณที่สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนและใส่รายละเอียดมาในรายงานปิด เช่น กรณีของการลดต้นทุน การเพิ่มรายได้ เป็นต้น
    7. ต้องมีการ Mapping output ที่ได้ เพื่อตรวจสอบกับกรอบโจทย์วิจัย รวมทั้งรายงานผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน ให้เห็นเป็นรูปธรรม

    ข้อเสนอแนะที่สำคัญสำหรับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    ทุนในระยะนี้ ต้องมีการทบทวน สิ่งที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ทั้งในมหาวิทยาลัยและพื้นที่ภายนอกโดยอาศัย plat form ของโครงการท้าทายไทย เพื่อจะดึงคนเข้ามาทำงานร่วมกัน ซึ่งนับได้ว่าเฟสนี้เป็นการทำงานเพื่อยกระดับการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ จาก ปากพนัง 1 ซึ่งเป็นช่วงที่คลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่มาได้แล้ว มาสู่ปากพนัง 2 (ท้าทายไทย) ซึ่งต้องเป็นการยกระดับอาชีพในพื้นที่ โดยการวิเคราะห์สถานณ์การเดิม ในเชิงตัวเลขต้นทุนของแต่ละอาชีพ โดยการเชื่อมโยง User ของการทำงานที่เป็นตัวหลักให้ชัดเจนมากขึ้น (ทุนเดิมมีผลต่อโครงการนี้อย่างไร สามารถยกระดับการจัดการได้อย่างไร)

    ประมวลภาพ

    ข่าวโดย สุจินดา ย่องจีน

  • ขอเชิญเข้าร่วมฟังปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การศึกษาวิจัยทางสังคมศาสตร์กับความท้าทายในยุคไทยแลนด์ 4.0” โดย ศ.ดร.สุภางค์ จันทวาณิช งานประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 10

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรม กำหนดจัดประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม  พ.ศ.2561 ณ อาคารเรียนรวม 5 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้

    Keynote Speaker

    ศาสตราจารย์ ดร.สุภางค์  จันทวาณิช

    สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    บรรยายพิเศษ วันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลา 09.00-10.00 น. ณ อาคารเรียนรวม 5 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    เรื่อง “การศึกษาวิจัยทางสังคมศาสตร์กับความท้าทายในยุคไทยแลนด์ 4.0”

    ประวัติและผลงาน

    รับชมวีดีโอ

    —————————————————————————————————————————————-

    รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร มาแทน

    สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    อาจารย์ดีเด่นด้านการวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา พ.ศ.2559

    บรรยายพิเศษ วันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลา 10.00-11.00 น. ณ อาคารเรียนรวม 5 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ประวัติและผลงาน  

    รับชมวีดีโอ

    —————————————————————————————————————————————-

     Session Keynote

    นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช
    วิทยากรรับเชิญในกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
    บรรยายพิเศษในวันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลา 13.00-14.00 น. ณ อาคารเรียนรวม 5 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    ประวัติและผลงาน
    —————————————————————————————————————————————-
    รองศาสตราจารย์ ดร.ภาคภูมิ พาณิชยูปการนันท์​
    ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
    วิทยากรรับเชิญในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลา 13.00 – 14.00 น.
    เรื่อง การเตรียมยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อใช้ประโยชน์ทางผิวหนัง
    —————————————————————————————————————————————-
     
     รองศาสตราจารย์ ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ
    สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    วิทยากรรับเชิญ หัวข้อพิเศษ : งานวิชาการรับใช้สังคม
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลา 13.00-13.30 น. ณ อาคารเรียนรวม 5 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    รับชมวีดีโอ
     —————————————————————————————————————————————-
     
    รองศาสตราจารย์ ดร.มัลลิกา  เจริญสุธาสินี
    สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
    วิทยากรรับเชิญ กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    รับชมวีดีโอ
  • ม.วลัยลักษณ์ นำเสนอเทคโนโลยี AR งานวิจัยด้านการท่องเที่ยว ต่อรองนายกรัฐมนตรี

