Category: งานวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศ/สถานวิจัย

  • “พระแสงโมเดล: โมเดลระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก 74 หมู่บ้านและ 6 ชุมชน”

    “พระแสงโมเดล: โมเดลระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก 74 หมู่บ้านและ 6 ชุมชน”

    อีก 1 ใน 3 อำเภอนำร่องจากอำเภอทั้งหมดของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยความร่วมมือของเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอพระแสง และศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    นับเป็นอีกหนึ่งอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาโรคไข้เลือดออกและพร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งได้เปิดตัวในโครงการ “พระแสงโมเดล” เครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน

    รองศาสตราจารย์ ดร. จรวย สุวรรณบำรุง หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้กล่าวว่า “พระแสงโมเดล” เป็นการดำเนินการที่มีต้นแบบมาจาก
    “ลานสกาโมเดล” และ “ไชยาโมเดล” หากมีการดำเนินการที่เต็มรูปแบบและต่อเนื่องเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถสร้างความตื่นตัวของประชาชนและนำไปสู่การลดลงของอัตรการเกิดโรคไข้เลือดออกได้

    ในครั้งนี้ “พระแสงโมเดล” ได้เริ่มดำเนินการเปิดโครงการในวันที่ 18 มิถุนายน 2561 พร้อมทั้งดำเนินการโครงการให้ความรู้สู่กลุ่มเป้าหมายต่อเนื่อง ตั้งแต่ 19-22 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุมวิภาวดี อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น 932 คน

    โดยมีนายธวัช หงษ์บิน นายอำเภอพระแสง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม และนายบรรเจิด อินทร์คง สาธารณสุขอำเภอพระแสง เป็นผู้กล่าวรายงานการประชุม ซึ่งในการโครงการครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก 1) เครือข่ายสุขภาพอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดยนายอำเภอพระแสง สาธารณสุขอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายแพทย์ดิเรก วงศ์ทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระแสง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. และประชาชน 2) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากการจัดการความรู้เพื่อใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม ภายใต้โครงการ การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2560

    แผนงานกิจกรรมที่ดำเนินการของ “พระแสงโมเดล” ประกอบไปด้วย
    1) สร้างความตื่นตัวของเครือข่าย เป็นการขับเคลื่อนในการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก
    2) ติดปีกครู ก นับเป็นจุดแข็งของ “พระแสง” โมเดล สร้างความเข้มแข้งเพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของโครงการ “พระแสงโมเดล” เครือข่ายระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายฯ
    3) สร้างและพัฒนาทีมเฝ้าระวัง 74+6 เพื่อให้การดำเนินงานครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้ง 74 หมู่บ้าน 6 ชุมชนของอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
    4) ศูนย์เฝ้าระวัง 25 28 30 และเข้าสู่การประมวลผลด้วยโปรแกรมคำนวณดัชนีลูกน้ำยุงลาย (Laval Indices Model) ประเมินผลและติดตามการพัฒนาระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออก
    5) การทำนายหมู่บ้านพื้นที่เสี่ยงวิเคราะห์ปัญหา ค้นหาพื้นที่เสี่ยงแก่ทุกภาคส่วนในชุมชน
    6) SRRT พระแสงเข้มแข็ง ให้ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของทีม ให้เข้าใจและปฏิบัติงานได้อย่างจริงจังอย่างมีประสิทธิภาพ
    7) Micro project in village นวัตกรรมสำหรับหมู่บ้านเพื่อป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคไข้เลือดออก
    8) Praseang Model to ABCR การพัฒนางานสู่งานวิจัยเชิงพื้นที่เพื่อเป็นผลงานและประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ ต่อไป

    ในเบื้องต้นในการดำเนินการ ได้มีการเปิดตัวโครงการพร้อมทั้งตั้งตั้งระบบทุกหมู่บ้าน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละ รพ.สต. ทั้งหมด 13 รพ.สต. และ 1 รพ. ผลที่ได้คือ พื้นที่และ อสม. เกิดการตื่นตัวเป็นอย่างมาก ได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย มีการเตรียมพร้อม การพัฒนาทั้งด้านความรู้เบื่องต้นในการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกและดัชนีลูกน้ำยุงลายของ อสม. 