    ม.วลัยลักษณ์ นำเสนอเทคโนโลยี AR งานวิจัยด้านการท่องเที่ยว ต่อรองนายกรัฐมนตรี

    เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 รองศาสตราจารย์ ดร.พูลพงษ์ บุญพราหมณ์ คณบดีสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะหัวหน้าโครงการการส่งเสริมศักยภาพเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนลานสกาบนเส้นทาง 4015 โดยใช้เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกจริง (Augmented Reality : AR) พร้อมด้วยนักวิจัยจากศูนย์นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคใต้ตอนบน นำเสนอผลงานนวัตกรรมเทคโนโลยี AR ต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

    ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจสอบถามถึงความคืบหน้าและรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับงานวิจัย พร้อมทั้งได้กล่าวชื่นชมนักวิจัยที่ได้ช่วยกันขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้ทดสอบเทคโนโลยีเสมือนจริงดังกล่าว ซึ่งได้นำแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช มาใช้เป็นต้นแบบ มีเป้าหมายในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และมีแผนที่จะขยายไปทำยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกด้วย

    อย่างไรก็ตาม โครงการวิจัยจากศูนย์นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคใต้ตอนบน ที่ได้นำเสนอในงานวันนักประดิษฐ์ในปีนี้ ประกอบด้วย โครงการส่งเสริมศักยภาพเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนลานสกา บนเส้นทาง 4015 โดยใช้เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกจริง (Augmented Really : AR) มี รองศาสตราจารย์ ดร.พูลพงษ์ บุญพราหมณ์ เป็นหัวหน้าโครงการ โครงการพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวขุนทะเล สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยนวัตกรรม 4.0 โดยอาจารย์ ดร.อัตนันท์ เตโชพิศาลวงศ์ รองคณบดีสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ และโครงการการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีปากพนัง โดยนวัตกรรม 4.0 สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสมบูรณ์แบบ โดย อาจารย์ ดร. สมจิตร ไชยศรียา อาจารย์ประจำสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์

    ประมวลภาพ

    ข่าวโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนสื่อสารองค์กร
    ขอขอบคุณภาพจากนางสาวปัณฑริดา ไชยจิตร ผู้จัดการศูนย์นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคใต้ตอนบน

  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เผยแพร่บทความวิจัยในฐานข้อมูล Scopus ผ่าน 1000 บทความ

    ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 ยอดรวมบทความวิจัยของคณาจารย์และนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 ในฐานข้อมูล Scopus ได้ผ่านหลัก 1,000 บทความ ด้วยสถิติดังนี้

    1) บทความวิจัยลำดับที่ 1 คือ Vegetative and reproductive growth aspects of mango growing in a mediterranean climate in Western Australia ในปี 1997 โดย รศ. ดร. มนตรี อิศรไกรศีล อาจารย์สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร และคณะ และ บทความลำดับที่ 1,000 คือ Parasitic infections in pediatric clinical practice ซึ่งเป็น Editorial Article ใน Journal of Pediatric Infectious Diseases โดย รศ.พญ.วีระนุช นิสภาธร อาจารย์สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ และคณะ

    2) อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่ตีพิมพ์จำนวนมากที่สุด คือ รศ. ดร. ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ โดยมีผลงานร่วม 76 บทความ ในฐานข้อมูล Scopus

    3) อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่มีค่า h-index สูงที่สุด คือ รศ. ดร. เดวิด เจมส์ ฮาร์ดิง อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มี h-index 12 (มีบทความ 12 เรื่องที่ได้รับการอ้างถึงในฐานข้อมูล Scopus ตั้งแต่ 12 ครั้งขึ้นไป)

    4) บทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scimago Journal Rank (SJR) สูงสุด คือ Original research article เรื่อง Solvent modified spin crossover in an iron(III) complex: phase changes and an exceptionally wide hysteresis เผยแพร่ใน Chemical Science (SJR 4.475) โดย น.ส. วาสินี พลศรี นักศึกษาสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และคณะ

    5) บทความที่ได้รับการอ้างถึง (Citation) สูงสุด คือ Population density influences male-male competition in guppies ใน Animal Behavior ได้รับการอ้างอิง 97 ครั้งตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งเป็นผลงานเดี่ยวของ ดร มัลลิกา จิโรจน์กุล (รศ ดร มัลลิกา เจริญสุธาสินี) อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์

    ฐานข้อมูล Scopus เป็นของบริษัท Elsevier ครอบคลุมประมาณ 34,000 วารสารทั่วโลก


    • รายละเอียดเพิ่มเติม – http://www.scopus.com
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เผยแพร่บทความวิจัยในฐานข้อมูล ISI ผ่าน 700 บทความ

    มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เผยแพร่บทความวิจัยในฐานข้อมูล ISI ผ่าน 700 บทความ

    ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 ยอดรวมบทความวิจัยของคณาจารย์และนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่ปี 2001 ในฐานข้อมูล ISI ได้ผ่านหลัก 700 บทความ ด้วยสถิติดังนี้

    1) บทความวิจัยลำดับที่ 1 คือ Bubble nest habitat characteristics of wild Siamese fighting fish เผยแพร่ใน Journal of Fish Biology ในปี 2001 และบทความลำดับที่ 700 คือ Sex and burrow/chimney ownership affecting time allocation for surface activities in Uca Rosea (Tweedie, 1937) (Brachyura, Ocypodidae) เผยแพร่ใน Journal of Fish Biology ในปี 2018 ซึ่งทั้งสองบทความเป็นผลงานร่วมของ รศ. ดร. มัลลิกา เจริญสุธาสินี และ รศ ดร กฤษณะเดช เจริญสุธาสินี อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์

    2) อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่ตีพิมพ์จำนวนมากที่สุด คือ รศ. ดร. ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ โดยมีผลงานร่วม 72 บทความ ในฐานข้อมูล ISI

    3) บทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร Impact factor สูงสุด คือ Review article เรื่อง Spin crossover in iron(III) complexes เผยแพร่ใน Coordination Chemistry Reviews (ISI Impact factor 12.239) โดย รศ. ดร. เดวิด เจมส์ ฮาร์ดิง อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และคณะ

    4) บทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Impact factor สูงสุด คือ Original research article เรื่อง Solvent modified spin crossover in an iron(III) complex: phase changes and an exceptionally wide hysteresis เผยแพร่ใน Chemical Science (ISI Impact factor 9.144) โดย น.ส. วาสินี พลศรี นักศึกษาสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และคณะ

    5) บทความที่ได้รับการอ้างถึง (Citation) สูงสุด คือ A neuronal model of Alzheimer’s disease: An insight into the mechanisms of oxidative stress-mediated mitochondrial injury ใน Neuroscience ได้รับการอ้างอิง 90 ครั้ง ซึ่งเป็นผลงานร่วมของ รศ. ดร. จิตรบรรจง ตั้งปอง อาจารย์สำนักวิชาสหเวชศาสตร์

    6) บทความผู้เขียนชื่อแรก (First Author) ที่ได้รับการอ้างถึง (Citation) สูงสุด คือ Natural rubber nanocomposites with SiC nanoparticles and carbon nanotubes ใน European Polymer Journal ได้รับการอ้างอิง 81 ครั้ง ซึ่งเป็นผลงานร่วมชื่อแรกของ ผศ. ดร. เกตุศิริ เกื้อเส้ง อดีตอาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ (ถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2547)