    ประมวลภาพ


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • ระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก : จากงานวิจัยสู่งานประจำของชุมชนวลัยลักษณ์

    ระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก : จากงานวิจัยสู่งานประจำของชุมชนวลัยลักษณ์

    การดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยความร่วมมือของคณะทำงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ส่วนกิจการนักศึกษา งานบริการกลาง ส่วนภูมิทัศน์ และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์

    จากสถานการณ์ในปัจจุบันปัญหาโรคไข้เลือดออกมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากผลงานวิจัยการพัฒนาและการประยุกต์ใช้รูปแบบการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกในมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดิน ปีงประมาณ 2560 สัญญาเลขที่ WU60113 โดยการวิจัยได้รูปแบบการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ 9000 กว่าไร่ ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีพนักงานทำความสะอาดดูแลประจำอาคาร เกือบ 200 อาคาร สำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในอาคารทุกวันจันทร์ และส่งข้อมูลไปยังฝ่ายเวชกรรมสังคมของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ รายงานผลทุกเดือนผ่านระบบวิเคราะห์ค่าดัชนีลูกน้ำ BI, HI, และ CI ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ http://dengue.wu.ac.thปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีคณะทำงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกที่มีหน้าที่กำกับและติดตามการดำเนินการ และมีศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออกให้การสนับสนุนด้านวิชาการ จนกลายเป็นงานประจำพนักงานทำความสะอาดที่ดำเนินการสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทุกอาคารในพื้นที่มหาวิทยาลัย 

    การติดตามการดำเนินการจะมีการอบรมทบทวนความรู้โรคไข้เลือดออก และระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แก่พนักงานทำความสะอาด ได้จัดขึ้นต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง โดยครั้งนี้ได้จัดขึ้น ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิจัย โดยมี ศ.น.สพ.ดร. อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และ รศ.ดร. จรวย สุวรรณบำรุง และคณะจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการ โรคไข้เลือดออก เป็นผู้สรุปประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลาย ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนทั้งสิ้น 101 คน สำหรับประเด็นที่สำคัญของการประชุมได้แก่
    1) สรุปสถานการณ์โรคไข้เลือดออกภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคไข้เลือดออกในช่วงปี พ.ศ. 2560 และอาจต่อเนื่องถึงปี พ.ศ. 2561 
    2) ทบทวนความรู้เรื่องไข้เลือดออก เพื่อให้เข้าใจและดำเนินการป้องกันแก้ปัญหาที่ยั่งยืนขึ้น
    3) ทบทวนระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน โดยแบ่งพื้นที่มหาวิทยาลัยออกเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 หอพักนักศึกษา โซนที่ 2 บ้านพักบุคลากร โซนที่ 3 อาคารเรียน โซนที่ 4 อาคารศูนย์เครื่องมือ โซนที่ 5 อาคารวิชาการ โซนที่ 6 อาคารสนามกีฬา และมีการเสนอในการกำหนดโซนที่ 7 ที่เป็นพื้นที่และอาคารของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ 
    4) เน้นย้ำการสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในหอพักนักศึกษาช่วงการเปิดเทอมตอนรับนักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 1/2561 ในเดือนกรกฏาคม 2561 ตลอดถึงบันทึกข้อมูลลงในสมุดเล่มสีม่วงในทุกวันจันทร์ และนำเข้าข้อมูลในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนโดยฝ่ายเวชกรรม โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ใน http://wu-dengue.wu.ac.th

    หัวใจของการดำเนินการคือ พนักงานทำความสะอาดทั้งหมดของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เกิดการตื่นตัวในการทำความเข้าใจเรื่องโรคไข้เลือดออก ระบบเฝ้าระวังฯ และการใช้ข้อมูลในการสร้างความตระหนัก และพร้อมที่จะดำเนินการช่วยกันดูแลในการเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนภายในมหาวิทยาลัยลักษณ์ต่อไป