    ฐานข้อมูล ISI ปัจจุบันเป็นของบริษัท Clarivate Analytics ประกอบด้วย 4 ฐานข้อมูลย่อยได้แก่ Science Citation Index (SCI), Social Sciences Citation Index (SSCI), Arts and Humanities Citation Index (AHCI) และ Emerging Science Citation Index (ESCI) ครอบคลุมประมาณ 14,000 วารสารทั่วโลก

    รายละเอียด

  • ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ “การเสริมสร้างสมรรถนะการวิจัย” ให้บุคลากรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

    ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ “การเสริมสร้างสมรรถนะการวิจัย” ให้บุคลากรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

    เมื่อวันที่ 23-24 มกราคม 2561 โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กลุ่มงานพัฒนาและผลิตบุคลากร กลุ่มพัฒนาระบบบริการสุขภาพ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เสริมสร้างสมรรถนะการวิจัย” ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมยุคลฑิฆัมพร อาคารเฉลิมพระบารมี ชั้น 5 โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โดยมี ผศ.ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ รศ.ดร.สุภมาส อังศุโชติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นวิทยากร โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กล่าวเปิดการอบรม โดยมีแพทย์หญิงอัจจิมาวดี พงศ์ดารา ประธานคณะกรรมการพัฒนาและสนับสนุนการศึกษาวิจัย กล่าวรายงาน

    ผู้เข้าร่วมอบรม เป็นบุคลากรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และโรงพยาบาลอื่นๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด นักจิตวิทยาคลินิก นักวิชาการสาธารณสุข นักโภชนาการ นักสังคมสงเคราะห์ และนักวิชาการพัสดุ รวมจำนวน 61 ท่าน ผู้เข้าร่วมการอบรมได้ร่วมกำหนดโจทย์วิจัยและหัวข้อวิจัย ที่จะนำไ่ปสู่การพัฒนาข้อเสนอการวิจัย จำนวน 35 โครงการ

    ประมวลภาพ

     

  • ออนไลน์แล้วสำหรับวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 (กรกฎาคม – ธันวาคม) ฉบับ การเคลื่อนย้ายของผู้คน

    ออนไลน์แล้วสำหรับวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 (กรกฎาคม – ธันวาคม) ฉบับ การเคลื่อนย้ายของผู้คน

    วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 (กรกฎาคม – ธันวาคม)  ฉบับ การเคลื่อนย้ายของผู้คนในยุคโลกไร้พรมแดน ด้วยปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ในรอบ 2 ทศวรรษทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายใหม่ของผู้คนทั่วโลก ในรูปแบบ ต่าง ๆ เช่น การย้ายถิ่น การอพยพ การลี้ภัย การท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสีย ที่ผ่านมา การเคลื่อนย้ายเกิดจากการตั้ง คำถามที่ว่า “การศึกษาเรื่องการย้ายถิ่น” (Migration) เกิดจาก “ปัจจัยดึงดูด หรือปัจจัยผลักของคนย้ายถิ่นคืออะไร” หรือการค้นหา“สาเหตุของการย้ายถิ่น” เป็นต้น แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบัน การเผชิญหน้ากับการเคลื่อนย้ายเหล่านี้ มีหลากหลาย รูปแบบ หลากหลายสาเหตุ ที่สำคัญก้าวข้ามกรอบการตั้งคำถาม แบบเดิมในทางวิชาการที่ศึกษาการย้ายถิ่น (Migration) ก้าวข้ามความเป็นพื้นที่ทางกายภาพ หรือการตั้งหลักแหล่ง ความสนใจของการศึกษาเรื่องการเคลื่อนย้าย (Mobilities) ได้ตั้งคำถามถึงลักษณะการเคลื่อนย้ายที่ซับซ้อน การข้ามไปข้ามมา การสร้างและขยาย เครือข่าย การก่อรูปความสัมพันธ์ซ้อนทับ การเปลี่ยนผ่านหลายอัตลักษณ์ การศึกษาเทคโนโลยีการสื่อสาร การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ภาษา เป็นต้น

    อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ https://www.tci-thaijo.org/index.php/wjss/