    ประมวลภาพ


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • ผศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ นำเสนอผลงานวิจัยกับปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ผศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ นำเสนอผลงานวิจัยกับปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

     

     

     

     

     

     

     

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาการตลาด สำนักวิชาการจัดการ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำเสนอผลงานวิจัยให้กับนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอารัญ บุญชัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุภาวดี โพธิยะราช ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) นำนักวิจัยเข้านำเสนอผลงานภายใต้การจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนางานวิจัยเชิงนโยบาย ที่นำไปสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ ได้นำเสนอผลงานวิจัย 1 ใน 7 แผนงานวิจัยร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

    อนึ่ง งานวิจัยนี้ได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในแผนงานวิจัย เรื่อง “การบริหารจัดการและการจัดตั้ง Virtual Tourism Academy เพื่อการพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทย” โดยมีนักวิจัยในแผนงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ร่วมดำเนินการ เพื่อมุ่งเน้นในการจัดตั้ง Tourism Academy ในการพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงการสร้างโอกาสให้กับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่อยู่นอกระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ อันจะนำไปสู่การลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในสังคม ผู้ที่ต้องการทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายใต้ Tourism Academy นี้ ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อนโยบายมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

    การดำเนินงานในแผนงานวิจัยนี้เป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในการพัฒนาทุนมนุษย์ ได้แก่ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งตามแผนงานกำหนดรวมไปถึงกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โดยจากการนำเสนอผลงานวิจัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เห็นชอบแนวทางในการบูรณาการภาคีเครือข่ายการพัฒนาทุนมนุษย์ในประเทศไทยกับสถาบันพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อใช้ประโยชน์จากโครงสร้างหน่วยงานของภาครัฐมาบูรณาการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลจากโครงการนี้จะนำไปสู่การเปิดโอกาสให้กับแรงงาน หรือผู้ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการสามารถพัฒนาตนเองให้มีความพร้อมต่อการทำงานได้ รวมถึงการมีรายได้ที่สูงขึ้นตามศักยภาพของบุคลากร โดยกรมการท่องเที่ยวได้ตอบรับแนวทางในที่ประชุมและจะดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ร่วมกันต่อไป

    ภายใต้นโยบายการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย การดำเนินการวิจัยของคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือสิ่งที่ผู้บริหารได้ให้ความสำคัญและกำหนดเป็นนโยบายลำดับต้น ๆ ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานวิจัยเชิงนโยบายที่สามารถชี้นำสังคมได้ และนักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

    ประมวลภาพ คลิ๊กดูรายละเอียด

    หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาการจัดการ

  • นักวิจัย ม.วลัยลักษณ์ ค้นพบกลไกในการควบคุมไอระเหยของน้ำมันหอมระเหยเพื่อนำมาใช้ในการชะลอการเสื่อมเสียของผลไม้ในระหว่างการส่งออก

    นักวิจัย ม.วลัยลักษณ์ ค้นพบกลไกในการควบคุมไอระเหยของน้ำมันหอมระเหยเพื่อนำมาใช้ในการชะลอการเสื่อมเสียของผลไม้ในระหว่างการส่งออก

    ทีมนักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมน้ำมันหอมระเหย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย นางสาวสิริพร แช่มสนิท นักศึกษาปริญญาเอกของหลักสูตรอุตสาหกรรมเกษตร (วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร) รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล มาแทน อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และรองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร มาแทน ได้ค้นพบกลไกในการควบคุมไอระเหยของน้ำมันหอมระเหยเพื่อนำมาใช้ในการชะลอการเสื่อมเสียของผลไม้ในระหว่างการส่งออก โดยหัวข้อวิจัยนี้มีบริษัทเอกชนได้ร่วมทุนวิจัยภายใต้โครงการพัฒนานักวิจัยและผลงานเพื่ออุตสาหกรรม จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) 

    นักวิจัยได้คิดค้นการนำไอธรรมชาติของน้ำมันหอมระเหยมาเก็บกักไว้ในถ่านกัมมันต์ ก่อนนำถ่านกัมมันต์นั้นมาใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาวัตถุดิบทางการเกษตร รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารในรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ต้านเชื้อรา ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของลังผลไม้ในการขนส่ง บรรจุภัณฑ์อาหารที่สัมผัสโดยตรงกับผลไม้ หรือการใช้ไอระเหยนี้ในการควบคุมบรรยากาศในตู้ขนส่งผลไม้ ซึ่งทางบริษัทเอกชนได้เห็นประโยชน์ในการผลิตผงถ่านกัมมันต์ที่มีการปลดปล่อยไอระเหยและให้กลิ่นหอม พร้อมทั้งมีคุณสมบัติในการป้องกันเชื้อรา ยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้บางประเภทได้ จึงให้การสนับสนุนในการร่วมวิจัยเพื่อผลิตสินค้านี้ออกจำหน่ายสู่ตลาดสินค้าเกษตร เพื่อยืดอายุสินค้าเกษตร เช่น ตลาดข้าว ตลาดผักและผลไม้ อีกทั้งวิธีการที่ค้นพบนี้ยังเป็นระบบที่ง่าย สามารถใช้ได้จริงเชิงการค้า เพราะใช้ต้นทุนผลิตต่ำ ทั้งนี้ยังพบว่ารสชาติของผลไม้ที่ผ่านการเก็บรักษาด้วยการใช้วิธีนี้มีรสชาติไม่แตกต่างจากผลไม้ตามธรรมชาติอีกด้วย (ภาพที่ 1) 

    ภาพที่ 1 ผลแก้วมังกรที่เก็บรักษาไว้ภายใต้ไอของน้ำมันหอมระเหย (ก) และ เก็บรักษาโดยไม่มีไอของน้ำมันหอมระเหย (ข) เป็นเวลา 14 วัน 

    สำหรับกลไกการออกฤทธิ์ของน้ำมันหอมระเหยเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพของผลไม้ สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่บทความวิจัยด้านล่างนี้ 

    Siriporn Chaemsanit, Narumol Matan and Nirundorn Matan. 2018. Effect of peppermint oil on the shelf-life of dragon fruit during storage. Food Control 90: 172-179. (ISI, Q1: Impact factor: 3.388)

    • รายละเอียดเพิ่มเติม – http://essentialoil.wu.ac.th/
    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
  • ศูนย์ความเป็นเลิศฯนำเสนอผลงาน”การพัฒนาระบบออกแบบรูปแบบการเลื่อย ระบบควบคุมการอัดน้ำยา ระบบควบคุมการอบและเตาอบไม้ตันแบบ สำหรับการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม”

    ศูนย์ความเป็นเลิศฯนำเสนอผลงาน”การพัฒนาระบบออกแบบรูปแบบการเลื่อย ระบบควบคุมการอัดน้ำยา ระบบควบคุมการอบและเตาอบไม้ตันแบบ สำหรับการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม”

     

    รองศาสตราจารย์ ดร. นิรันดร มาแทน หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และคณะวิจัย ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัสวดี กุลบุญ ก่อเกื้อ นายทวีศิลป์ วงศ์พรต นายวีระชาติ รานวล และนายจิรพงศ์ กาละกาญจน์ เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยจากโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาระบบออกแบบรูปแบบการเลื่อย ระบบควบคุมการอัดน้ำยา ระบบควบคุมการอบและเตาอบไม้ตันแบบ สำหรับการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม” เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2561 ในการประชุม “อนาคตประเทศไทย โจทย์วิจัยเพื่อประชาชน” ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 4 แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

    ในงานนี้ทางคณะวิจัยได้นำเสนอ “DryWooD” ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาขึ้นช่วยให้โรงงานสามารถควบคุมสภาวะการอบในเตาอบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยระบบที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถควบคุมการอบไม้ยางพาราอัตโนมัติผ่านทางไมโครคอนโทลเลอร์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งต่อกันด้วยระบบไร้สาย ระบบสามารถควบคุมการอบได้พร้อมกัน ผู้ใช้สามารถตั้งโปรแกรมควบคุมการอบไม้ในรูปแบบต่าง ๆ ได้โดยการควบคุมสามารถทำได้จากไมโครคอนโทลเลอร์ที่หน้าเตาอบ หรือจากคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุม ทั้งยังสามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งระหว่างการอบได้หากการอบในขั้นตอนนั้นยังไม่เสร็จสิ้น ระบบมีหน่วยความจำสำรอง มีระบบเก็บข้อมูล ทำให้โรงงานสามารถพัฒนาเทคนิคการอบไม้ของตนเองได้

    ข่าวโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้

  • นักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นำเสนอผลงานต่อคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

    นักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นำเสนอผลงานต่อคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

    คณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 14 คน นำโดย พลเอกปัญจะ ธรรมศรี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หัวหน้าคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เยี่ยมชมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมหารือความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เพื่อแสวงหาข้อมูลและแนวทางการสนับสนุนการดำเนินการด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่งานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา โดยให้การต้อนรับ ณ ห้องตุมปัง อาคารบริหาร 

    ศาสตราจารย์ น.สพ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวต้อนรับ และพูดคุย “ภาพรวมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศักยภาพ ผลงาน ความสำเร็จด้านงานวิจัย” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิยม กำลังดี รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม อาจารย์ ดร. นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม และนักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอผลงานวิจัย 

    สำหรับนักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่ร่วมนำเสนอต่อคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประชิด สระโมฬี เรื่อง ปืน มีดยางพารา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรสา ภัทรไพบูลย์ชัย เรื่อง เสื้อเกราะยางพารา/ชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์ รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนพงศ์ เกิดทองมี เรื่อง ระบบให้บริการการตรวจการ เพื่อตรวจจับผู้บุกรุกจากกล้องวงจรปิด โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมแบบลึก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุรักษ์ ถุงทอง เรื่อง ควบคุมเครื่องเปิด-ปิดแอร์ด้วยซอฟแวร์ รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษณะเดช เจริญสุธาสินี เรื่อง Drone / เซ็นเซอร์ IoT รองศาสตราจารย์ ดร.พูลพงษ์ บุญพราหมณ์ เรื่อง Ar mug ใช้ซ้อนภาพ 3 มิติ ในวัตถุต่าง ๆ Ar cards เป็นเทคนิคที่ใช้ในการซ้อนข้อความหรือรูปภาพไปกับเอกสาร Face detection เป็นเทคนิคการจับใบหน้าตัวบุคคลแปลกปลอมในองค์กร Ar logic gate เป็นเทคนิคประมวลผลข้อมูลโดยสามารถปรับเปลี่ยนค่าตัวแปรได้ 

    ภาพกิจกรรม

    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
     
  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมรายงานความก้าวหน้า “การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช”

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมรายงานความก้าวหน้า “การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช”

    เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช  ได้รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ก้าน จันทร์พรหมมา ที่ปรึกษา วช.ภูมิภาค (ภาคใต้) อาจารย์สุปราณี จงดีไพศาล ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พันเอก นายแพทย์วิเชียร ชูเสมอ นายศุภชัย อักษรวงศ์ นักวิชาการอิสระ ตลอดจนชุมชนในพื้นที่ที่นักวิจัยร่วมดำเนินงานวิจัย ภาคส่วนราชการ นักวิชาการ ร่วมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ณ ห้องประชุม 1 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    พร้อมกันนี้มีโครงการวิจัยที่ได้รับทุนเข้าร่วมการนำเสนอรายงานความก้าวหน้าในครั้งนี้จำนวนทั้งสิ้น  11 โครงการ ได้แก่

    1. ผลกระทบของการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ต่อความมั่นคงทางอาชีพของเกษตรกรในชุมชน : ศึกษากรณีการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง  ผู้รับทุน อาจารย์ทวีพร คงแก้ว สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์
    2. การจัดการศัตรูพืชในสวนส้มโอทับทิมสยาม จังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยวิธีชีวภาพ ผู้รับทุน รองศาสตราจารย์ ดร.วาริน อินทนา สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    3. การพัฒนาโซ่คุณค่าข้าวพันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ผู้รับทุน ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ สำนักวิชาการจัดการ
    4. การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มมอลต์สกัดจากข้าวพันธุ์พื้นเมืองนครศรีธรรมราช ผู้รับทุน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ พันพิพัฒน์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    5. การเปรียบเทียบต้นทุน ผลตอบแทน และความเสี่ยงของการปลูกพืชผักแบบทั่วไปกับการปลูกแบบรวมกลุ่ม เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านอาชีพของเกษตรกรในตำบลท่าซอม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้รับทุน อาจารย์นลินี ทินนาม สำนักวิชาการจัดการ
    6. คุณค่าทางโภชนาการและการป้องกันการตกผลึกของน้ำตาลในระหว่างการเก็บรักษาน้ำผึ้งจาก ผู้รับทุน รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
    7. ฤทธิ์ยับยั้งการย่อยและการดูดซึมไขมันของน้ำส้มจากอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช  ผู้รับทุน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา กวานเหียน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์
    8. การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ป่าจาก ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้รับทุน อาจารย์จันทิรา รัตนรัตน์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร
    9. พัฒนาผลิตภัณฑ์ จาก “ต้นจาก” สู่การสร้างอัตลักษณ์สินค้าของที่ระลึกชุมชนขนาบนาก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้รับทุน อาจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี  สำนักวิชาการจัดการ
    10. การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศในตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้รับทุน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอนงค์ เฉียบแหลม สำนักวิชาการจัดการ
    11. การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมริมแม่น้ำปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้รับทุน อาจารย์ธนาภา ช่วยแก้ว สำนักวิชาการจัดการ

    ประมวลภาพ

     

  • สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดเวทีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตำบลคลองน้อย

    สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดเวทีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตำบลคลองน้อย

    เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2561 สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดเวทีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตำบลคลองน้อย ณ โรงเรียนสอนศาสนาบ้านแสงวิมาน หมู่ที่ 13 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

    ในเวทีคณะกรรมการ JMC ตำบลคลองน้อยภาคส่วนชุมชน นำโดยกำนันสมควร สินทอง และผู้ใหญ่บ้านทั้ง 19 หมู่บ้านของตำบลคลองน้อย แกนนำชุมชนบ้านแสงวิมาน และนักวิจัยของสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ร่วมร่างแผนงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำประจำปี 2561 สร้างแนวทางขับเคลื่อนการทำงานของ JMC ตำบลคลองน้อย และสานเครือข่ายสร้างพันธมิตรในการบริหารจัดการน้ำร่วมกันกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพื้นที่ตำบลคลองน้อย

    ข่าวโดย : โครงการวิจัยแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำโดยมีส่วนร่วมของชุมชนสู่ความยั่งยืน: กรณีศึกษา ชุมชนบ้านแสงวิมาน หมู่ที่ 13 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช สนับสนุนโดย โครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนางานวิจัยเชิงพื้นที่ระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

    ประมวลภาพ

     

  • “กาญจนดิษฐ์โมเดล” โมเดลการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกเชิงระบบในอำเภอขนาดใหญ่ ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี

    “กาญจนดิษฐ์โมเดล” โมเดลการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกเชิงระบบในอำเภอขนาดใหญ่ ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี

    “กาญจนดิษฐ์โมเดล” โมเดลการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกเชิงระบบในอำเภอขนาดใหญ่ จาก 117 หมู่บ้าน ของ 13 ตำบล อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี ในโครงการ “การพัฒนาระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน กรณีอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏฐ์ธานี ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

    รองศาสตราจารย์ ดร.จรวย สุวรรณบำรุง ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก กล่าวว่า โครงการการพัฒนาระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนฯ ได้รับความร่วมมือจาก 1) เครือข่ายสุขภาพอำเภอกาณจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี นำโดยนายอำเภอกาญจนดิษฐ์ สาธารณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ ผู้นำท้องที่ (อบต. อบท.) ผู้นำท้องถิ่น ( กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ) อสม. และประชาชน 2) เครือข่ายสุขภาพอำเภอทั้ง 19 อำเภอในจังหวัดสุราษฏร์ธานี 3) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฏร์ธานี จังหวัดสุราษฏร์ธานี และ 4) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและบริการวิชาการโรคไข้เลือดออก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนการจัดการความรู้เพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม ภายใต้โครงการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2560 ซึ่งเป็นครั้งแรกของการบริหารจัดการของการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกในอำเภอที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ด้านสาธารณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์ นายเชิด ทองสุก กล่าวว่า อำเภอกาญจนดิษฐ์มีปัญหาไข้เลือดออกมาตลอด จึงต้องการแก้ปัญหาด้วยวิธีการใหม่และพิสูจน์การเป็นต้นแบบของอำเภอที่มีขนาดใหญ่ว่าสามารถดำเนินการเชิงระบบในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกได้ หากทุกคนทุกฝ่ายมี 5 จ. คือ ใส่ใจ ตั้งใจ พร้อมใจ จริงใจ และร่วมใจ

    กิจกรรมที่ดำเนินการเพื่อให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ประกอบด้วย 1) ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายเพื่อแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนของอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) ความพร้อมของศูนย์เฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายระดับตำบลและอำเภอ จัดโปรแกรมคำนวณดัชนีลูกน้ำ (Laval Indices Model) อำเภอกาญจนดิษฐ์ จำนวน 18 ศูนย์ 3) การติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลาย (Larval indices Surveillance system) ทุกหมู่บ้านถึงระดับอำเภอ 4) การประเมินผลและติดตามการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังดัชนีลูกยุงลายเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืนกรณีอำเภอกาญจนดิษฐ์ 5) การประเมินและการกระตุ้นการสร้างสมรรถนะชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน(Community capacity building for sustainable dengue problem solution) มีการสร้างสมรรถนะฯ ระดับตำบล 6) การพัฒนางานประจำเป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่ ตัวแทนโซนๆ ละ 1 รพ.สต. (Best Practice) ใช้แนวคิดของการพัฒนางานประจำที่เป็นงานป้องกันโรคไข้เลือดออกให้เป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงกับชุมชน โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 ถึงเดือนธันวาคม 2561

    กลุ่มเป้าหมายที่ดำเนินการ ได้แก่ 1) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 2,340 คน 2) ภาคีเครือข่ายอำเภอกาญจนดิษฐ์ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกาญจนดิษฐ์ โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และแกนนำชุมชน จำนวน 172 คน 3) จำนวนครัวเรือน 40,746 ครัวเรือน

    “ เบื้องต้นในการดำเนินการ ได้มีการเปิดโครงการและติดตั้งระบบทุกหมู่บ้าน ที่รับผิดชอบของแต่ละ รพ.สต. ทั้ง 17 รพ.สต. และ 1 ศูนย์สุขภาพชุมชน เกิดการตื่นตัวของพื้นที่และพี่น้อง อสม. มีการเตรียมความพร้อม การพัฒนาสมรรถนะด้านความรู้และดัชนีลูกน้ำยุงลายของ อสม. รวมทั้งมีการติดตั้งระบบเฝ้าระวังดัชนีลูกน้ำยุงลายทั้ง อำเภอ โดยกำหนดให้วันที่ 25 ของทุกเดือน เป็นวันสำคัญในสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ของอำเภอกาญจนดิษฐ์ โดยทุกคน ใส่ใจ ตั้งใจ พร้อมใจ จริงใจ และร่วมใจ เริ่ม D-Day ครั้งแรก ในวันที่ 25 ธันวาคม 2560” รองศาสตราจารย์ ดร.จรวย สุวรรณบำรุง กล่าว

    ประมวลภาพ


    • หน่วยงานผู้ส่งข่าว – ส่วนสื่อสารองค์กร
  • ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม พื้นที่ภาคใต้ (Deadline:22/11/2560)

    สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม พื้นที่ภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินการโครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม ปีงบประมาณ 2563 และการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เพื่อเพิ่มศักยภาพสมุนไพร ปีงบประมาณ 2562

    ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร โทร. 0-7535-7312 e-mail : paco_nrt@opsmoac.go.th ภายในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560